ฉายา "โสมแห่งผัก" ราคาหลักสิบ บำรุง 5 อวัยวะภายใน ล้างพิษดับร้อน ไทยมีขายเต็มตลาด!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1980/9904219/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpgฉายา "โสมแห่งผัก" ราคาหลักสิบ บำรุง 5 อวัยวะภายใน ล้างพิษดับร้อน ไทยมีขายเต็มตลาด!

ฉายา "โสมแห่งผัก" ราคาหลักสิบ บำรุง 5 อวัยวะภายใน ล้างพิษดับร้อน ไทยมีขายเต็มตลาด!

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

ฉายา "โสมแห่งผัก" ผักราคาหลักสิบ บำรุง 5 อวัยวะภายใน ล้างพิษดับร้อน มีขายเต็มตลาดทุกวัน

อย่ามองข้าม! "ถั่วงอก" ถูกยกเป็นโสมแห่งผัก สรรพคุณล้นจาน พร้อมวิธีเลือกซื้อให้ไร้สารพิษ

ในบรรดาผักงอกหรือผักต้นอ่อนทั้งหลาย "ถั่วงอก" (จากถั่วเขียว) ได้รับการยกย่องและขนานนามว่าเป็น "โสมแห่งผัก" ถือเป็นวัตถุดิบใกล้ตัว ราคาย่อมเยา และหาซื้อได้ง่ายตลอดทั้งปีตามท้องตลาดทั่วไป ทว่าสรรพคุณทางยาและการบำรุงร่างกายกลับสูงเกินราคา ทั้งช่วยดับร้อน ขับพิษ ขับปัสสาวะ ลดอาการช้ำบวม และช่วยเสริมการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหารได้อย่างยอดเยี่ยม


ทำไม "ถั่วงอก" ถึงได้รับการยกย่องเป็น "โสมแห่งผัก"?

ตามรายงานของ CCTV Life ระบุว่า ในตำรับแพทย์แผนจีน "ถั่วงอก" มีรสหวาน ฤทธิ์เย็น ช่วยบำรุงและปรับสมดุลร่างกาย รสหวานช่วยฟื้นฟูกำลัง ขณะที่ฤทธิ์เย็นมีสรรพคุณดับพิษร้อนในร่างกายได้เป็นอย่างดี

ในตำรายาจีนโบราณ "เปิ่นเฉ่ากังมู่" (Bencao Gangmu) มีการบันทึกไว้ว่า ถั่วงอกถั่วเขียวมีสรรพคุณช่วยถอนพิษสุรา แก้ร้อนใน และ "บำรุงสามส่วน" (ซานเจียว / ทริปเปิลเบิร์นเนอร์) ได้แก่:

  • ส่วนบน (หัวใจและปอด): ช่วยบรรเทาอาการคอแห้ง เจ็บคอ จากภาวะร้อนใน
  • ส่วนกลาง (ม้าม กระเพาะอาหาร และระบบย่อย): ช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร ทำให้ย่อยง่ายขึ้น
  • ส่วนล่าง (ไต กระเพาะปัสสาวะ และลำไส้): ช่วยขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย ลดอาการบวมน้ำ แน่นตัว หรือความอิดโรยในวันที่มีอากาศชื้น

ในมุมมองของคุณค่าทางโภชนาการสมัยใหม่ ถั่วงอกเป็นผักพลังงานต่ำ แต่อุดมไปด้วยน้ำและสารอาหารสำคัญ เช่น สเตอรอลจากพืช, กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน, โพแทสเซียม, วิตามินเค, โฟเลต รวมถึงกรดอะมิโนจำเป็นอย่างลูซีน (Leucine) และไลซีน (Lysine)

ที่น่าสนใจคือ เมื่อถั่วเขียวเพาะงอกกลายเป็นถั่วงอก ปริมาณสารโพลีฟีนอลและวิตามินจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าตอนเป็นเมล็ดถั่วหลายเท่า ทำให้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงขึ้น มีไฟเบอร์และกรดอะมิโนที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร ควบคุมน้ำหนัก และเสริมภูมิคุ้มกัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนทั่วไป โดยเฉพาะ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง, โรคอ้วน, ผู้ที่มีปัญหาท้องผูก หรือผู้ที่มีอาการร้อนในบ่อยๆ


กินถั่วงอกอย่างไรให้ปลอดภัย และได้คุณค่าสูงสุด?

แม้จะมีประโยชน์มาก แต่วิธีการรับประทานและการเลือกซื้อก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน:

1. ไม่ควรรับประทานดิบในปริมาณมาก: ในกระบวนการเพาะงอก ความชื้นอาจทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เช่น Salmonella หรือ E. coli ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ ดังนั้นก่อนนำมารับประทานควรล้างให้สะอาดและปรุงให้สุกผ่านความร้อนก่อนเสมอ

2. ผู้ป่วยโรคเกาต์ทานได้: แม้ถั่วเขียวจะมีสารพิวรีน (Purine) แต่เมื่อนำมาเพาะเป็นถั่วงอก ปริมาณพิวรีนจะลดลงอย่างมาก ผู้ที่มีกรดยูริกสูงหรือเป็นโรคเกาต์จึงสามารถรับประทานถั่วงอกสุกในปริมาณที่เหมาะสมได้อย่างปลอดภัย

3. เลือกความยาวที่พอดี: ถั่วงอกที่มีความยาวประมาณ 3–5 เซนติเมตร จะเป็นช่วงที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุด หากยาวเกิน 5 เซนติเมตรขึ้นไป สารอาหารจะเริ่มลดน้อยลง


ทริกสังเกต "ถั่วงอกไร้สาร" ปลูกธรรมชาติ

เพื่อให้ได้ถั่วงอกที่ปลอดภัย ปราศจากสารเคมีเร่งโต หรือสารเร่งขาว สามารถใช้เทคนิคการสังเกตง่ายๆ ดังนี้:

  • ดมกลิ่น: ถั่วงอกธรรมชาติจะมีกลิ่นหอมสดชื่นแบบผักสด หากมีกลิ่นฉุนแปลกๆ หรือกลิ่นคล้ายสารยูเรีย ไม่ควรเลือกซื้อ
  • สังเกตลำต้น: ถั่วงอกธรรมชาติลำต้นจะตรง ไม่หนาอ้วนจนผิดปกติ มีความกรอบ สีกระจ่างใส หากพบต้นอ้วนอวบ อิ่มน้ำอวบอิ่มผิดธรรมชาติ หรือมีสีขาวซีดออกเทา ให้ระวังการใช้สารเคมี
  • ดูที่ราก: ถั่วงอกปลูกธรรมชาติจะมีส่วนรากยาวและสมบูรณ์ ไม่มีอาการรากเน่า ส่วนถั่วงอกที่กุดสั้นมาก แทบไม่มีราก หรือไม่มีรากเลย อาจเป็นสัญญาณของการใช้สารเคมีควบคุมการเติบโต
  • สีของเมล็ดและสัมผัส: เมล็ดถั่วต้องคงสีธรรมชาติ ไม่เปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มผิดปกติ และเมื่อลองหักดู เนื้อจะมีความกรอบและฉ่ำน้ำ

สรุป: "ถั่วงอก" ไม่ใช่แค่ผักเคียงจานธรรมดา แต่เป็นสุดยอดอาหารบำรุงสุขภาพราคาประหยัด แค่เลือกซื้อให้เป็น นำมารบล้างให้สะอาด และนำไปปรุงสุกผ่านความร้อน ก็จะได้ประโยชน์เต็มๆ เหมือนได้ทานโสมบำรุงร่างกายแล้ว

 

 

 

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :SOHA