พยาบาลเตือนเอง! สังเกต 1 อาการที่คอ "เพชฌฆาตเงียบ" มหากาพย์โรคร้ายถึงชีวิต

พยาบาลเตือนเอง! สังเกต 1 อาการที่คอ "เพชฌฆาตเงียบ" มหากาพย์โรคร้ายถึงชีวิต

พยาบาลเตือนเอง! สังเกต 1 อาการที่คอ "เพชฌฆาตเงียบ" มหากาพย์โรคร้ายถึงชีวิต
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เช็กด่วนก่อนสายเกินแก้! เผยเส้นเลือดตรงคอเต้นตุบๆ แรงผิดปกติ สัญญาณเตือนโรคร้ายที่คน 90% ไม่รู้ตัว

พยาบาลวิชาชีพรายหนึ่งได้ออกมาแจ้งเตือนสังคมเกี่ยวกับภัยเงียบของ "โรคที่ไม่มีอาการแสดงชัดเจน" แต่สามารถส่งผลกระทบและก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงแก่ชีวิตหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง โดยเธอชี้ว่ามีสัญญาณเตือนสำคัญประการหนึ่งที่สามารถสังเกตเห็นได้บริเวณ "ลำคอ" ซึ่งเป็นจุดที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด

คริสติน ดัตตัน (Kristine Dutton) พยาบาลวิชาชีพประจำศูนย์การแพทย์ Riverside Mathews ประเทศสหรัฐอเมริกา อธิบายว่า "โรคความดันโลหิตสูง (High Blood Pressure) มักถูกขนานนามว่าเป็นเพชฌฆาตเงียบ เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะไม่รู้สึกถึงอาการผิดปกติใด ๆ เลยในระยะแรก" อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณทางกายภาพบางอย่างที่ร่างกายพยายามส่งเสียงเตือนออกมา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "อาการชีพจรเต้นแรงจนสังเกตเห็นได้ชัดบริเวณลำคอ" (Strong Pulsation in the Neck) โดยพยาบาลดัตตันแนะนำว่า หากคุณหรือคนใกล้ชิดเริ่มสังเกตเห็นว่าเส้นเลือดที่คอเต้นตุบ ๆ แรงผิดปกติ ควรรีบไปตรวจวัดความดันโลหิตโดยเร็วที่สุด

5 สัญญาณเตือนร่วมของโรคความดันโลหิตสูง

นอกเหนือจากอาการชีพจรเต้นแรงที่คอแล้ว ร่างกายอาจมีอาการร่วมอื่น ๆ ที่บ่งชี้ว่าแรงดันเลือดในร่างกายกำลังพุ่งสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ดังนี้:

  • มีอาการปวดศีรษะตั้งแต่ระดับปานกลางไปจนถึงขั้นรุนแรง (มักปวดบริเวณท้ายทอย)

  • มีความรู้สึกวิตกกังวลกระสับกระส่ายโดยไม่มีสาเหตุ

  • หายใจติดขัด หายใจลำบาก หรือเหนื่อยง่ายขึ้น

  • มีอาการเลือดกำเดาไหล

  • มีอาการใจสั่น แน่นหน้าอก

จากข้อมูลของมูลนิธิโรคหัวใจแห่งอังกฤษ (British Heart Foundation) ระบุว่า เฉพาะในสหราชอาณาจักรมีผู้เผชิญกับภาวะความดันโลหิตสูงสูงถึงประมาณ 14.4 ล้านคน แต่มีประชากรมากถึง 9 ล้านคนในกลุ่มดังกล่าวที่ "ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังป่วย"

มหากาพย์ความน่ากลัว: 7 โรคร้ายแทรกซ้อนเมื่อปล่อยให้ความดันสูง

ภาวะความดันโลหิตสูง คือการที่แรงดันของกระแสเลือดที่กระทำต่อผนังหลอดแดงมีค่าสูงกว่าระดับปกติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางหน่วยงานบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (NHS) ยืนยันว่าหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ควบคุม แรงดันนี้จะเข้าไปทำลายระบบหลอดเลือดและนำไปสู่โรคอันตรายเหล่านี้:

  1. โรคหัวใจและหลอดเลือด

  2. ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

  3. โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์-อัมพาต)

  4. ภาวะหัวใจล้มเหลว

  5. โรคหลอดเลือดส่วนปลายอุดตัน

  6. โรคเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง

  7. โรคไตเสื่อม/ไตวายเรื้อรัง

ปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมเร่ง "ความดันพุ่ง"

แม้ทางการแพทย์จะยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยบางรายได้ แต่มีปัจจัยแวดล้อมและพฤติกรรมหลายประการที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ได้แก่:

  • ปัจจัยส่วนบุคคล: การมีภาวะเครียดสะสม, โรคอ้วนหรือน้ำหนักเกินเกณฑ์, ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และการขาดการออกกำลังกายที่เพียงพอ

  • ปัจจัยจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต: ผู้ที่สูบบุหรี่จัด, ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป รวมถึงผู้ที่มีพฤติกรรม "ติดเค็ม" บริโภคโซเดียมหรือเกลือสูงในชีวิตประจำวัน

วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อกู้คืนความดันให้เป็นปกติ

ไม่ว่าคุณจะตรวจพบภาวะความดันโลหิตสูงแล้วหรือไม่ วิธีการดูแลและปกป้องร่างกายที่ดีที่สุดคือการปฏิวัติไลฟ์สไตล์ให้มีสุขภาพดี (Healthy Lifestyle) ด้วยแนวทางง่าย ๆ ดังนี้:

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ควรออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอระดับปานกลาง (เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ๆ ว่ายน้ำ) อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์

  • ปรับพฤติกรรม: งดหรือเลิกการสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด เนื่องจากสารพิษในบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดหดตัวและแข็งตัว

  • จัดการอาหารและอารมณ์: รับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ (เน้นผัก ผลไม้ ลดของมัน ของทอด และลดเค็ม) ควบคู่ไปกับการฝึกทำสมาธิหรือทำกิจกรรมผ่อนคลายเพื่อลดระดับความเครียดสะสมในแต่ละวัน

ที่มาข้อมูล: รายงานคำเตือนสุขภาพและสถิติโรคระบบหลอดเลือด จากสำนักข่าว Express และแนวทางปฏิบัติทางคลินิกสากลโดยหน่วยงานบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (NHS)

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล