ดีที่สุดในโลก! "เนื้อสัตว์" ส่วนที่วางขายดาษดื่นในไทย คว้าแชมป์ขุมทรัพย์โภชนาการ

"เนื้อสัตว์ที่ดีที่สุดในโลก" อัดแน่นด้วยวิตามิน-แร่ธาตุ คนไทยคุ้นเคยและกินมานานแล้ว!
บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างพากันระบุว่า สิ่งนี้คือ "คลังขุมทรัพย์ทางโภชนาการ" ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ครั้งหนึ่งเครื่องในสัตว์เคยเป็นวัตถุดิบยอดนิยมในวัฒนธรรมอาหารตะวันตกเนื่องจากมีราคาที่ถูกและมีคุณค่าทางอาหารสูง ทว่าในปัจจุบันเนื้อเครื่องในสัตว์ได้ค่อยๆ หลีกทางให้แก่เนื้อส่วนเนื้อแดงบริสุทธิ์ที่ผู้คนคุ้นเคยกันมากกว่า อย่างไรก็ตาม ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก เครื่องในสัตว์ยังคงรักษาตำแหน่งสำคัญในวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้านเอาไว้ได้
ตามความเห็นของนักโภชนาการ การตัดเครื่องในสัตว์ออกจากรายการอาหารอย่างสิ้นเชิงอาจทำให้เราพลาดแหล่งสารอาหารที่อุดมสมบูรณ์มาก โดยบทความบนหนังสือพิมพ์ มิร์เรอร์ (Mirror) ของอังกฤษ ถึงกับเปรียบเปรยเครื่องในสัตว์ว่าเป็น "เนื้อสัตว์ที่ดีที่สุดในโลก" ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก โดยเฉพาะวิตามินกลุ่มบี เช่น วิตามินบี 12 และโฟเลต วันนี้เรามีความจริงมาเฉลยให้ฟังกัน
เจาะลึกสารอาหารในเครื่องในสัตว์ "เนื้อสัตว์ที่ดีที่สุดในโลก"
ประเภทของเครื่องในสัตว์ที่ผู้คนนิยมบริโภคกันมากที่สุดมักมาจาก วัว, หมู, แกะ, แพะ, ไก่ และเป็ด นอกเหนือจากวิตามินบี 12 และโฟเลตแล้ว อาหารกลุ่มนี้ยังส่งมอบแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก, แมกนีเซียม, ซีลีเนียม และสังกะสี ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องในยังมีวิตามินที่ละลายในไขมันอยู่อย่างครบครัน ได้แก่ วิตามินเอ, วิตามินดี, วิตามินอี และวิตามินเค
ตามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญแห่ง ลอนดอน ออบีซิตี้ คลินิก (London Obesity Clinic) ระบุว่า แร่ธาตุหลายชนิดในเครื่องในสัตว์มีบทบาทสำคัญในการช่วยป้องกันความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะโลหิตจาง เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และช่วยในกระบวนการสมานบาดแผล ไม่เพียงเท่านั้น เครื่องในยังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยในทำเนียบอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุดสำหรับมนุษย์ เครื่องในสัตว์ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับผักใบเขียวเข้ม, ปลา, สัตว์กลุ่มหอยสองฝา เช่น หอยนางรมและหอยตลับ รวมถึงไข่ไก่ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าไม่มีอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งที่สามารถให้สารอาหารครบทุกอย่าง กินอาหารที่หลากหลายจึงยังคงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด
ประเภทของเครื่องในสัตว์ที่นิยมนำมารับประทาน
เครื่องในบางส่วนที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในโลกแห่งการปรุงอาหาร ได้แก่:
- ตับ: มักถูกนิยามว่าเป็น "สุดยอดสารอาหาร" ในกลุ่มเครื่องใน และได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็น "วิตามินรวมตามธรรมชาติ"
- ลิ้น: ลิ้นของสัตว์เป็นเมนูยอดนิยมในหลากหลายวัฒนธรรมอาหาร ด้วยรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีปริมาณสารอาหารที่โดดเด่น
- หัวใจ: อุดมไปด้วยโปรตีนรวมถึงสารอาหารรอง (Micro Nutrients) ที่สำคัญซึ่งช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบร่างกาย
- ไต (เซี่ยงจี๊): เป็นแหล่งที่ช่วยส่งมอบวิตามินกลุ่มบีและแร่ธาตุต่างๆ อย่างอุดมสมบูรณ์
- สมอง: ในหลายๆ ประเทศ สมองสัตว์ถูกยกให้เป็นอาหารจานพิเศษ และยังเป็นแหล่งที่ให้กรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3) ที่น่าจับตามอง
ทำไมเครื่องในสัตว์ถึงได้รับการประเมินคุณค่าทางอาหารไว้สูงมาก?
บทความบนเว็บไซต์สุขภาพชั้นนำอย่าง เฮลธ์ไลน์ (Healthline) ซึ่งได้รับการตรวจสอบความถูกต้องโดย แคธี ดับเบิลยู. วอร์วิก (Kathy W. Warwick) ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการที่มีประสบการณ์มากกว่า 35 ปีในด้านการดูแลสุขภาพและการศึกษาโรคเบาหวาน ได้อธิบายเหตุผลที่เครื่องในได้รับการยกย่องในแง่ของโภชนาการไว้ว่า องค์ประกอบสารอาหารของเครื่องในอาจมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของสัตว์และอวัยวะเฉพาะส่วน ทว่าเครื่องในส่วนใหญ่มีความหนาแน่นของสารอาหารที่สูงมาก โดยทาง Healthline ประเมินว่า เครื่องในหลายชนิดมีสารอาหารที่เข้มข้นมากกว่าเนื้อส่วนกล้ามเนื้อปกติทั่วไปเสียด้วยซ้ำ นอกจากนี้มันยังเป็นแหล่งโปรตีนที่สมบูรณ์ (Protein hoàn chỉnh) ซึ่งให้กรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนทั้ง 9 ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้เพื่อใช้ขับเคลื่อนกิจกรรมทางชีวภาพของชีวิต
สำหรับในประเทศไทย เครื่องในสัตว์ถือเป็นส่วนหนึ่งที่คุ้นเคยในวัฒนธรรมอาหารการกินพื้นบ้านมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ต้มเลือดหมู, ต้มแซ่บเครื่องใน, ข้าวต้มเครื่องใน, ไส้อ่อนลวกจิ้ม ไปจนถึงเมนูผัดกะเพราตับหรือเครื่องในผัดพริกสด คนไทยได้นำเครื่องในหลากหลายส่วนมาสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหาร ในบริบทที่ชีวิตยังมีความยากลำบากในอดีต เครื่องในมักมีราคาที่ถูกกว่าเนื้อแดงบริสุทธิ์ แต่กลับให้สารอาหารที่ครบถ้วน ช่วยให้หลายครอบครัวสามารถยกระดับคุณภาพของมื้ออาหารได้ เครื่องในจึงไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม แต่เป็นสิ่งที่ผูกพันกับพฤติกรรมการกินของคนไทยมาหลายยุคหลายสมัย
คำเตือนสำคัญ: ใช่ว่าทุกคนจะสามารถกินในปริมาณมากได้
แม้จะมีคุณค่าทางโภชนาการที่สูงลิ่ว แต่เครื่องในสัตว์ก็มีจุดบกพร่องข้อใหญ่ที่ต้องระมัดระวัง นั่นคือมีปริมาณ คอเลสเตอรอล (Cholesterol) ที่สูงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อแดงทั่วไป เครื่องในหลายชนิดมีคอเลสเตอรอลที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยข้อมูลจาก Healthline ระบุตัวเลขไว้ดังนี้
- สมองวัวที่ปรุงสุกปริมาณ 100 กรัม มีคอเลสเตอรอลสูงถึงประมาณ 2,000 มิลลิกรัม
- ไต (เซี่ยงจี๊) ปริมาณ 100 กรัม มีคอเลสเตอรอลประมาณ 716 มิลลิกรัม
- ตับปริมาณ 100 กรัม มีคอเลสเตอรอลประมาณ 381 มิลลิกรัม
ในขณะที่ปริมาณคอเลสเตอรอลที่ร่างกายควรได้รับและแนะนำต่อวันอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 300 มิลลิกรัมเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญจึงมีความเห็นว่าเครื่องในสัตว์สามารถรวมอยู่ในมื้ออาหารที่สมดุลได้ แต่ควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมและพอดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องไขมันในเลือดสูง หรือผู้ที่เป็นโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ไม่ควรรับประทานมากจนเกินไป
- อันดับ 1 ของโลก! "ผักพื้นบ้าน" ขึ้นดาษดื่นในไทย คว้าแชมป์ "ต้านมะเร็ง" คะแนนเต็ม 100
- ไล่แมลงวันด้วย "ผลไม้" แค่วางไว้ข้างหน้าต่าง เห็นปุ๊บหันหลังกลับปั๊บ ไม่ต้องพึ่งสารเคมี!
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี