กลางวัน vs กลางคืน ออกกำลังกายตอนไหนดี? วิจัยใหม่ชี้ "1 ปัจจัยสำคัญ" ที่แท้จริง!

กลางวัน vs กลางคืน ออกกำลังกายตอนไหนดี? วิจัยใหม่ชี้ "1 ปัจจัยสำคัญ" ที่แท้จริง!

กลางวัน vs กลางคืน ออกกำลังกายตอนไหนดี? วิจัยใหม่ชี้ "1 ปัจจัยสำคัญ" ที่แท้จริง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กลางวันหรือกลางคืน ออกกำลังกายช่วงไหนดี? งานวิจัยใหม่ชี้ “เวลาที่ทำได้สม่ำเสมอ” สำคัญกว่าเวลาทอง

เคยสงสัยไหมว่า ควรออกกำลังกายตอนเช้า กลางวัน หรือตอนเย็น จึงจะได้ผลดีที่สุด? หลายคนพยายามเลือก “ช่วงเวลาทอง” ที่เชื่อว่าจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและสร้างกล้ามเนื้อได้มากกว่าเดิม แต่ผลการศึกษาใหม่อาจทำให้ต้องคิดใหม่ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกเวลาให้เป๊ะ คือการหาเวลาที่เราสามารถออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอและทำต่อเนื่องในระยะยาว

งานวิจัยแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุมที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Cachexia, Sarcopenia and Muscle ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างช่วงเวลาที่ออกกำลังกายกับการเปลี่ยนแปลงด้านกำลังกล้ามเนื้อ โดยพบว่า แม้แต่ละคนจะมีช่วงเวลาที่ร่างกายมีกำลังสูงสุดแตกต่างกัน แต่การออกกำลังกายในช่วงเวลานั้นไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์ด้านกำลังกล้ามเนื้อดีกว่าการออกกำลังกายในช่วงเวลาที่ร่างกายมีกำลังต่ำสุดอย่างชัดเจน

แต่ละคนมี “ช่วงเวลาที่แรงดีที่สุด” ไม่เหมือนกัน

การศึกษานี้มีผู้เข้าร่วมที่มีสุขภาพดีจำนวน 108 คน อายุระหว่าง 60–80 ปี นักวิจัยไม่ได้กำหนดให้ทุกคนออกกำลังกายในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ทดสอบกำลังกล้ามเนื้อใน 4 ช่วง ได้แก่ 08.00 น. 12.00 น. 16.00 น. และ 20.00 น. เพื่อดูว่าแต่ละคนมีช่วงเวลาใดที่สามารถออกแรงได้ดีที่สุดและช่วงเวลาใดที่กำลังลดลง

เมื่อดูภาพรวมพบว่า ผู้เข้าร่วมการศึกษามักมีกำลังกล้ามเนื้อสูงขึ้นในช่วงบ่ายและเย็น อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างระหว่างแต่ละบุคคลค่อนข้างมาก หมายความว่าไม่มีช่วงเวลาเดียวที่เหมาะที่สุดสำหรับทุกคน

ทดลองออกกำลังกายตาม “เวลาที่ดีที่สุด” แต่ผลไม่ได้ต่างอย่างที่คิด

หลังจากระบุช่วงเวลาที่แต่ละคนมีกำลังมากที่สุดและน้อยที่สุดแล้ว นักวิจัยแบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็นกลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งออกกำลังกายในช่วงที่ตัวเองมีกำลังดีที่สุด ขณะที่อีกกลุ่มออกกำลังกายในช่วงที่ตัวเองมีกำลังน้อยที่สุด และมีกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้เข้าร่วมโปรแกรมฝึก

โปรแกรมดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลา 12 สัปดาห์ โดยผู้เข้าร่วมฝึกแรงต้านทั่วร่างกายสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เช่น การดันขา ดันอก เดดลิฟต์ ดึงหลัง และสควอต รวมถึงการออกกำลังกายแบบแอโรบิกด้วยการปั่นจักรยานระดับความหนักปานกลางประมาณ 30 นาที

นักวิจัยประเมินผลทั้งกำลังกล้ามเนื้อ แรงบีบมือ และปริมาณเนื้อเยื่อไร้ไขมันบริเวณแขนและขา ก่อนนำผลของแต่ละกลุ่มมาเปรียบเทียบกัน

ผลลัพธ์ชี้ “เวลาเป๊ะ” อาจไม่สำคัญเท่าความสม่ำเสมอ

หลังผ่านไป 12 สัปดาห์ ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ออกกำลังกายในช่วงเวลาที่ตัวเองมีกำลังดีที่สุด ไม่ได้มีพัฒนาการด้านกำลังกล้ามเนื้อ แรงบีบมือ หรือมวลเนื้อเยื่อไร้ไขมันที่ดีกว่าอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ออกกำลังกายในช่วงเวลาที่ตัวเองมีกำลังต่ำที่สุด

ผลลัพธ์ดังกล่าวจึงชี้ให้เห็นว่า สำหรับคนทั่วไป การพยายามค้นหา “เวลาที่สมบูรณ์แบบ” สำหรับการออกกำลังกายอาจไม่ใช่เรื่องจำเป็น หากสุดท้ายการเลือกเวลานั้นทำให้เราออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ หรือรู้สึกว่าต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะที่สุดจนไม่ได้เริ่มต้นเสียที

เช้าได้ เย็นก็ดี ขอแค่เป็นเวลาที่ทำต่อเนื่อง

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย นพ.หลิวป๋อเหริน ซึ่งนำข้อมูลการศึกษานี้มาเผยแพร่ ระบุว่า คนที่รู้สึกสดชื่นในช่วงเช้าสามารถเลือกออกกำลังกายตอนเช้าได้ ส่วนคนที่มีเวลาว่างหลังเลิกงานก็สามารถออกกำลังกายช่วงเย็นได้เช่นกัน

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “เช้าหรือเย็นดีกว่ากัน” แต่คือ ช่วงเวลาไหนที่เหมาะกับชีวิตของเราและสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง เพราะการออกกำลังกายที่ทำเป็นประจำย่อมมีความสำคัญมากกว่าการเลือกช่วงเวลาที่ดูดีที่สุดในทางทฤษฎี แต่ทำจริงได้เพียงไม่กี่ครั้ง

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัด

การศึกษาครั้งนี้ทำในผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุ 60–80 ปี และใช้ระยะเวลาทดลองเพียง 12 สัปดาห์ ดังนั้นผลลัพธ์จึงยังไม่สามารถนำไปสรุปแทนคนทุกช่วงวัย หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวได้ทั้งหมด

นอกจากนี้ หากเป็นนักกีฬาที่ต้องเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในเวลาที่กำหนด การจัดตารางฝึกอาจต้องละเอียดมากขึ้น เพื่อให้ร่างกายคุ้นเคยกับช่วงเวลาที่ต้องลงแข่งขันจริง

สรุป: เวลาที่ดีที่สุด อาจเป็นเวลาที่คุณทำได้จริง

การออกกำลังกายตอนเช้า กลางวัน หรือช่วงเย็น ล้วนมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน และร่างกายของแต่ละคนก็ไม่ได้มีจังหวะการทำงานเหมือนกันทั้งหมด งานวิจัยล่าสุดจึงให้มุมมองที่น่าสนใจว่า สำหรับคนทั่วไป ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะพลาด “เวลาทอง” ของการออกกำลังกาย

หากตอนเช้าคือช่วงที่คุณมีพลังและจัดเวลาได้ ก็ออกกำลังกายตอนเช้า หากช่วงเย็นเป็นเวลาที่สะดวกกว่า ก็เลือกช่วงเย็นได้เช่นกัน เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างกิจวัตรที่ทำได้จริงและรักษาไว้ได้ในระยะยาว

หมายเหตุ: ผลการศึกษานี้เป็นข้อมูลจากกลุ่มผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุ 60–80 ปี และไม่ควรตีความว่าเวลาออกกำลังกายไม่มีความสำคัญในทุกกรณี ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนปรับโปรแกรมการออกกำลังกาย

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล