กาแฟผงสำเร็จรูป vs กาแฟบด แบบไหนคาเฟอีนเยอะกว่ากัน? กูรูมีคำตอบ!

กาแฟผงสำเร็จรูป vs กาแฟบด แบบไหนคาเฟอีนเยอะกว่ากัน? กูรูมีคำตอบ!

กาแฟผงสำเร็จรูป vs กาแฟบด แบบไหนคาเฟอีนเยอะกว่ากัน? กูรูมีคำตอบ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กาแฟผงสำเร็จรูป vs กาแฟบด: แตกต่างกันอย่างไร แบบไหนใช่สำหรับคุณ?

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ต้องดื่มกาแฟสดชื่นในทุกเช้า หรือจิบเพียงนานๆ ครั้ง คอกาแฟทุกคนมักมีความชอบและรสสัมผัสในใจอย่างชัดเจน ในอดีต "กาแฟผงสำเร็จรูป" (Instant Coffee) อาจเคยถูกมองข้ามเรื่องรสชาติ แต่ด้วยเทคโนโลยีและแบรนด์ใหม่ๆ ในปัจจุบัน ทำให้กาแฟผงกลับมารับความนิยมอย่างมาก แล้วกาแฟชนิดนี้แตกต่างจาก "กาแฟบด" (Ground Coffee) ที่ขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านดังอย่างไร? เราจะพาไปเจาะลึกข้อแตกต่างหลักๆ พร้อมตอบคำถามยอดฮิตของสายกาแฟกัน

Highlight: กาแฟผงสำเร็จรูปไม่ได้แย่อย่างที่คิด! ยุคนี้มีนวัตกรรมทำให้รสชาติดีเทียบเท่ากาแฟบด ชูจุดเด่นที่ความชงไว ไม่ต้องมีอุปกรณ์ เหมาะกับคนเร่งรีบและสายแคมป์ปิ้ง


กาแฟผงสำเร็จรูป คืออะไร?

ทำมาจากเมล็ดกาแฟที่ผ่านกระบวนการต้มสกัดเหมือนกาแฟทั่วไป เพียงแต่ทำในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ น้ำกาแฟที่ได้จะถูกนำไปสกัดเอาน้ำออกจนเข้มข้น แล้วทำให้แห้งกลายเป็นเกล็ดหรือผงกาแฟด้วยวิธีชะลอความเย็น (Freeze-drying) หรือการพ่นหมอกความร้อน (Spray-drying)

กาแฟบด คืออะไร?

คือเมล็ดกาแฟคั่วที่นำมาบดเป็นผงเพื่อนำไปใช้กับเครื่องชงกาแฟ อุปกรณ์ดริป หรือกาต้มกาแฟ แม้ว่าเราจะสามารถบดเมล็ดกาแฟสดๆ เองที่บ้านได้ แต่กาแฟบดสำเร็จบรรจุถุงก็ให้ความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวันได้อย่างลงตัว


4 ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง "กาแฟผงสำเร็จรูป" และ "กาแฟบด"

หัวข้อเปรียบเทียบ กาแฟผงสำเร็จรูป (Instant Coffee) กาแฟบด (Ground Coffee)
1. ความเร็วในการชง ชงได้ทันที เพียงตักผงกาแฟใส่อุปกรณ์ แล้วเติมน้ำร้อน (หรือน้ำเย็น) พร้อมดื่มทันที เหมาะมากในเวลาเร่งรีบ ใช้เวลาชงประมาณ 10–15 นาที ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุปกรณ์ที่ใช้ ซึ่งอาจทำให้เสียเวลาในเช้าที่ต้องรีบไปทำงาน
2. อุปกรณ์ที่ใช้ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ แค่มีแก้วและน้ำก็พอ ตอบโจทย์เวลาไปแคมป์ปิ้ง หรือเจอปัญหาไฟดับ ต้องใช้อุปกรณ์ชงกาแฟ เช่น เครื่องชงกาแฟดริป, French Press, Moka Pot หรือ Chemex และต้องใช้ไฟฟ้าหรือความร้อนในการสกัด
3. อายุการเก็บรักษา เก็บได้นานสูงสุด 2 ปี (แบบยังไม่เปิดถุง) และอยู่ได้นาน 6 เดือนหลังเปิดใช้งาน คงรสชาติดีที่สุดประมาณ 1 ปี (แบบยังไม่เปิดถุง) หลังเปิดใช้งานรสชาติจะเริ่มลดลงใน 2 สัปดาห์ และควรดื่มให้หมดใน 6 เดือน
4. รสชาติและคุณภาพ ยุคนี้มีการใช้อาราบิก้าสายพันธุ์เดียว (Single-origin) และคั่วหลายระดับ ลบภาพจำกาแฟรสขมฝาดแบบเดิมๆ (แนะนำเลือกแบบ Freeze-dried เพื่อรสชาติที่ดีกว่า) ให้รสชาติสดใหม่ มิติรสสัมผัสชัดเจน และมีความกลมกล่อมตามธรรมชาติของเมล็ดกาแฟได้ดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: กาแฟผงสำเร็จรูปมีปริมาณคาเฟอีนเท่ากับกาแฟบดไหม?
A: กาแฟผงสำเร็จรูปมีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่า โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30–90 มิลลิกรัมต่อแก้ว ขณะที่กาแฟบดมีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่า อยู่ที่ประมาณ 70–140 มิลลิกรัมต่อแก้ว จึงเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการควบคุมปริมาณคาเฟอีนหรือไวต่อคาเฟอีน

Q: กาแฟผงสำเร็จรูป เหมาะนำไปใช้งานตอนไหนบ้าง?
A: เหมาะมากสำหรับเวลาเดินทาง พกพาไปแคมป์ปิ้ง สถานการณ์ฉุกเฉินไฟดับ หรือคนที่ต้องการประหยัดเวลา นอกจากนี้ในวงการทำขนมและทำอาหาร กาแฟผงยังเป็นตัวช่วยชั้นดีในการเพิ่มมิติความหอมเข้มข้นของช็อกโกแลตและเมนูต่างๆ โดยไม่เพิ่มปริมาณของเหลวในสูตรอีกด้วย

อ้างอิงบทความต้นฉบับ: Alexandra Emanuelli (Food Editor & Writer)

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล