แม่เฒ่า 100 ปี เปิดสูตรลับ "ผลไม้" ที่กินทุกเช้า ยังสดใสแข็งแรง-สติปัญญาเฉียบ!

แม่เฒ่า 100 ปี เปิดสูตรลับ "ผลไม้" ที่กินทุกเช้า ยังสดใสแข็งแรง-สติปัญญาเฉียบ!

แม่เฒ่า 100 ปี เปิดสูตรลับ "ผลไม้" ที่กินทุกเช้า ยังสดใสแข็งแรง-สติปัญญาเฉียบ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หญิงวัย 100 ปียังความจำดี เผยกินผลไม้ชนิดนี้ตอนเช้า พร้อม 3 นิสัยที่ทำเป็นประจำ

หญิงชาวอเมริกันวัย 100 ปีรายหนึ่งยังคงมีสุขภาพแข็งแรงและใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง โดยหนึ่งในอาหารที่เธอชื่นชอบและมักรับประทานในมื้อเช้าคือ บลูเบอร์รี นอกจากเรื่องอาหาร เธอยังมีกิจวัตรที่ทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเคลื่อนไหวร่างกาย ทำกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นสมอง และพยายามรักษาทัศนคติที่ดีต่อชีวิต

Natalie Groeger เกิดเมื่อปี 1925 ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา หลังแต่งงานเมื่ออายุ 21 ปี เธอเคยทำงานเป็นพนักงานรับโทรศัพท์ มีลูก 2 คน หลาน 4 คน และเหลน 6 คน ปัจจุบันอาศัยอยู่ในสถานดูแลผู้สูงอายุในรัฐนิวเจอร์ซีย์

สิ่งที่น่าสนใจคือ เธอไม่ได้มีสูตรลับด้านสุขภาพที่ซับซ้อนหรือควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด แต่กลับให้ความสำคัญกับกิจวัตรเล็ก ๆ ที่ทำเป็นประจำ และยังคงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามแบบที่ตัวเองชื่นชอบ

มื้อเช้ามี “บลูเบอร์รี” ผลไม้ที่เธอชื่นชอบ

บลูเบอร์รีเป็นหนึ่งในผลไม้ที่อยู่ในมื้ออาหารของ Groeger โดยเธอชื่นชอบเป็นพิเศษและมักรับประทานในช่วงเช้า ผลไม้ตระกูลเบอร์รีมีสารประกอบจากพืชและสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด จึงเป็นอาหารที่ได้รับความสนใจจากงานวิจัยด้านสุขภาพในหลายมิติ

นอกจากบลูเบอร์รีแล้ว เธอยังชอบ แอปเปิลและอะโวคาโด ซึ่งเป็นอาหารที่ให้ใยอาหารและสารอาหารหลายชนิด ใยอาหารมีส่วนช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร และยังช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นานขึ้น

อีกหนึ่งเมนูที่ Groeger ชื่นชอบคือดาร์กช็อกโกแลต โดยช็อกโกแลตที่มีสัดส่วนโกโก้สูงมีสารประกอบจากพืชที่ได้รับการศึกษาเกี่ยวกับผลต่อสุขภาพหัวใจ อย่างไรก็ตาม อาหารที่เธอรับประทานไม่ได้มีแต่เมนูเพื่อสุขภาพเท่านั้น เพราะบางมื้อก็ยังมีไข่ดาว เบคอน และมัฟฟินอยู่ด้วย

เธอยอมรับว่าตัวเองอาจไม่ควรรับประทานเบคอนบ่อยนัก แต่ก็ยังเป็นอาหารที่ชื่นชอบ เรื่องนี้สะท้อนว่า ไม่ควรนำอาหารของคนที่มีอายุยืนคนหนึ่งมาเป็นสูตรสำเร็จสำหรับทุกคน เพราะสุขภาพและอายุขัยของแต่ละคนได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม โภชนาการ การออกกำลังกาย การนอนหลับ และโรคประจำตัว

1. ขยับร่างกายอยู่เสมอ ชื่นชอบการเต้น

อีกหนึ่งกิจกรรมที่อยู่ในชีวิตของ Groeger คือการเต้น ตั้งแต่ยังสาวเธอชื่นชอบการเต้นและเคยสอนสามีเต้นด้วย กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว แต่ยังเป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกและช่วยให้ได้ใช้เวลาร่วมกับคนรอบตัว

สำหรับผู้สูงอายุ การมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายเป็นประจำมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวม ขณะเดียวกันกิจกรรมที่ทำร่วมกับผู้อื่นยังช่วยให้เกิดการพูดคุยและรักษาความสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพเมื่ออายุมากขึ้น

2. ทำกิจกรรมที่ช่วยให้สมองได้คิดและจดจ่อ

นอกจากการเคลื่อนไหวร่างกายแล้ว Groeger ยังชื่นชอบการถักไหมพรม เธอใช้เวลาทำสิ่งของต่าง ๆ เช่น ผ้าห่ม หมวก หรือเสื้อผ้า กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้เธอมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำ และยังเป็นงานอดิเรกที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

ปัจจุบันเธอยังเล่นไพ่บน iPad ร่วมกับเพื่อน ๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้ทั้งใช้ความคิด จดจำ และพูดคุยกับผู้อื่น กิจกรรมลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นเกมฝึกสมองโดยเฉพาะ แต่การอ่านหนังสือ เล่นเกม ทำงานฝีมือ พูดคุยกับเพื่อน หรือออกไปเดินเล่น ล้วนสามารถเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้สูงอายุยังคงมีส่วนร่วมกับชีวิตประจำวันได้

3. พยายามมองชีวิตในแง่ดีและมีความสุขกับเรื่องเล็ก ๆ

สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นในเรื่องราวของ Groeger คือทัศนคติในการใช้ชีวิต เธอเล่าว่าตัวเองเป็นคนมีความสุข ชอบหัวเราะและพยายามไม่ใช้เวลามากเกินไปกับการกังวลเรื่องต่าง ๆ ในชีวิต

แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงความเครียดหรือปัญหาได้ทั้งหมด แต่การมีวิธีรับมือกับอารมณ์ การฟื้นตัวหลังจากเผชิญเหตุการณ์ยากลำบาก รวมถึงการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง ล้วนมีความสำคัญต่อสุขภาพกายและใจเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ

อายุ 100 ปี ไม่ได้มาจาก “อาหารชนิดเดียว”

เรื่องราวของ Groeger จึงไม่ควรถูกตีความว่า “กินบลูเบอร์รีแล้วจะอายุยืนถึง 100 ปี” เพราะยังไม่มีอาหารชนิดใดที่สามารถรับประกันอายุยืนหรือป้องกันโรคได้เพียงลำพัง สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าคือรูปแบบการใช้ชีวิตโดยรวมของเธอ ซึ่งประกอบด้วยการรับประทานอาหารหลากหลาย การเคลื่อนไหวร่างกาย การทำกิจกรรมที่ได้ใช้ความคิด และการรักษาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

สำหรับคนทั่วไป สิ่งที่นำไปปรับใช้ได้จึงอาจไม่ใช่การเลียนแบบเมนูของ Groeger ทุกมื้อ แต่เป็นการสร้างกิจวัตรที่เหมาะกับตัวเอง เช่น รับประทานผักและผลไม้ให้หลากหลาย ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม นอนหลับให้เพียงพอ หาเวลาทำกิจกรรมที่ชอบ และไม่ละเลยการพบปะพูดคุยกับคนรอบตัว เพราะสุขภาพที่ดีในระยะยาวมักเกิดจากพฤติกรรมหลายอย่างที่ทำต่อเนื่อง มากกว่าการพึ่งอาหารหรือเคล็ดลับเพียงข้อเดียว

 

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล