สกินแคร์แบรนด์ไทยกับลุคมินิมอลที่ "บริสุทธิ์" จนใครๆ ต้องบอกต่อ

สกินแคร์แบรนด์ไทยกับลุคมินิมอลที่ "บริสุทธิ์" จนใครๆ ต้องบอกต่อ

จะว่าไปแล้ว การที่เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในยุค 'บริโภคนิยม' นั้น ทำให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ มีตัวเลือกในการบริโภคเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะผู้หญิง ที่มักจะเสียทรัพย์ไปกับเรื่องช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะเสื้อผ้าหรือเครื่องสำอางอยู่เป็นนิจ อะไรที่ใครว่าดี ฉันต้องมี บ้างก็เป็นเหยื่อการตลาด เมื่อเห็นป้าย 'Sale' ก็ต้องรีบพุ่งตัวเข้าใส่ พูดง่ายๆ ต่อให้เป็น 'ของที่ไม่ต้องมี' ฉันก็จะมี ทำไมน่ะเหรอ? ก็มันสบายใจดีไง

Charisse Kenion/Unsplash

แน่นอนว่าเป็นเพราะการได้ลองอะไรใหม่ๆ เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นสุดๆ และการได้ 'ลองจนรู้' นี่แหละ ทำให้ คุณนิค - จักรพงศ์ ทองสกุล และ คุณหนึ่ง - จุฬา จันทรงสกุล ตัดสินใจสร้างสรรค์แบรนด์สกินแคร์สัญชาติไทยที่มีชื่อว่า 'บริสุทธิ์' (BRISUTHI) ที่ทำขึ้น "จากความบริสุทธิ์ (วัตถุดิบจากธรรมชาติ) ความรู้ และความตั้งใจทั้งหมดที่มี ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพื่อผลลัพธ์ที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง"

แม้ BRISUTHI จะเพิ่งเปิดตัวแบรนด์ไปเมื่อเดือนตุลาคมปี 2017 แต่แบรนด์กลับเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากสกินแคร์ของ BRISUTHI จะไปอยู่บนหน้านิตยสารชั้นนำที่ถูกแนะนำโดยบรรดา Beauty Editor ทั้งหลายแล้ว ด้วยเวลาเพียงเท่านี้ BRISUTHI ยังได้รับการติดต่อให้ไปวางขายที่ร้าน Ecotopia ภายในห้าง Siam Discovery อีกด้วย

เมื่อสบโอกาสเหมาะ Sanook! Women เลยไปคุยกับคุณนิค เพื่อบอกต่อเรื่องราวของ BRISUTHI ให้สาวไทยได้รู้จักกันมากขึ้น

จุดเริ่มต้นของความบริสุทธิ์

นิค: เราเป็นคนชอบสกินแคร์มาก และใช้มาหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์แบรนด์หรือจากต่างประเทศ และเราก็ศึกษาเรื่องสกินแคร์มาเยอะพอสมควร ชอบอ่านส่วนผสม เรารู้ว่าวัตถุดิบอันไหน เหมาะแก่การแก้ปัญหาอะไร แม้จะไม่ได้จบทางด้านนี้มาโดยตรงก็ตาม (ก่อนหน้านี้เคยเป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษ) ทำให้เราเอง อยากเห็นสกินแคร์แบรนด์ไทยที่มีภาพลักษณ์ดี ผลลัพธ์ดี ในราคาที่โอเค

จุดเริ่มต้นของ BRISUTHI เริ่มจากการทำสบู่ออร์แกนิค ที่สามารถทำได้ง่ายๆ แต่กลับเจออุปสรรคตรงที่ต่อให้เราใช้ส่วนผสมที่เป็นน้ำมันคุณภาพดีแค่ไหน ก็ยังละลายง่าย เลยเปลี่ยนมาทำ ‘คลีนซิ่งออยล์ที่มีฟอง’ เพราะอยู่ในบรรจุภัณฑ์จะช่วยรักษาคุณภาพของน้ำมันเอาไว้ได้ ซึ่งตัวนี้ เป็นไอเทมสร้างชื่อของแบรนด์อย่างมาก ในเวลาต่อมา

 African Baobab Oil Cleanser ไอเทมสร้างชื่อให้กับแบรนด์

“เอาออยล์มาขาย จะขายได้หรอ ทำไมไม่ขายครีม?” (คำพูดของเพื่อน)

นิค: เวลาเราตัดสินใจจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เราก็แค่ต้องการหาสิ่งที่ดีที่สุด อย่างเราเอง ที่เคยซื้อครีมราคา 40,000 – 50,000 บาทมาใช้ เพราะเราอยากได้คุณภาพ เราอยากรู้ว่าคุณภาพของเขาเป็นอย่างไร การทำแบรนด์ของเราก็เหมือนกัน เราแค่ต้องการนำวัตถุดิบที่ดีที่สุดของแต่ละมุมโลก แต่ละทวีปมาใช้ในสกินแคร์ของเรา ซึ่งต้องเป็นส่วนผสมใหม่ๆ ที่แบรนด์ไทยอื่นๆ ไม่เคยใช้

และออลย์เป็นตัวช่วยบาลานซ์น้ำมันใต้ผิว เวลาเราล้างหน้า ออยล์จะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด ในการดึงน้ำมันใต้ผิวออกมาได้ เพราะน้ำมันกับน้ำมันจะดึงกันได้ ยิ่งไปกว่านั้น ออลย์บางชนิดยังช่วยลดความมันของใบหน้าได้อีกด้วย ซึ่งทำให้การผลิตน้ำมันบนใบหน้าเราเป็นไปอย่างปกติ ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป และพอผิวหน้าเราสมดุล ปัญหาสิวก็จะไม่ตามมา เวลาบำรุงอะไร ก็จะเห็นผลได้ชัดขึ้นนั่นเอง

ttroubletaker/Instagram

ทำไมจึงไม่จ้างบล็อกเกอร์รีวิว?

นิค: ความโชคดีของแบรนด์ BRISUTHI คือ ลูกค้ากลุ่มแรกๆ เป็นทีมงานจากนิตยสาร ไม่ว่าจะเป็น Vogue Thailand, Elle Thailand หรือ LIPS และก็เหมือนเป็นการบอกต่อแบบ 'ปากต่อปาก' เมื่อเขาใช้แล้วชอบ เขาก็ยิ่งแชร์ต่อ ด้วยความที่อยากสนับสนุนแบรนด์ไทย ซึ่งมีภาพลักษณ์ที่เขาอยากเห็นมานานแล้ว และการที่เราได้ลงในนิตยสารดังๆ ทั้งหลาย ทางแบรนด์ไม่ได้สปอนเซอร์แต่อย่างใด และเราก็ไม่มีการจ้างบล็อกเกอร์รีวิวด้วย

เพราะเราอยากให้เกิดการบอกต่อด้วยคุณภาพ เขาควรใช้ก่อน แล้วถึงจะมีอินเนอร์ไปบอกต่อว่า “ของมันดีจริง” 

nile_nm/Instagram

สกินแคร์ออร์แกนิค 100% เลยไหม?

นิค: โปรดักต์ของเรามีทั้งในส่วนของผิวหน้า ผิวกาย และเส้นผม เกือบ 20 ไอเทม โดยมีทั้งออร์แกนิคล้วน 100% และมีโปรดักต์ที่เป็นออร์แกนิคเบส สัก 70-80% แต่ส่วนใหญ่จะเน้นมาจากธรรมชาติ

"ความเรียบง่ายสู่ความงามอันเป็นพิสุทธิ์"

ภาพลักษณ์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

นิค: อย่างที่บอกว่าเราต้องการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับสกินแคร์แบรนด์ไทย ดังนั้น ภาพลักษณ์ก็ต้องดูดี คุณภาพก็ต้องมี และที่สำคัญต้องเป็นราคาที่เข้าถึงได้ ที่สำคัญเราอยากให้ทุกคนสะดุดตาในการถ่ายรูปเป็นอย่างแรก และด้วยความที่เราชอบความมินิมอล แพ็กเกจจิ้งจึงเรียบง่าย ภาพจึงออกมาอย่างที่เห็น

ซึ่งส่วนใหญ่เราเป็นคนถ่ายรูปเอง และก็มีรูปที่ลูกค้าถ่ายส่งมาให้ เพราะเขาชอบภาพลักษณ์ของแบรนด์เราก่อน บวกกับการที่พวกเขาชอบถ่ายรูปด้วย

bluisher/Instagram

จากการพูดคุยกันเพียงไม่ถึงชั่วโมง ทำให้ Sanook! Women เห็นถึงความตั้งใจและความรักในสิ่งที่ตัวเองทำอย่างสุดหัวใจของคุณนิคอย่างแท้จริง เพราะอย่างที่รู้ๆ กันว่าในปัจจุบันใครก็อยากประสบความสำเร็จ และเราต้องไม่ลืมว่า 'ความจริงใจ' และ 'ความใส่ใจ' นั้น ก็เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ จนนำไปสู่ความสำเร็จ ที่ไม่ใช่ความสำเร็จเพียงฉาบฉวย

สุดท้ายคุณนิคยังทิ้งท้ายว่า “ถึงคนจะรู้จักหรือไม่รู้จักเราก็ไม่เป็นไร สุดท้ายเราแค่อยากหาสิ่งที่ดีที่สุดมาให้ลูกค้าเราเท่านั้นเอง" 

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!