"อบเชย" ลดความดันได้จริงหรือ? แพทย์เผยกลไกเด็ด พร้อมคำเตือนกลุ่มห้ามกิน : เช็กข่าวชัวร์

"อบเชย" ลดความดันได้จริงหรือ? แพทย์เผยกลไกเด็ด พร้อมคำเตือนกลุ่มห้ามกิน : เช็กข่าวชัวร์

"อบเชย" ลดความดันได้จริงหรือ? แพทย์เผยกลไกเด็ด พร้อมคำเตือนกลุ่มห้ามกิน : เช็กข่าวชัวร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Fact Check “อบเชย” ลดความดันได้จริงหรือ? แพทย์เฉลยกลไกที่หลายคนเข้าใจผิด

"อบเชย" ลดความดันได้จริงหรือ? หมอเผยกลไกช่วยดูแลหลอดเลือด ย้ำช่วยเสริมแต่ห้ามหยุดยาเอง

ในโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลว่า “อบเชย” หรือ cinnamon สามารถช่วยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล และปรับระบบเผาผลาญได้ จนหลายคนเข้าใจว่าอาจใช้แทนการรักษาโรคความดันโลหิตสูงได้

กองบรรณาธิการ Sanook News ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากรายงานของ Mirror News ซึ่งอ้างอิงคำแนะนำของ พญ.ชิว เสี่ยวเฉิน สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลซีหยวน ประเทศไต้หวัน พบว่า อบเชยอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพในระดับ “เสริม” แต่ไม่สามารถใช้แทนยา หรือการรักษาทางการแพทย์ได้

คำถาม

จริงหรือไม่ที่การกินอบเชยสามารถลดความดันโลหิตได้ และใช้แทนยาลดความดันหรือการรักษาตามแพทย์สั่งได้หรือไม่?

การตรวจสอบ

พญ.ชิว เสี่ยวเฉิน ระบุว่า อบเชยมีสารโพลีฟีนอลและสารออกฤทธิ์หลายชนิด ซึ่งอาจมีผลดีต่อหลอดเลือดผ่านกลไกต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ช่วยลดความเสียหายของหลอดเลือดและภาวะอักเสบเรื้อรัง รวมถึงอาจช่วยปกป้องเยื่อบุหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดขยายตัวได้ดีขึ้น

แพทย์ยังอธิบายว่า อบเชยอาจมีส่วนช่วยปรับภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อการควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตให้เสถียรขึ้น โดยงานวิเคราะห์อภิมานในช่วงหลังพบว่า การกินอบเชยในปริมาณเหมาะสมมีแนวโน้มทำให้ความดันตัวบนและความดันตัวล่างลดลง รวมถึงอาจช่วยลดคอเลสเตอรอลรวมได้เฉลี่ยประมาณ 12 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

อย่างไรก็ตาม พญ.ชิว เสี่ยวเฉิน ย้ำว่า ผลดังกล่าวมีขนาดจำกัด และอบเชยยังเป็นเพียงตัวช่วยเสริม ไม่ใช่ยารักษาโรค ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือมีปัญหาเมตาบอลิซึมยังต้องวัดความดัน วัดน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ และใช้ยาตามคำสั่งแพทย์

ในด้านปริมาณ แพทย์แนะนำว่าการบริโภคอบเชยระดับต่ำถึงปานกลางประมาณวันละ 1.5 กรัม หรือปริมาณเล็กน้อยที่โรยในกาแฟหรืออาหาร ก็เพียงพอสำหรับบทบาทเสริมสุขภาพ ไม่ควรบริโภคมากเกินไป เพราะอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ

กลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง ผู้ที่ใช้ยาประจำสำหรับโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร เนื่องจากอบเชยจีนที่พบได้ทั่วไปมีสารคูมารินค่อนข้างสูง หากกินมากและต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อพิษต่อตับ

นอกจากนี้ สารบางชนิดในอบเชยอาจเกิดปฏิกิริยากับยาลดความดัน ยาลดน้ำตาลในเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ส่งผลต่อประสิทธิภาพหรือความปลอดภัยของยา ส่วนหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรเสริมอบเชยในขนาดสูงด้วยตนเอง เพราะอาจกระตุ้นการบีบตัวของมดลูกได้

สำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน แพทย์แนะนำให้เลือกอบเชยซีลอน ซึ่งมีปริมาณคูมารินต่ำกว่าอบเชยจีน และใช้เป็นเครื่องเทศธรรมชาติในอาหาร มากกว่าจะมองว่าเป็นวิธีรักษาโรค

ข้อเท็จจริง

อบเชยอาจช่วยลดความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลได้เล็กน้อยในฐานะตัวช่วยเสริม แต่ไม่สามารถใช้แทนยา หรือการรักษาทางการแพทย์ได้ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ใช้ยาประจำ ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคตับ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินอบเชยในปริมาณมาก

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล