"อบเชย" ลดความดันได้จริงหรือ? แพทย์เผยกลไกเด็ด พร้อมคำเตือนกลุ่มห้ามกิน : เช็กข่าวชัวร์

Fact Check “อบเชย” ลดความดันได้จริงหรือ? แพทย์เฉลยกลไกที่หลายคนเข้าใจผิด
"อบเชย" ลดความดันได้จริงหรือ? หมอเผยกลไกช่วยดูแลหลอดเลือด ย้ำช่วยเสริมแต่ห้ามหยุดยาเอง
ในโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลว่า “อบเชย” หรือ cinnamon สามารถช่วยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล และปรับระบบเผาผลาญได้ จนหลายคนเข้าใจว่าอาจใช้แทนการรักษาโรคความดันโลหิตสูงได้
กองบรรณาธิการ Sanook News ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากรายงานของ Mirror News ซึ่งอ้างอิงคำแนะนำของ พญ.ชิว เสี่ยวเฉิน สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลซีหยวน ประเทศไต้หวัน พบว่า อบเชยอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพในระดับ “เสริม” แต่ไม่สามารถใช้แทนยา หรือการรักษาทางการแพทย์ได้
คำถาม
จริงหรือไม่ที่การกินอบเชยสามารถลดความดันโลหิตได้ และใช้แทนยาลดความดันหรือการรักษาตามแพทย์สั่งได้หรือไม่?
การตรวจสอบ
พญ.ชิว เสี่ยวเฉิน ระบุว่า อบเชยมีสารโพลีฟีนอลและสารออกฤทธิ์หลายชนิด ซึ่งอาจมีผลดีต่อหลอดเลือดผ่านกลไกต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ช่วยลดความเสียหายของหลอดเลือดและภาวะอักเสบเรื้อรัง รวมถึงอาจช่วยปกป้องเยื่อบุหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดขยายตัวได้ดีขึ้น
แพทย์ยังอธิบายว่า อบเชยอาจมีส่วนช่วยปรับภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อการควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตให้เสถียรขึ้น โดยงานวิเคราะห์อภิมานในช่วงหลังพบว่า การกินอบเชยในปริมาณเหมาะสมมีแนวโน้มทำให้ความดันตัวบนและความดันตัวล่างลดลง รวมถึงอาจช่วยลดคอเลสเตอรอลรวมได้เฉลี่ยประมาณ 12 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
อย่างไรก็ตาม พญ.ชิว เสี่ยวเฉิน ย้ำว่า ผลดังกล่าวมีขนาดจำกัด และอบเชยยังเป็นเพียงตัวช่วยเสริม ไม่ใช่ยารักษาโรค ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือมีปัญหาเมตาบอลิซึมยังต้องวัดความดัน วัดน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ และใช้ยาตามคำสั่งแพทย์
ในด้านปริมาณ แพทย์แนะนำว่าการบริโภคอบเชยระดับต่ำถึงปานกลางประมาณวันละ 1.5 กรัม หรือปริมาณเล็กน้อยที่โรยในกาแฟหรืออาหาร ก็เพียงพอสำหรับบทบาทเสริมสุขภาพ ไม่ควรบริโภคมากเกินไป เพราะอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ
กลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง ผู้ที่ใช้ยาประจำสำหรับโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร เนื่องจากอบเชยจีนที่พบได้ทั่วไปมีสารคูมารินค่อนข้างสูง หากกินมากและต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อพิษต่อตับ
นอกจากนี้ สารบางชนิดในอบเชยอาจเกิดปฏิกิริยากับยาลดความดัน ยาลดน้ำตาลในเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ส่งผลต่อประสิทธิภาพหรือความปลอดภัยของยา ส่วนหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรเสริมอบเชยในขนาดสูงด้วยตนเอง เพราะอาจกระตุ้นการบีบตัวของมดลูกได้
สำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน แพทย์แนะนำให้เลือกอบเชยซีลอน ซึ่งมีปริมาณคูมารินต่ำกว่าอบเชยจีน และใช้เป็นเครื่องเทศธรรมชาติในอาหาร มากกว่าจะมองว่าเป็นวิธีรักษาโรค
ข้อเท็จจริง
อบเชยอาจช่วยลดความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลได้เล็กน้อยในฐานะตัวช่วยเสริม แต่ไม่สามารถใช้แทนยา หรือการรักษาทางการแพทย์ได้ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ใช้ยาประจำ ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคตับ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินอบเชยในปริมาณมาก
- "ผักอายุยืน" กำละไม่กี่บาท! ช่วยล้างลำไส้-บำรุงกระเพาะ-กระตุ้นภูมิ ยาดีที่ยังถูกมองข้าม
- แพทย์เตือน!! ดื่มกาแฟใส่ "สิ่งนี้" ระวังแก้วโปรดเปลียนเป็นพิษ "ทำลายหัวใจ" ทรุดไม่รู้ตัว

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
