6 วิธีดูแลผิวผู้ป่วยโรคเบาหวาน

6 วิธีดูแลผิวผู้ป่วยโรคเบาหวาน
S! Women

สนับสนุนเนื้อหา

หนึ่งในปัญหาที่เกิดกับผู้ป่วยโรคเบาหวานก็คือปัญหาที่เกิดกับผิวหนัง ซึ่งโดยปกติแล้วปัญหาที่เกิดกับผิวหนังของผู้ป่วยโรคเบาหวานจะลุกลามจนกลายมาเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการพิการหรือเสียชีวิต ดังนั้นการให้ความสำคัญและหันมาดูแลผิวหนังของผู้ป่วยรายดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่คนรอบข้างควรให้ความใส่ใจกันให้มาก มาดูวิธีการดูแลผิวสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เรานำมาฝากกันในวันนี้กันดีกว่า

1.หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อน

ผิวหนังของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ถือเป็นผิวหนังที่มีความอ่อนแออย่างมาก ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้และดื่มน้ำร้อน เนื่องจากน้ำร้อนที่วัดระดับอุณหภูมิที่ผิดพลาดหรือร้อนมากจนเกินไป อาจส่งผลทำให้เกิดแผลน้ำร้อนลวกได้ และนั่นก็เสี่ยงทำให้เกิดการติดเชื้อในเวลาต่อมา

2.อย่าปล่อยให้ผิวชื้น

เมื่อผิวของผู้ป่วยมีความชื้น โดยเฉพาะในบริเวณของง่ามนิ้วเท้าและบริเวณใต้ฐานหน้าอก รวมทั้งบริเวณที่เนื้อมักสัมผัสกันอยู่ตลอดเวลา ควรดูแลผิวบริเวณดังกล่าวของผู้ป่วยให้แห้งอยู่เสมอ

3.ทาโลชั่นบำรุงผิวเพื่อป้องกันผิวแห้งมาก

เนื่องจากผิวของผู้ป่วยโรคเบาหวานจะแห้งแตกง่าย ดังนั้นจึงเสี่ยงทำให้เกิดแผลตกสะเก็ดและติดเชื้อ แนะนำให้ทาครีมและเว้นในส่วนที่ควรให้แห้งสนิท นอกจากนั้นควรทาลิปมันให้ผู้ป่วยเสมอเพื่อไม่ให้ปากแห้งแตก

4.ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ

ควรทาครีมกันแดดให้ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยเน้นที่บริเวณลำคอและหลัง รวมทั้งบริเวณหนังศีรษะของผู้ป่วยที่มีผมบาง ทั้งนี้เพื่อป้องกันผิวไหม้ที่อาจเกิดจากการโดนแสงแดดทำร้าย

5.หมั่นดื่มน้ำให้มากๆ

การดื่มน้ำในปริมาณมาก ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น ซึ่งถือเป็นทางออกในการแก้ปัญหาอย่างได้ผลของปัญหาผิวที่เกิดกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

6.ห่างไกลของมีคมทุกชนิด

อุบัติเหตุคือสิ่งที่ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ว่ามันจะเกิดตอนไหนเวลาใด ดังนั้นเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเกิดแผลบนผิวหนังของผู้ป่วยโรคเบาหวาน จึงควรให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงของมีคมทุกชนิด แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว ก็ควรรักษาด้วยการทำความสะอาดแผลด้วยสบู่และน้ำเปล่าแทนการใช้แอลกอฮอล์ เพราะหากใช้แอลกอฮอล์จะยิ่งทำให้ผิวบริเวณดังกล่าวเกิดแห้งและติดเชื้อได้ง่าย

การใส่ใจในเรื่องเล็กน้อยต่อตัวผู้ป่วยโรคเบาหวานถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะแม้จะเป็นปัญหาเพียงเล็กน้อยเกิดขึ้น ก็อาจทำให้เกิดผลเสียที่ยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมาได้ โดยเฉพาะในเรื่องของผิวเพราะหากปล่อยให้ผิวเกิดแห้งหรือได้รับบาดแผล ย่อมเสี่ยงต่อการทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายมาก และถึงอย่างไรก็ตามการป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ