แพทย์เกาหลีเตือน 3 น้ำ "ทำลายกระดูก" คนจำนวนมากเสพติดและเลิกไม่ได้!

แพทย์เกาหลีเตือน 3 น้ำ "ทำลายกระดูก" คนจำนวนมากเสพติดและเลิกไม่ได้!

แพทย์เกาหลีเตือน 3 น้ำ "ทำลายกระดูก" คนจำนวนมากเสพติดและเลิกไม่ได้!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หมอเกาหลีเตือน! 3 เครื่องดื่มยอดฮิต อาจ “ดึงแคลเซียมจากกระดูก” หลายคนดื่มทุกวันโดยไม่รู้ตัว

หลายคนยอมเสียเงินซื้ออาหารเสริมแคลเซียม หรือพยายามรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงกระดูก เพราะเชื่อว่านี่คือวิธีดูแลสุขภาพกระดูกให้แข็งแรง แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือ เครื่องดื่มบางชนิดที่ดื่มเป็นประจำ อาจส่งผลต่อสมดุลแคลเซียมในร่างกาย

แม้บางเครื่องดื่มจะมีรสชาติอร่อย ดื่มง่าย หรือถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ แต่แพทย์เกาหลีออกมาเตือนว่า หากดื่มมากเกินไป อาจส่งผลต่อการดูดซึมแคลเซียม และเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหากระดูกในระยะยาว

มาดูกันว่า 3 เครื่องดื่มที่ควรระวังมีอะไรบ้าง

1. น้ำต้มกระดูก ไม่ได้แคลเซียมสูงอย่างที่หลายคนเข้าใจ

หลายคนเชื่อว่า น้ำต้มกระดูก หรือน้ำซุปที่เคี่ยวจากกระดูกสัตว์เป็นเวลานาน คือ “อาหารบำรุงกระดูกชั้นดี” เพราะคิดว่าสารอาหารจากกระดูกจะละลายออกมาในน้ำจำนวนมาก

แต่ แพทย์คิมมินซอน (Kim Min Sun) จากเกาหลีใต้ ระบุว่า ความเชื่อนี้อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะแม้น้ำต้มกระดูกจะมีแร่ธาตุบางชนิด เช่น แคลเซียมและแมกนีเซียม แต่ปริมาณไม่ได้สูงอย่างที่หลายคนคิด

ข้อมูลระบุว่า น้ำต้มกระดูกประมาณ 100 มิลลิลิตร มีแคลเซียมเพียงประมาณ 2 มิลลิกรัม ขณะที่นม 200 มิลลิลิตร มีแคลเซียมประมาณ 200 มิลลิกรัม ซึ่งแตกต่างกันอย่างมาก

นอกจากนี้ แคลเซียมในน้ำต้มกระดูกยังอยู่ในรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมได้ไม่ง่าย โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ หากรับประทานน้ำต้มกระดูกแทนอาหารที่มีแคลเซียมสูง อาจทำให้ได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ

แพทย์ยังเตือนว่า น้ำต้มกระดูกบางชนิดมีปริมาณฟอสฟอรัสค่อนข้างสูง หากได้รับมากเกินไป อาจรบกวนสมดุลฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมแคลเซียม และส่งผลต่อการดูดซึมแคลเซียมในร่างกาย

2. น้ำอัดลม เครื่องดื่มหวานที่อาจกระทบสุขภาพกระดูก

น้ำอัดลม เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่หลายคนชื่นชอบ แต่แพทย์เกาหลีเตือนว่า การดื่มมากเกินไปอาจไม่ได้ส่งผลเสียแค่เรื่องน้ำหนักและน้ำตาลในเลือดเท่านั้น แต่อาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพกระดูกด้วย

แพทย์จองเซยอน (Jung Se Yeon) อธิบายว่า น้ำอัดลมหลายชนิดมีทั้งน้ำตาลและฟอสฟอรัส หากบริโภคมากเกินไป อาจส่งผลต่อสมดุลของแคลเซียมในร่างกาย

เมื่อร่างกายมีฟอสฟอรัสมากเกินไป อาจทำให้กระบวนการควบคุมแคลเซียมผิดปกติ ส่งผลให้การดูดซึมแคลเซียมลดลง

ขณะเดียวกัน น้ำตาลปริมาณสูงในเครื่องดื่มเหล่านี้ ยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญที่อาจเพิ่มการสูญเสียแร่ธาตุบางชนิด รวมถึงแคลเซียม ซึ่งอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของกระดูกในระยะยาว

3. เครื่องดื่มคาเฟอีนสูง ดื่มมากอาจเพิ่มการสูญเสียแคลเซียม

เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชาเขียว ชาดำ เครื่องดื่มช็อกโกแลต และเครื่องดื่มชูกำลัง สามารถช่วยให้รู้สึกสดชื่นและตื่นตัว แต่การดื่มมากเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพได้

แพทย์คิมมินซอนระบุว่า คาเฟอีนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายสูญเสียแร่ธาตุบางชนิดผ่านทางปัสสาวะ ซึ่งรวมถึงแคลเซียมด้วย

ขณะที่แพทย์จองเซยอนเผยว่า งานวิจัยบางส่วนพบว่า การบริโภคคาเฟอีนมากกว่า 330 มิลลิกรัมต่อวัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนและผู้สูงอายุที่มีความหนาแน่นของกระดูกลดลงตามวัย

ตัวอย่างปริมาณคาเฟอีนในเครื่องดื่มทั่วไป ได้แก่

  • เครื่องดื่มชูกำลัง 250 มิลลิลิตร มีคาเฟอีนประมาณ 80 มิลลิกรัม
  • กาแฟ 250 มิลลิลิตร มีคาเฟอีนประมาณ 90–100 มิลลิกรัม
  • ชาเขียว 200 มิลลิลิตร มีคาเฟอีนประมาณ 22 มิลลิกรัม
  • ชาดำ 200 มิลลิลิตร มีคาเฟอีนประมาณ 47 มิลลิกรัม

ดื่มอย่างไรให้กระดูกแข็งแรง?

แม้เครื่องดื่มเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าต้องงดดื่มทั้งหมด แต่ควรควบคุมปริมาณ และไม่ใช้เป็นแหล่งสารอาหารหลักแทนอาหารที่มีประโยชน์

  • เลือกรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม ปลาเล็กปลาน้อย ไข่ และถั่วต่าง ๆ
  • ลดการดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มหวานเป็นประจำ
  • ควบคุมปริมาณกาแฟและเครื่องดื่มคาเฟอีน
  • ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก เช่น เดินเร็ว หรือเวทเทรนนิ่ง เพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูก

สุขภาพกระดูกไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่มแคลเซียมเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการรักษาสมดุลของสารอาหารในร่างกายด้วย

น้ำต้มกระดูก น้ำอัดลม และเครื่องดื่มคาเฟอีนสูง ล้วนเป็นเครื่องดื่มที่หลายคนบริโภคเป็นประจำ แต่หากดื่มมากเกินไปอาจส่งผลต่อการดูแลกระดูกในระยะยาว

การเลือกดื่มอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการรับประทานอาหารครบหมู่และออกกำลังกายสม่ำเสมอ คือแนวทางสำคัญในการรักษาความแข็งแรงของกระดูก

 

 

แหล่งอ้างอิง: Good Morning Health, Chosun, ข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกระดูก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล