ขับรถเหยียบน้ำกระเด็นใส่คนอื่น จำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

มีการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์เตือนว่า การขับรถเหยียบน้ำจนกระเด็นใส่ผู้อื่น อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับสูงสุด 20,000 บาท
ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า การขับรถผ่านแอ่งน้ำแล้วน้ำกระเด็นใส่คนอื่นจะถือเป็นความผิดตามกฎหมายทุกกรณีหรือไม่
ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ข้อมูลดังกล่าวมีพื้นฐานจากบทบัญญัติของ พระราชบัญญัติจราจรทางบก ที่กำหนดความผิดสำหรับผู้ขับรถในลักษณะที่เห็นได้ว่าไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อย่างไรก็ตาม การที่รถขับผ่านแอ่งน้ำแล้วเกิดน้ำกระเด็นใส่ผู้อื่น ไม่ได้หมายความว่าผู้ขับจะมีความผิดตามข้อหานี้โดยอัตโนมัติ เนื่องจากการพิจารณาความผิดต้องดูพฤติการณ์ของผู้ขับรถด้วยว่าเป็นการขับขี่ในลักษณะที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นหรือไม่
หากตั้งใจขับรถเหยียบน้ำจนทำให้ทรัพย์สินเสียหาย
ในกรณีที่ผู้ขับ มีเจตนาขับรถเหยียบน้ำเพื่อให้น้ำกระเด็นใส่ผู้อื่น และการกระทำนั้นทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย อาจมีประเด็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาในฐาน ทำให้เสียทรัพย์ ตามมาตรา 358 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ดังนั้น การพิจารณาว่าจะเข้าข่ายความผิดใดหรือไม่ จึงต้องดูทั้งลักษณะการขับขี่ ผลที่เกิดขึ้น รวมถึงเจตนาของผู้ขับเป็นสำคัญ ไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริงว่าน้ำกระเด็นจากรถเท่านั้น
สรุป
ข้อมูลที่ระบุว่าขับรถเหยียบน้ำกระเด็นใส่ผู้อื่นอาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับสูงสุด 20,000 บาท เป็นข้อมูลจริง แต่ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีๆไป
เพราะกฎหมายกำหนดโทษสำหรับการขับรถในลักษณะที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ขณะที่หากมีเจตนาทำให้น้ำกระเด็นจนทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ก็อาจมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์และมีโทษสูงขึ้นได้
ผู้ขับขี่จึงควรเพิ่มความระมัดระวังเมื่อพบแอ่งน้ำ โดยเฉพาะบริเวณที่มีคนเดินอยู่ริมถนน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะสร้างความเดือดร้อนหรือเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

