"เมียแปลงร่างเป็นงู" ผัวเห็นแล้วตกใจกลัว วิ่งกวดกันไปชั้น 17 ตร.เผยบทสรุปคดีสุดแปลก!

สามีหลอนหนัก เห็นภรรยา “กลายเป็นงู” วิ่งไล่กันจากชั้น 10 ถึงชั้น 27 ที่แท้พิษจากเห็ดป่า
เหตุการณ์ชวนตกใจปนเหลือเชื่อเกิดขึ้นที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน หลังคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งมีอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง จนฝ่ายสามีเชื่อว่าภรรยาของตัวเอง “กลายเป็นงูยักษ์” และเกิดการวิ่งไล่กันขึ้นบันไดจากชั้น 10 ไปจนถึงชั้น 27 ของอาคาร
ต้นเหตุของเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้มาจากเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่เกี่ยวข้องกับ “เห็ดป่า” ที่ทั้งคู่เก็บมาปรุงอาหารรับประทานเอง ก่อนเกิดอาการอาหารเป็นพิษและมีผลต่อระบบประสาทจนเกิดภาพหลอน
พี่สาวโทรแจ้งตำรวจ หลังน้องสาวกับสามีมีพฤติกรรมผิดปกติ
ตามรายงาน ผู้ที่โทรแจ้งเจ้าหน้าที่คือพี่สาวของฝ่ายหญิง ซึ่งอยู่ในอาการตื่นตระหนกอย่างมาก เธอบอกว่าน้องสาวและน้องเขยมีพฤติกรรมผิดปกติ ควบคุมตัวเองไม่ได้ และกำลังส่งเสียงเอะอะภายในบ้าน
ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ฝ่ายชายตะโกนซ้ำ ๆ ว่า ภรรยาของตัวเองกำลัง “ถูกบางอย่างเข้าสิง” และเริ่มมีลักษณะเหมือนสิ่งมีชีวิตประหลาด ทำให้ครอบครัวกังวลว่าเจ้าหน้าที่แพทย์อาจควบคุมสถานการณ์ไม่ไหว จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากตำรวจ
หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่รีบเดินทางไปยังอพาร์ตเมนต์ทันที แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าภายในห้องไม่มีใครอยู่ เมื่อติดต่อกลับไปยังผู้แจ้งเหตุ จึงทราบว่าทั้งคู่ลากและวิ่งไล่กันออกจากห้องพัก ขึ้นไปตามบันไดหนีไฟจากชั้น 10 จนถึงชั้น 27 แล้ว
ตำรวจขึ้นไปถึงชั้น 27 เจอสามีชี้รอบตัว บอกมี “งูยักษ์”
เมื่อเจ้าหน้าที่ขึ้นไปยังบริเวณบันไดชั้น 27 ก็พบภาพที่ทั้งน่าตกใจและอันตราย ฝ่ายชายอยู่ในสภาพสับสน พูดจาไม่เป็นเรื่อง และชี้ไปรอบ ๆ พร้อมยืนยันว่ามี “งูตัวใหญ่” กำลังเลื้อยอยู่รอบตัว
ส่วนฝ่ายหญิงนั่งร้องไห้อยู่บริเวณมุมผนัง เสื้อผ้าและร่างกายเปื้อนฝุ่นจากการวิ่งและยื้อยุดกันตามทางบันได เจ้าหน้าที่จึงพยายามพูดคุยด้วยน้ำเสียงสงบ เพื่อไม่ให้ทั้งคู่ตื่นตระหนกหรือแสดงพฤติกรรมเสี่ยงมากขึ้น
ต้นเหตุเริ่มจากมื้อเห็ดป่าที่เก็บมาปรุงกินเอง
หลังสถานการณ์เริ่มสงบ เจ้าหน้าที่จึงค่อย ๆ ทราบที่มาของเรื่องทั้งหมด โดยในวันก่อนเกิดเหตุ คู่สามีภรรยาได้เก็บเห็ดป่ามาปรุงอาหารรับประทานกันเองภายในบ้าน
คืนนั้นทั้งสองเริ่มมีอาการผิดปกติจากการกินเห็ด ครอบครัวจึงรีบพาไปโรงพยาบาลเพื่อรักษา แต่หลังได้รับสารน้ำและรู้สึกว่าอาการดีขึ้น ทั้งคู่กลับตัดสินใจออกจากโรงพยาบาลก่อนที่การรักษาจะเสร็จสิ้น และกลับบ้านเอง
อย่างไรก็ตาม อาการไม่ได้หายไปอย่างที่คิด เช้าวันต่อมา ทั้งสองเริ่มมีอาการทางระบบประสาทรุนแรงขึ้น ทั้งภาพหลอนและเสียงหลอน จนไม่สามารถแยกแยะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงออกจากสิ่งที่สมองสร้างขึ้นมาได้
ตอนแรกหลอนว่ามีโจร ก่อนสามีเห็นภรรยา “กลายเป็นงู”
ในช่วงแรก ทั้งคู่เชื่อว่ามีโจรแปลกหน้าบุกเข้ามาในบ้าน จึงพยายาม “ต่อสู้” กับบุคคลที่ไม่มีอยู่จริง ก่อนจะรีบล็อกประตูและคิดว่าสามารถขังโจรเอาไว้ภายในห้องได้สำเร็จ
แต่หลังจากออกจากห้องพัก อาการหลอนของฝ่ายชายกลับเปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้เขาเชื่อว่าภรรยาของตัวเองกลายเป็นงูขนาดใหญ่และเป็นภัยอันตราย จึงเกิดการวิ่งไล่และยื้อยุดกันขึ้นตามบันไดหนีไฟ ตั้งแต่ชั้น 10 ไปจนถึงชั้น 27
แม้กระทั่งตอนตำรวจเข้าช่วยเหลือ ฝ่ายชายก็ยังพูดจาสับสน โดยเล่าว่าตัวเองพยายามใช้เสื้อผ้าควบคุม “คนร้าย” และล็อกประตูหลายบาน ก่อนจะบอกเจ้าหน้าที่ในลักษณะวกวนว่า ให้จับตัวเขาไว้ก่อนเพื่อที่เขาจะได้กลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
ตำรวจเกลี้ยกล่อม ก่อนนำส่งโรงพยาบาลรักษาต่อ
เนื่องจากทั้งคู่ยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของสารพิษที่กระทบต่อระบบประสาท เจ้าหน้าที่จึงหลีกเลี่ยงการใช้น้ำเสียงแข็งกร้าว และค่อย ๆ พูดให้ทั้งสองสงบลง ก่อนช่วยพาลงจากอาคารอย่างปลอดภัย
จากนั้นจึงส่งตัวให้บุคลากรทางการแพทย์รับช่วงต่อ เพื่อนำกลับไปรักษาที่โรงพยาบาลและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด หลังได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งคู่มีอาการดีขึ้นและกลับมารู้สึกตัวเป็นปกติในที่สุด
เห็ดป่าบางชนิดทำให้เกิดภาพหลอนได้จริง
อาการพิษจากเห็ดป่าไม่ได้จำกัดอยู่แค่คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้องเท่านั้น เพราะเห็ดบางชนิดมีสารพิษที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดความสับสน เพ้อ เห็นภาพหลอน หรือได้ยินเสียงที่ไม่มีอยู่จริงได้
ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับชนิดของเห็ด ปริมาณที่รับประทาน อายุ สุขภาพของผู้ป่วย และระยะเวลาที่ได้รับการรักษา บางชนิดอาจส่งผลต่ออวัยวะสำคัญ เช่น ตับหรือไต และอาการบางอย่างอาจเกิดขึ้นล่าช้าหลายชั่วโมงหลังรับประทาน
ข้อควรระวังเมื่อกินเห็ดป่า
- ไม่ควรเก็บเห็ดป่าที่ไม่รู้จักมากินเอง การแยกเห็ดมีพิษออกจากเห็ดกินได้ด้วยสี กลิ่น รูปร่าง หรือความเชื่อพื้นบ้าน ไม่ใช่วิธีที่เชื่อถือได้
- การปรุงให้สุกไม่ได้ทำลายพิษของเห็ดทุกชนิด สารพิษหลายชนิดทนความร้อน จึงไม่ควรคิดว่าต้ม ผัด หรือทอดนาน ๆ แล้วจะปลอดภัยเสมอ
- หากกินเห็ดแล้วมีอาการผิดปกติ ควรไปโรงพยาบาลทันที โดยเฉพาะอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย สับสน เห็นภาพหลอน ซึม หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไป
- ไม่ควรออกจากโรงพยาบาลหรือหยุดการรักษาเอง แม้อาการจะดีขึ้น เพราะพิษของเห็ดบางชนิดอาจออกฤทธิ์เป็นระยะหรือกลับมารุนแรงขึ้นภายหลัง
- ไม่ควรใช้วิธีให้สมาชิกในบ้านคนใดคนหนึ่งลองกินก่อน เพราะพิษจากเห็ดอาจมีอาการล่าช้า และปริมาณเพียงเล็กน้อยก็อาจเป็นอันตรายได้
เหตุการณ์สามีหลอนว่าภรรยา “กลายเป็นงู” จนวิ่งไล่กันขึ้นไปถึงชั้น 27 แม้จะฟังดูเหลือเชื่อ แต่สะท้อนอันตรายของพิษจากเห็ดป่าที่อาจส่งผลต่อสมองและพฤติกรรมได้อย่างรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อไม่ทราบชนิดของเห็ดและหยุดการรักษาก่อนเวลา
การป้องกันที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่การทดลองชิมหรืออาศัยความเชื่อในการแยกเห็ด แต่คือการหลีกเลี่ยงเห็ดป่าที่ไม่สามารถระบุชนิดได้อย่างแน่ชัด และหากมีอาการผิดปกติหลังรับประทาน ควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
- โซเชียลขำผัวเมียตีกัน เมียปั่นจักรยานกลับบ้าน 20 กม. ผัวขับตามช่วยเปิดไฟส่องทางให้
- เมียปวดใจ หลังมีลูก 3 คน สามีไม่พูดด้วยเลย 20 ปีเพิ่งรู้เหตุผล แม้แต่ลูกๆ ยังเอ็นดูพ่อ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- 163.com รายงานเหตุการณ์คู่สามีภรรยาในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี