พยาบาลเตือนเอง! สังเกต 1 อาการที่คอ "เพชฌฆาตเงียบ" มหากาพย์โรคร้ายถึงชีวิต

เช็กด่วนก่อนสายเกินแก้! เผยเส้นเลือดตรงคอเต้นตุบๆ แรงผิดปกติ สัญญาณเตือนโรคร้ายที่คน 90% ไม่รู้ตัว
พยาบาลวิชาชีพรายหนึ่งได้ออกมาแจ้งเตือนสังคมเกี่ยวกับภัยเงียบของ "โรคที่ไม่มีอาการแสดงชัดเจน" แต่สามารถส่งผลกระทบและก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงแก่ชีวิตหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง โดยเธอชี้ว่ามีสัญญาณเตือนสำคัญประการหนึ่งที่สามารถสังเกตเห็นได้บริเวณ "ลำคอ" ซึ่งเป็นจุดที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด
คริสติน ดัตตัน (Kristine Dutton) พยาบาลวิชาชีพประจำศูนย์การแพทย์ Riverside Mathews ประเทศสหรัฐอเมริกา อธิบายว่า "โรคความดันโลหิตสูง (High Blood Pressure) มักถูกขนานนามว่าเป็นเพชฌฆาตเงียบ เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะไม่รู้สึกถึงอาการผิดปกติใด ๆ เลยในระยะแรก" อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณทางกายภาพบางอย่างที่ร่างกายพยายามส่งเสียงเตือนออกมา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "อาการชีพจรเต้นแรงจนสังเกตเห็นได้ชัดบริเวณลำคอ" (Strong Pulsation in the Neck) โดยพยาบาลดัตตันแนะนำว่า หากคุณหรือคนใกล้ชิดเริ่มสังเกตเห็นว่าเส้นเลือดที่คอเต้นตุบ ๆ แรงผิดปกติ ควรรีบไปตรวจวัดความดันโลหิตโดยเร็วที่สุด
5 สัญญาณเตือนร่วมของโรคความดันโลหิตสูง
นอกเหนือจากอาการชีพจรเต้นแรงที่คอแล้ว ร่างกายอาจมีอาการร่วมอื่น ๆ ที่บ่งชี้ว่าแรงดันเลือดในร่างกายกำลังพุ่งสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ดังนี้:
-
มีอาการปวดศีรษะตั้งแต่ระดับปานกลางไปจนถึงขั้นรุนแรง (มักปวดบริเวณท้ายทอย)
-
มีความรู้สึกวิตกกังวลกระสับกระส่ายโดยไม่มีสาเหตุ
-
หายใจติดขัด หายใจลำบาก หรือเหนื่อยง่ายขึ้น
-
มีอาการเลือดกำเดาไหล
-
มีอาการใจสั่น แน่นหน้าอก
จากข้อมูลของมูลนิธิโรคหัวใจแห่งอังกฤษ (British Heart Foundation) ระบุว่า เฉพาะในสหราชอาณาจักรมีผู้เผชิญกับภาวะความดันโลหิตสูงสูงถึงประมาณ 14.4 ล้านคน แต่มีประชากรมากถึง 9 ล้านคนในกลุ่มดังกล่าวที่ "ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังป่วย"
- ไขมันเลว "กลัว" เครื่องดื่มแก้วละ 20 บาท วิจัยคอนเฟิร์มแล้ว ทั้งผู้ใหญ่-เด็กต่างก็ชื่นชอบ!
- กินข้าวทุกมื้อ! แต่น้ำตาลลด-ผอมลง 10 กก. ชายแชร์ "สูตรพลิกชีวิต" ที่หมอแนะนำ
มหากาพย์ความน่ากลัว: 7 โรคร้ายแทรกซ้อนเมื่อปล่อยให้ความดันสูง
ภาวะความดันโลหิตสูง คือการที่แรงดันของกระแสเลือดที่กระทำต่อผนังหลอดแดงมีค่าสูงกว่าระดับปกติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางหน่วยงานบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (NHS) ยืนยันว่าหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ควบคุม แรงดันนี้จะเข้าไปทำลายระบบหลอดเลือดและนำไปสู่โรคอันตรายเหล่านี้:
-
โรคหัวใจและหลอดเลือด
-
ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน
-
โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์-อัมพาต)
-
ภาวะหัวใจล้มเหลว
-
โรคหลอดเลือดส่วนปลายอุดตัน
-
โรคเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง
-
โรคไตเสื่อม/ไตวายเรื้อรัง
ปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมเร่ง "ความดันพุ่ง"
แม้ทางการแพทย์จะยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยบางรายได้ แต่มีปัจจัยแวดล้อมและพฤติกรรมหลายประการที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ได้แก่:
-
ปัจจัยส่วนบุคคล: การมีภาวะเครียดสะสม, โรคอ้วนหรือน้ำหนักเกินเกณฑ์, ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และการขาดการออกกำลังกายที่เพียงพอ
-
ปัจจัยจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต: ผู้ที่สูบบุหรี่จัด, ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป รวมถึงผู้ที่มีพฤติกรรม "ติดเค็ม" บริโภคโซเดียมหรือเกลือสูงในชีวิตประจำวัน
วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อกู้คืนความดันให้เป็นปกติ
ไม่ว่าคุณจะตรวจพบภาวะความดันโลหิตสูงแล้วหรือไม่ วิธีการดูแลและปกป้องร่างกายที่ดีที่สุดคือการปฏิวัติไลฟ์สไตล์ให้มีสุขภาพดี (Healthy Lifestyle) ด้วยแนวทางง่าย ๆ ดังนี้:
-
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ควรออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอระดับปานกลาง (เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ๆ ว่ายน้ำ) อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
-
ปรับพฤติกรรม: งดหรือเลิกการสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด เนื่องจากสารพิษในบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดหดตัวและแข็งตัว
-
จัดการอาหารและอารมณ์: รับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ (เน้นผัก ผลไม้ ลดของมัน ของทอด และลดเค็ม) ควบคู่ไปกับการฝึกทำสมาธิหรือทำกิจกรรมผ่อนคลายเพื่อลดระดับความเครียดสะสมในแต่ละวัน

ที่มาข้อมูล: รายงานคำเตือนสุขภาพและสถิติโรคระบบหลอดเลือด จากสำนักข่าว Express และแนวทางปฏิบัติทางคลินิกสากลโดยหน่วยงานบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (NHS)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี