ถอดถุงเท้าแล้วมี "รอยบุ๋มแบบนี้" แพทย์ชี้ระวัง 3 สัญญาณเตือน บ่งบอกโรคซ่อนอยู่!

แพทย์เตือน ข้อเท้าบวมและมีรอยบุ๋ม อาจสัมพันธ์กับโรคหัวใจและโรคไต
เคยสังเกตไหมว่า หลังทำงานมาทั้งวัน เมื่อถอดถุงเท้าออกกลับพบรอยรัดลึกบริเวณข้อเท้า หรือรู้สึกว่ารองเท้าคับกว่าปกติ อาการเหล่านี้อาจเกิดจากการนั่งหรือยืนเป็นเวลานานจนทำให้ของเหลวสะสมบริเวณขาส่วนล่าง แต่หากเกิดขึ้นบ่อยครั้งหรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม
หลิวป๋อเหริน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและเวชศาสตร์โภชนาการจากไต้หวัน เตือนว่า อาการบวมบริเวณข้อเท้าอาจมีสาเหตุได้หลายประการ ตั้งแต่การไหลเวียนเลือดไม่ดีไปจนถึงความผิดปกติของหัวใจ ไต และตับ การสังเกตลักษณะอาการและสัญญาณเตือนร่วมจึงเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินว่าควรไปพบแพทย์เมื่อใด
รอยถุงเท้ารัดลึก อาจเป็นสัญญาณของภาวะบวมน้ำ
การมีรอยถุงเท้าบนผิวหนังไม่ได้หมายความว่ากำลังป่วยเสมอไป เพราะแรงกดจากขอบถุงเท้าอาจทำให้เกิดรอยชั่วคราวได้ อย่างไรก็ตาม หากข้อเท้าบวมชัดเจน ผิวหนังตึง หรือมีรอยบุ๋มหลังใช้นิ้วกดบริเวณหน้าแข้ง ก็อาจเป็นสัญญาณของภาวะบวมน้ำ (Edema) ซึ่งเกิดจากการสะสมของของเหลวในเนื้อเยื่อมากกว่าปกติ
วิธีสังเกตเบื้องต้นคือ ใช้นิ้วกดเบา ๆ บริเวณหน้าแข้งเหนือกระดูกประมาณ 5 วินาที แล้วปล่อย หากผิวหนังยังคงมีรอยบุ๋มอยู่ชั่วครู่ก่อนจะค่อย ๆ คืนตัว อาจเข้าข่ายภาวะบวมน้ำชนิดกดบุ๋ม (Pitting Edema) อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ไม่สามารถระบุสาเหตุของอาการบวมได้ด้วยตัวเอง และไม่ควรใช้แทนการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์
ทำไมข้อเท้าถึงบวมได้ง่าย?
ตามปกติ ของเหลวบางส่วนจะเคลื่อนออกจากหลอดเลือดฝอยเข้าสู่เนื้อเยื่อ และถูกลำเลียงกลับเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือดผ่านหลอดเลือดและระบบน้ำเหลือง หากกระบวนการดังกล่าวทำงานผิดปกติ หรือมีของเหลวสะสมในเนื้อเยื่อมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอาการบวมได้
ข้อเท้าและเท้าเป็นบริเวณที่อยู่ต่ำกว่าส่วนอื่นของร่างกาย จึงได้รับผลจากแรงโน้มถ่วง ทำให้ของเหลวมีโอกาสสะสมบริเวณขาส่วนล่าง โดยเฉพาะเมื่อยืนหรือนั่งในท่าเดิมเป็นเวลานาน แต่หากอาการบวมเกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรือไม่ดีขึ้นหลังพักผ่อน ควรพิจารณาสาเหตุอื่นร่วมด้วย
5 สาเหตุที่อาจทำให้ข้อเท้าบวม
1. การไหลเวียนเลือดดำผิดปกติ หากเลือดจากขาส่วนล่างไหลกลับสู่หัวใจได้ไม่ดี อาจทำให้เลือดและของเหลวคั่งบริเวณข้อเท้า ส่งผลให้เท้าบวม โดยอาการอาจเห็นได้ชัดหลังยืนหรือนั่งเป็นเวลานาน
2. ความผิดปกติของหัวใจ ในผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว ร่างกายอาจมีของเหลวสะสมบริเวณขาและข้อเท้า นอกจากนี้ ยังอาจมีอาการเหนื่อยง่าย หายใจลำบาก หรือหอบเมื่อนอนราบร่วมด้วย หากพบอาการเหล่านี้ควรได้รับการประเมินจากแพทย์
3. โรคไต ไตมีหน้าที่สำคัญในการควบคุมน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย เมื่อการทำงานของไตผิดปกติ อาจเกิดการคั่งของของเหลวและทำให้เกิดอาการบวมได้ ในบางรายอาจพบปัสสาวะเป็นฟองหรือปริมาณปัสสาวะเปลี่ยนแปลงร่วมด้วย แต่การไม่มีอาการเหล่านี้ก็ไม่ได้หมายความว่าไตทำงานเป็นปกติเสมอไป
4. โรคตับ โรคตับบางชนิด โดยเฉพาะโรคตับระยะรุนแรง อาจส่งผลต่อการสร้างโปรตีนอัลบูมินและการควบคุมของเหลวในร่างกาย ทำให้เกิดอาการบวมที่ขาหรือมีน้ำในช่องท้องได้
5. ผลข้างเคียงจากยา ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิตบางกลุ่ม ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ และยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ อาจทำให้เกิดอาการบวมได้ หากเริ่มมีอาการหลังใช้ยาหรือปรับขนาดยา ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินความเป็นไปได้ ห้ามหยุดยาหรือปรับขนาดยาเองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
3 สัญญาณอันตราย ข้อเท้าบวมแบบไหนควรรีบพบแพทย์?
1. ขาบวมข้างเดียวอย่างฉับพลัน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการปวดหรือร้อนร่วมด้วย อาการลักษณะนี้อาจสัมพันธ์กับภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (Deep Vein Thrombosis: DVT) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจโดยเร็ว เพราะลิ่มเลือดอาจหลุดไปอุดตันหลอดเลือดในปอดได้
2. ขาบวมร่วมกับเจ็บหน้าอกหรือหายใจลำบาก อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับหัวใจหรือปอด โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นกะทันหัน ควรโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที ไม่ควรรอดูอาการหรือพยายามรักษาด้วยตัวเอง
3. อาการบวมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัสสาวะลดลง หรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจบ่งชี้ถึงการคั่งของของเหลวหรือความผิดปกติของการทำงานของอวัยวะบางส่วน ควรรีบเข้ารับการตรวจ โดยเฉพาะหากมีอาการเหนื่อยง่ายหรืออ่อนเพลียร่วมด้วย
วิธีลดอาการข้อเท้าบวม หากเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
หากแพทย์ประเมินแล้วว่าอาการบวมเกี่ยวข้องกับการนั่งหรือยืนนาน หรือการไหลเวียนเลือดดำที่ไม่ดี การปรับพฤติกรรมอาจช่วยบรรเทาอาการได้ ควรลุกขึ้นเดินหรือขยับร่างกายทุก 30-60 นาที แทนการอยู่ในท่าเดิมติดต่อกันเป็นเวลานาน และอาจยกขาสูงขณะพักเพื่อช่วยให้ของเหลวไหลกลับได้ดีขึ้น
ด้านอาหาร ควรลดการบริโภคเกลือและอาหารโซเดียมสูง เช่น อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารหมักดองบางชนิด เพราะโซเดียมที่มากเกินไปอาจส่งเสริมการคั่งของน้ำในร่างกายได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือโรคไตควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปริมาณน้ำและเกลือแร่ที่เหมาะสม ไม่ควรจำกัดน้ำหรือเพิ่มปริมาณน้ำเองโดยไม่มีคำแนะนำ
สำหรับถุงน่องทางการแพทย์ชนิดกระชับ (Compression Stockings) อาจช่วยผู้ที่มีอาการบวมจากสาเหตุบางประเภทได้ แต่ไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาหลอดเลือดแดงส่วนปลาย จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกใช้
สรุป รอยถุงเท้ารัดลึก ไม่ควรมองข้ามหากเกิดขึ้นบ่อย
รอยถุงเท้าบริเวณข้อเท้าอาจเป็นเพียงผลจากแรงกดหรือการนั่งและยืนนาน แต่หากมีอาการบวมซ้ำ ๆ บวมมากขึ้น หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการขาบวมข้างเดียวอย่างฉับพลัน เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือปัสสาวะลดลง การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรับการประเมินอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ตรวจพบปัญหาสุขภาพได้เร็วขึ้น
หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลสุขภาพเบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
- "ตดบ่อย" เสี่ยงมะเร็งลำไส้? หมอตอบให้ ผายลมกี่ครั้งต่อวันถือว่าปกติ
- "ปวดท้องข้างขวา" สัญญาณโรคอะไร? เช็กจุดบน-ล่าง จุดไหนต้องผ่าตัด จุดไหนแค่ท้องอืด

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี