ไขมันในเลือดสูงเท่าไหร่ต้องกินยา? ซื้อยากินเองได้ไหม ความเข้าใจผิดที่เสี่ยงอันตราย
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
ไขมันในเลือดสูงเท่าไหร่ต้องกินยา? เปิดคู่มือยาลดไขมันที่หลายคนยังเข้าใจผิด!
ในปัจจุบัน ยาลดไขมันในเลือดกลายเป็นยาที่หลายคนหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป จนนำไปสู่ "ความเข้าใจผิด" แอบซื้อมาประทานเองโดยไม่ผ่านการตรวจเลือดหรือไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์ เพียงเพราะคิดว่ามันจะช่วยลดไขมันตามร่างกาย หรือช่วยลดน้ำหนักและลดหน้าท้องได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมากเนื่องจากยาแต่ละชนิดมีกลไกและผลข้างเคียงที่ต้องควบคุมอย่างใกล้ชิด
ข้อมูลร่วมกันจาก ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อิชิ และ โรงพยาบาลวิภาวดี จะช่วยให้เราเข้าใจความจริงเกี่ยวกับไขมันในเลือดและการใช้ยาลดไขมันได้อย่างถูกต้องครับ
ตัวเลขเท่าไหร่...ถึงเกณฑ์ที่แพทย์จะสั่งจ่ายยา?
โดยทั่วไปแล้ว แพทย์ไม่ได้สั่งจ่ายยาให้ผู้ป่วยในทันที แต่จะพิจารณาจากผลตรวจเลือดและระดับความรุนแรงตามเกณฑ์ดังนี้
-
เมื่อคอเลสเตอรอลรวม (Total Cholesterol) สูงเกิน 240 mg/dL
-
เมื่อไขมันเลว (LDL) สูงเกินกว่า 160 - 180 mg/dL ร่วมกับมีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ
-
ปรับพฤติกรรมแล้วยังเอาไม่อยู่: โดยปกติหากตรวจพบไขมันสูงในระยะแรก แพทย์จะให้ผู้ป่วยควบคุมอาหารและปรับไลฟ์สไตล์อย่างเคร่งครัดเป็นเวลา 1-3 เดือนก่อน จากนั้นจึงนัดเจาะเลือดซ้ำ หากค่าไขมันยังไม่ลดลง จึงจะพิจารณาให้เริ่มกินยา
ข้อยกเว้น: กลุ่มเสี่ยงสูงที่ต้องกินยาเร่งด่วน
ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอยู่แล้ว หรือมีปัจจัยเสี่ยงร่วมที่อันตรายมาก เช่น เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่จัด หรือมีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเฉียบพลัน แม้ผลตรวจเลือดจะพบว่าค่าไขมันไม่ได้สูงทะลุเกณฑ์ข้างต้น แพทย์ก็อาจสั่งยาลดไขมันให้รับประทานทันทีเพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนอันตราย

ทำความรู้จักกลุ่มยา "สเตติน" และกลไกการทำงาน
ยาลดไขมันในเลือดกลุ่มที่นิยมใช้มากที่สุดคือกลุ่ม "สเตติน" (Statins) ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอเลสเตอรอลที่ตับ (เนื่องจากไขมันในเลือดของเรา $60% - 70%$ ร่างกายสร้างขึ้นเอง ส่วนที่เหลือมาจากอาหาร) เพื่อลดการสะสมของไขมันเลว (LDL) ที่จะเข้าไปฝังตัวตามผนังหลอดเลือดจนแข็งตัว ตีบตัน หรือแตกในอนาคต โดยมี 6 ตัวยาหลัก ๆ ที่แพทย์นิยมใช้คือ:
-
Simvastatin: ตัวยาที่ได้รับความนิยมสูงสุด เน้นยับยั้งการสร้างและลดไขมันส่วนเกินในร่างกาย
-
Atorvastatin: เด่นเรื่องการลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง
-
Pravastatin: นิยมใช้ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรม ออกกำลังกาย และควบคุมอาหารอย่างสม่ำเสมอ
-
Fluvastatin: ชะลอการสร้างไขมันเลวและเน้นกระตุ้นการสร้างไขมันดี (HDL) สามารถใช้ได้ในผู้ป่วยอายุ 10 ปีขึ้นไป
-
Rosuvastatin: ใช้รักษาภาวะไขมันสูง ประสิทธิภาพสูงในการป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น หัวใจวาย หรือสโตรก
-
Pitavastatin: เน้นลดการสร้างคอเลสเตอรอลในร่างกาย มีความปลอดภัยสูง สามารถใช้ได้ในผู้ป่วยเด็กอายุตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป
3 ความเข้าใจผิดยอดฮิตเกี่ยวกับการซื้อยาลดไขมันกินเอง
-
เข้าใจผิด 1: ยาลดไขมันช่วยลดหน้าท้องหรือลดน้ำหนักได้
-
ความจริง: ยาชนิดนี้ทำหน้าที่ลดเฉพาะระดับไขมันที่ละลายอยู่ในกระแสเลือดเท่านั้น ไม่ช่วยลดไขมันหน้าท้อง เพราะไขมันหน้าท้องคือเซลล์ไขมันสะสมใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน
-
-
เข้าใจผิด 2: เป็นยาที่ปลอดภัย ซื้อกินเองได้เรื่อย ๆ
-
ความจริง: การทานยาเกินขนาดหรือทานโดยไม่มีข้อบ่งชี้จากแพทย์ ส่งผลเสียต่อระบบกลไกของกล้ามเนื้อโดยตรง และอาจทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันจากการที่ไตต้องทำงานหนักเกินไป
-
-
เข้าใจผิด 3: กินยาแล้ว จะกินหมูกระทะหรือของทอดเท่าไหร่ก็ได้
-
ความจริง: การรักษาจะเห็นผลดีที่สุดเมื่อ ควบคุมอาหารและใช้ยาควบคู่กันไปตลอด การพึ่งยาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถชนะพฤติกรรมการกินอาหารทำลายสุขภาพได้
-
คู่มือปรับพฤติกรรม: เลือกกินอาหารให้ตรงกับชนิดไขมันที่สูง
หากตรวจเลือดแล้วพบว่าค่าไขมันตัวไหนสูงเกินเกณฑ์ ให้เน้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินตามชนิดของไขมันนั้น ๆ ร่วมกับการทานยาตามแพทย์สั่งครับ:
1. หากค่า "คอเลสเตอรอล" สูง
-
อาหารที่ต้องหลีกเลี่ยง: ไข่แดง, มันสัตว์, น้ำมันสัตว์, เครื่องในสัตว์ทุกชนิด (ตับ ไต ไส้ สมอง), เนื้อแดง (หมู/วัว), หนังเป็ดหนังไก่, ปลาหมึกตัวใหญ่ และหอยนางรม
-
ปรับวิธีปรุงอาหาร: เปลี่ยนจากของทอดหรือของผัดน้ำมันเยิ้ม ๆ เป็นการ ปิ้ง, ย่าง, นึ่ง, อบ หรือต้ม แทน
-
เลือกใช้น้ำมันให้ถูก: เลือกใช้น้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันข้าวโพด และสามารถทานผักใบเขียวได้ไม่จำกัด
2. หากค่า "ไตรกลีเซอไรด์" สูง
-
อาหารที่ต้องหลีกเลี่ยง: อาหารที่มีส่วนผสมของกะทิ, ขนมหวาน, อาหารประเภทแป้ง และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน
-
ปรับไลฟ์สไตล์: งดหรือลดการดื่มสุราและเบียร์อย่างเด็ดขาด และเน้นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการขยับร่างกายจะช่วยเผาผลาญและลดระดับไตรกลีเซอไรด์ได้ดีที่สุด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)