ชายกินมื้อเช้าแบบเดิม 5 ปี หลังผ่าตัด "มะเร็งลำไส้ใหญ่" และโรคก็ไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก!

ชายกินมื้อเช้าแบบเดิม 5 ปี หลังผ่าตัด "มะเร็งลำไส้ใหญ่" และโรคก็ไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก!

ชายกินมื้อเช้าแบบเดิม 5 ปี หลังผ่าตัด "มะเร็งลำไส้ใหญ่" และโรคก็ไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ชายป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ หลังผ่าตัดปรับอาหารเช้า กินมันม่วง-นมถั่วเหลือง 5 ปีไม่พบกลับมาเป็นซ้ำ

ผู้เชี่ยวชาญเผย อาหารอาจมีบทบาทช่วยสนับสนุนสุขภาพลำไส้ แต่ไม่ใช่การรักษามะเร็ง ต้องขึ้นอยู่กับการรักษาหลักและการติดตามของแพทย์

เรื่องราวของชายชาวไต้หวันรายหนึ่งถูกนำมาเผยแพร่โดยผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ หลังเข้ารับการผ่าตัดรักษา มะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 1 และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยรับประทานอาหารเช้าเป็นประจำ ประกอบด้วย มันม่วงและนมถั่วเหลืองไม่ใส่น้ำตาล ควบคู่กับผักและผลไม้

หลังติดตามอาการเป็นเวลา 5 ปี รายงานระบุว่าไม่พบการกลับมาเป็นซ้ำของโรค อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า กรณีนี้ไม่ได้หมายความว่ามันม่วงหรือนมถั่วเหลืองสามารถรักษาหรือป้องกันมะเร็งได้โดยตรง แต่เป็นเพียงตัวอย่างของการดูแลสุขภาพโดยรวมหลังการรักษา ซึ่งยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ระยะของโรค วิธีการรักษา ลักษณะของก้อนมะเร็ง พันธุกรรม และการติดตามผลกับแพทย์

อาหารเช้าของชายรายนี้ มีอะไรบ้าง?

นักโภชนาการไต้หวัน หลิวอี้ (Liu Yi) เปิดเผยผ่านรายการ Health 2.0 ว่า ผู้ป่วยชายรายนี้เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 1 และหลังผ่าตัดนำก้อนมะเร็งออก ได้เริ่มปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยได้รับการดูแลจากลูกสาว

หนึ่งในกิจวัตรที่ทำต่อเนื่องคือ รับประทานอาหารเช้า 5 วันต่อสัปดาห์ ประกอบด้วยมันม่วงและนมถั่วเหลืองไม่ใส่น้ำตาล พร้อมเพิ่มผักและผลไม้ในมื้ออาหาร

ระหว่างการติดตามผล แพทย์พบว่าภาวะลำไส้ของผู้ป่วยอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และไม่มีรายงานการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็งลำไส้ใหญ่ในช่วง 5 ปีหลังการรักษา

4 กลุ่มสารอาหารที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ เพื่อสนับสนุนสุขภาพลำไส้

1. ถั่วเหลือง แหล่งโปรตีนจากพืชและไอโซฟลาโวน

นมถั่วเหลืองไม่หวาน เต้าหู้ และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เป็นอาหารที่ผู้เชี่ยวชาญให้ความสนใจ เนื่องจากมีสาร ไอโซฟลาโวน (Isoflavone) ซึ่งเป็นสารประกอบจากพืชที่มีการศึกษาด้านสุขภาพในหลายแง่มุม

อย่างไรก็ตาม การรับประทานถั่วเหลืองไม่ได้หมายความว่าสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งหรือใช้แทนการรักษาทางการแพทย์ได้ แต่สามารถเป็นหนึ่งในแหล่งโปรตีนจากพืชที่ช่วยให้รูปแบบการรับประทานอาหารมีความหลากหลายมากขึ้น

องค์การวิจัยมะเร็งโลก (World Cancer Research Fund: WCRF) แนะนำให้เน้นอาหารจากพืช เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ผัก ผลไม้ และถั่ว ในรูปแบบการรับประทานอาหารที่สมดุล

2. อาหารที่มีวิตามินซีสูง

ผักและผลไม้ เช่น พริกหวาน กีวี ส้ม และผลไม้ตระกูลส้ม เป็นแหล่งของวิตามินซี ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อร่างกาย

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า วิตามินซีอาจมีส่วนช่วยลดกระบวนการเกิดสารบางชนิดในร่างกาย แต่การดูแลเพื่อลดความเสี่ยงมะเร็งไม่ควรเน้นอาหารชนิดเดียว

สิ่งสำคัญคือการรับประทานอาหารโดยรวม เช่น เพิ่มผักผลไม้ ลดการบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน และแฮม ซึ่งเป็นปัจจัยด้านอาหารที่มีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

3. มันม่วง มะเขือเทศ และฟักทอง แหล่งสารอาหารจากพืช

มันม่วง มะเขือเทศ และฟักทอง มีสารอาหารจากพืชหลายชนิด เช่น แคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและการดูแลเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย

ส่วนมันม่วงมีสาร แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดสีม่วงตามธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม การมีสารต้านอนุมูลอิสระในอาหาร ไม่ได้หมายความว่าอาหารชนิดนั้นสามารถ “ต้านมะเร็ง” ในความหมายของการรักษาโรคได้ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันให้ความสำคัญกับรูปแบบอาหารโดยรวมมากกว่าอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง

4. ผักตระกูลกะหล่ำ แหล่งสารประกอบจากพืช

ผักอย่างกะหล่ำปลี บรอกโคลี ผักกาด และผักตระกูลกะหล่ำชนิดต่าง ๆ มีสารประกอบจากพืช เช่น กลูโคซิโนเลต (Glucosinolate) และไอโซไทโอไซยาเนต (Isothiocyanate)

สารเหล่านี้กำลังได้รับการศึกษาเกี่ยวกับกลไกต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ แต่ประโยชน์ที่พบมักเกี่ยวข้องกับรูปแบบการรับประทานอาหารโดยรวม ไม่ใช่การรับประทานผักชนิดเดียวเพื่อหวังผลในการป้องกันโรค

สุขภาพลำไส้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ “โพรไบโอติก”

นอกจากอาหารที่มีจุลินทรีย์ดี หรือ โพรไบโอติก (Probiotic) เช่น นัตโตะ มิโซะ หรือกิมจิแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังให้ความสำคัญกับ พรีไบโอติก (Prebiotic) ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในลำไส้

อาหารอย่างกล้วย หัวหอม แอปเปิล และเห็ดบางชนิด มีใยอาหารที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบจุลินทรีย์ในลำไส้

องค์การวิจัยมะเร็งโลกแนะนำให้ผู้ใหญ่ได้รับใยอาหารประมาณ 30 กรัมต่อวัน จากอาหาร เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ผัก ผลไม้ และถั่ว

หลังรักษามะเร็งลำไส้ ควรดูแลอาหารอย่างไร?

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบได้บ่อยทั่วโลก โดยปัจจัยด้านพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง ได้แก่ การรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูปมาก รับประทานผักผลไม้น้อย ไม่ออกกำลังกาย น้ำหนักเกิน สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์

สำหรับผู้ที่ผ่านการรักษามะเร็งแล้ว การวางแผนอาหารควรปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพราะแต่ละคนมีสภาพร่างกาย ตำแหน่งการผ่าตัด และผลจากการรักษาที่แตกต่างกัน

การรับประทานอาหารที่หลากหลาย เพิ่มผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนคุณภาพดี ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และติดตามการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ ล้วนเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพในระยะยาว

หมายเหตุ: เรื่องราวของผู้ป่วยรายนี้เป็นเพียงกรณีศึกษา ไม่สามารถสรุปได้ว่าอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งสามารถป้องกันหรือรักษามะเร็งได้

 

 

ที่มา: TVBS / World Cancer Research Fund (WCRF) / World Health Organization (WHO)

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล