มะเขือเทศ กับ ถั่วเหลือง วิจัยพบคู่หูใหม่ อาจเป็นมากกว่าอาหาร แต่เป็นซูเปอร์ฟู้ดต้านอักเสบ!

มะเขือเทศ กับ ถั่วเหลือง วิจัยพบคู่หูใหม่ อาจเป็นมากกว่าอาหาร แต่เป็นซูเปอร์ฟู้ดต้านอักเสบ!

มะเขือเทศ กับ ถั่วเหลือง วิจัยพบคู่หูใหม่ อาจเป็นมากกว่าอาหาร แต่เป็นซูเปอร์ฟู้ดต้านอักเสบ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

มะเขือเทศกับถั่วเหลือง คู่อาหารใหม่ กินด้วยกันช่วยลดการอักเสบในคนอ้วน วิจัยชี้เห็นผลใน 4 สัปดาห์

มะเขือเทศและถั่วเหลืองอาจเป็นมากกว่าอาหารสุขภาพทั่วไป หลังมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต สหรัฐอเมริกา พบว่าเครื่องดื่มที่ผสมมะเขือเทศกับถั่วเหลือง อาจช่วยลดสารบ่งชี้การอักเสบในร่างกายของผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วนได้ ภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์

งานวิจัยนี้เผยแพร่ในวารสาร Molecular Nutrition & Food Research โดยทีมวิจัยศึกษาผลของน้ำมะเขือเทศผสมถั่วเหลืองที่มีสารสำคัญอย่างไลโคปีนและไอโซฟลาโวน ซึ่งเป็นสารจากพืชที่ถูกศึกษาว่าเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ


ทดลองดื่ม 4 สัปดาห์ พบสารอักเสบลดลง

ข้อมูลจาก Ohio State News ระบุว่า การศึกษานี้มีอาสาสมัครผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วนจำนวน 12 คน โดยให้ดื่มน้ำมะเขือเทศผสมถั่วเหลืองวันละ 2 กระป๋อง กระป๋องละ 6 ออนซ์ หรือประมาณ 177 มิลลิลิตร ต่อเนื่องเป็นเวลา 4 สัปดาห์

หลังจากนั้นมีช่วงพักหรือ washout period ก่อนให้อาสาสมัครดื่มน้ำมะเขือเทศชนิดควบคุมที่มีแคโรทีนอยด์ต่ำต่ออีก 4 สัปดาห์ เพื่อเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นกับร่างกาย

ผลการศึกษาพบว่า เฉพาะช่วงที่อาสาสมัครดื่มน้ำมะเขือเทศผสมถั่วเหลืองเท่านั้นที่ระดับโปรตีนบางชนิดซึ่งเกี่ยวข้องกับการอักเสบในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ IL-5, IL-12p70 และ GM-CSF ส่วน TNF-alpha มีแนวโน้มลดลง แต่ยังไม่ถึงระดับที่มีนัยสำคัญทางสถิติ

ทำไมมะเขือเทศกับถั่วเหลืองถึงน่าสนใจ?

จุดเด่นของมะเขือเทศคือมีไลโคปีน ซึ่งเป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่ให้สีแดงในมะเขือเทศ ขณะที่ถั่วเหลืองมีไอโซฟลาโวน ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีอีกกลุ่มหนึ่ง เมื่อนำมาศึกษาร่วมกัน ทีมวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าสารอาหารจากทั้งสองชนิดอาจทำงานเสริมกัน และส่งผลต่อกระบวนการอักเสบในร่างกาย

เจสสิกา คูเปอร์สโตน รองศาสตราจารย์ด้านพืชสวนและพืชไร่จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต ซึ่งเป็นผู้เขียนหลักของงานวิจัย ระบุว่า ทีมวิจัยต้องการทดสอบอย่างเป็นระบบว่า อาหารสามารถช่วยปรับระดับการอักเสบได้จริงหรือไม่ แทนที่จะกล่าวเพียงว่าอาหารบางชนิดมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ

การอักเสบเรื้อรังเกี่ยวข้องกับโรคอะไรบ้าง?

การอักเสบเป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกาย แต่หากเกิดการอักเสบเรื้อรังในระดับต่ำเป็นเวลานาน อาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะอ้วน ซึ่งมักมีการอักเสบในร่างกายสูงกว่าปกติ

การอักเสบเรื้อรังถูกเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพหลายด้าน เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวานชนิดที่ 2 ความผิดปกติของระบบเผาผลาญ รวมถึงภาวะอักเสบบางชนิดในร่างกาย อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังอยู่ในขนาดเล็ก จึงไม่ควรสรุปว่ามะเขือเทศและถั่วเหลืองสามารถรักษาหรือป้องกันโรคเหล่านี้ได้โดยตรง

ไม่ใช่สูตรมหัศจรรย์ แต่เป็นแนวทางอาหารที่น่าศึกษาต่อ

แม้ผลการทดลองจะน่าสนใจ แต่ทีมวิจัยย้ำว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาต่อในกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ขึ้น และในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะอักเสบหรือโรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันผลและประเมินความเหมาะสมของการนำไปใช้จริง

มหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตตยังระบุว่า จากผลการศึกษานี้ ทีมวิจัยได้รับทุนสนับสนุนจาก National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases เพื่อศึกษาต่อว่า น้ำมะเขือเทศผสมถั่วเหลืองอาจช่วยลดการอักเสบในผู้ป่วยตับอ่อนอักเสบได้หรือไม่

ควรกินมะเขือเทศและถั่วเหลืองอย่างไรในชีวิตประจำวัน?

สำหรับคนทั่วไป มะเขือเทศและถั่วเหลืองยังถือเป็นอาหารที่สามารถเพิ่มลงในมื้ออาหารได้ง่าย เช่น มะเขือเทศสด ซอสมะเขือเทศแบบไม่หวานจัด น้ำมะเขือเทศไม่เติมน้ำตาล เต้าหู้ นมถั่วเหลืองไม่หวาน หรือถั่วเหลืองในรูปแบบต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีโรคประจำตัว แพ้อาหาร หรือจำเป็นต้องควบคุมสารอาหารบางชนิด ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพร่างกายของตนเอง และหากต้องการปรับอาหารเพื่อดูแลโรคเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อน

สรุป มะเขือเทศกับถั่วเหลืองอาจช่วยลดการอักเสบ แต่ยังต้องศึกษาเพิ่ม

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตตชี้ว่า การดื่มน้ำมะเขือเทศผสมถั่วเหลืองเป็นเวลา 4 สัปดาห์ อาจช่วยลดสารบ่งชี้การอักเสบบางชนิดในผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วนได้ โดยคาดว่าสารไลโคปีนจากมะเขือเทศและไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลืองอาจมีบทบาทสำคัญ

ถึงอย่างนั้น ผลลัพธ์นี้ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย และไม่ควรถูกนำไปตีความว่าเป็นสูตรลดโรคหรือรักษาภาวะอ้วนโดยตรง สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือมองมะเขือเทศและถั่วเหลืองเป็นอาหารสุขภาพที่น่าสนใจ เพิ่มได้อย่างเหมาะสมในมื้ออาหาร ควบคู่กับการกินให้หลากหลาย ออกกำลังกาย และดูแลน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล