ผลวิจัยเตือน "1 เมนูปลามะเร็ง" ยิ่งกินสะสมยิ่งอันตราย แต่ยังเป็นของโปรดหลายคน!!

สาย "ปลารมควัน" ต้องระวัง! ผลวิจัยเผยกินบ่อยเสี่ยงมะเร็ง หมอเตือนเข้มแม้จะอร่อยแค่ไหนก็ต้องจำกัดปริมาณ
รายงานจากสื่อต่างประเทศ Daily Mail เปิดเผยคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเกี่ยวกับ "ปลารมควัน" (Smoked Fish) ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเมนูยอดนิยมที่หาทานได้ง่ายขึ้น แต่กระบวนการถนอมอาหารชนิดนี้กลับแฝงไปด้วยสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากบริโภคมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงในการสะสมสารก่อมะเร็งในร่างกายได้
สารพิษที่มากับ "ควัน": กลไกที่ทำให้เกิดอันตราย
กระบวนการรมควันอาหาร ไม่ว่าจะเป็นปลา เนื้อสัตว์ หรือชีส เกิดจากการเผาไหม้ของไม้ในสภาวะที่มีออกซิเจนน้อย ซึ่งจะสร้างกลุ่มสารเคมีที่เรียกว่า PAHs (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons)
-
PAHs คืออะไร: เป็นกลุ่มสารประกอบที่ได้รับการยืนยันว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อมะเร็ง หากร่างกายได้รับในปริมาณที่สูงเกินไป
-
ความเสี่ยงที่ตามมา: การบริโภคอาหารที่มีค่า PAHs สูงอย่างต่อเนื่อง สัมพันธ์กับการเพิ่มความเสี่ยงของ มะเร็งเต้านม, มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ใหญ่
-
ปลาที่มีไขมันสูงยิ่งเสี่ยง: ดร. อิโดโล อิฟี จากมหาวิทยาลัยลีดส์ อธิบายว่า ยิ่งอาหารมีไขมันสูง (เช่น ปลาแซลมอน หรือปลาซาบะ) สาร PAHs จะยิ่งยึดเกาะได้ดีขึ้น เนื่องจากไขมันที่หยดลงไปโดนความร้อนจะสร้างควันพิษที่ย้อนกลับมาเกาะบนตัวปลาซ้ำ
ผลวิจัยชี้ "รมควัน" อันตรายกว่า "ปิ้งย่าง"
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Discover Food ปี 2024 ระบุว่า เนื้อสัตว์และปลารมควันมีระดับสาร PAHs สูงกว่าการนำไปย่างทั่วไป โดยเฉพาะใน ปลาแมกเคอเรลรมควัน พบว่ามีระดับสารก่อมะเร็งสูงเกินกว่าเกณฑ์ที่สหภาพยุโรป (EU) แนะนำ
กินอย่างไรให้ปลอดภัย? คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ห้ามกินปลารมควันโดยเด็ดขาด แต่แนะนำให้ยึดหลัก "ทางสายกลาง" ดังนี้:
-
จำกัดปริมาณ: แนะนำให้รับประทานอาหารรมควันไม่เกิน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อป้องกันการสะสมสารพิษในร่างกาย
-
เลือกวิธีปรุงอื่น: หากต้องการสารอาหารอย่าง โอเมก้า-3 ควรเลือกทานปลาแบบ ต้ม, นึ่ง หรือย่าง แทนการรมควัน
-
ระวังโซเดียม: อาหารรมควันมักมีเกลือสูงมาก ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อความดันโลหิต
ท้ายที่สุดแล้ว การดูแลสุขภาพไม่ได้แปลว่าเราต้องตัดขาดจากความอร่อยของปลารมควันไปโดยสิ้นเชิง แต่คือการรู้จักเลือกและรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม กฎง่ายๆ คือการจำกัดการบริโภคเพียงสัปดาห์ละครั้ง และสลับไปใช้วิธีปรุงอาหารที่ปลอดภัยกว่าอย่างการนึ่ง ต้ม หรือย่างที่ไม่สัมผัสควันโดยตรง เพราะการป้องกันความเสี่ยงจากสารสะสมตั้งแต่วันนี้ ย่อมดีกว่าการตามรักษาผลลัพธ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ในอนาคต
- หมอเตือนแล้วนะ! ชายโสดโปรดระวัง เจอเคสใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง จู่ๆ ตื่นมากลายเป็นคนพิการ
- ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัว! เตือนคน 7 กลุ่ม ไม่ควรกิน "แตงโม" อร่อยสดชื่น แต่เสี่ยงอันตราย

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี