วิจัยเผย! กินสิ่งนี้แค่ 1 กำมือ ก่อนมื้ออาหาร 30 นาที ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ถึง 18%

วิจัยเผย! กินสิ่งนี้แค่ 1 กำมือ ก่อนมื้ออาหาร 30 นาที ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ถึง 18%

วิจัยเผย! กินสิ่งนี้แค่ 1 กำมือ ก่อนมื้ออาหาร 30 นาที ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ถึง 18%
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิธีกินอัลมอนด์ช่วยคุมน้ำตาล เคล็ดลับลดน้ำตาลหลังมื้ออาหารลง 18%

การรับประทานอาหารมื้อใหญ่หรืออาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงมักนำมาซึ่งความกังวลเรื่องระดับน้ำตาลในเลือดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางการแพทย์ล่าสุดชี้ให้เห็นว่าเราสามารถเตรียมความพร้อมให้กับร่างกายได้ด้วยวิธีง่ายๆ เพียงแค่เลือกรับประทานถั่วอัลมอนด์ในปริมาณที่พอเหมาะก่อนมื้ออาหาร

นพ.เว่ยซือหาง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนัก จากไต้หวัน ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจโดยอ้างอิงงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร European Journal of Clinical Nutrition ซึ่งระบุว่าการรับประทานอัลมอนด์ปริมาณเล็กน้อยก่อนมื้ออาหารประมาณ 30 นาที สามารถช่วยลดค่าพื้นที่ใต้กราฟของระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหาร (AUC) ลงได้ประมาณ 18% ซึ่งถือเป็นเทคนิคที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับและทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

ผลการศึกษาประสิทธิภาพของอัลมอนด์ต่อระดับน้ำตาล

งานวิจัยดังกล่าวได้ทำการทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ใหญ่ในภาวะก่อนเบาหวานจำนวน 60 คน โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้

  • ระยะแรก: ให้กลุ่มตัวอย่างรับประทานอัลมอนด์ปริมาณ 20 กรัม ก่อนการทดสอบความทนทานต่อกลูโคส (OGTT) 30 นาที ผลปรากฏว่าระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารที่ 1 และ 2 ชั่วโมง ลดลงประมาณ 24.8% และ 28.9% ตามลำดับ
  • ระยะที่สอง: ให้รับประทานอัลมอนด์ก่อนมื้ออาหารทุกมื้อต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน และติดตามผลผ่านระบบตรวจวัดระดับน้ำตาลต่อเนื่อง (CGMS) พบว่าค่าเฉลี่ยน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลสูงสุด และน้ำตาลในเลือดช่วงกลางคืนมีการปรับตัวดีขึ้นทั้งหมด

กลไกการทำงานของอัลมอนด์ในการคุมน้ำตาล

นพ.เว่ยซือหาง อธิบายเพิ่มเติมว่าสาเหตุที่การรับประทานอัลมอนด์ก่อนมื้ออาหารช่วยรักษาเสถียรภาพของระดับน้ำตาลได้นั้น เกิดจาก 3 กลไกหลักที่ทำงานประสานกัน คือ

  1. กระตุ้นการตอบสนองของอินซูลินล่วงหน้า: การทานอัลมอนด์ก่อนช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งอินซูลินที่สะสมไว้ออกมาเตรียมพร้อม เมื่อเราทานอาหารมื้อหลักที่มีคาร์โบไฮเดรตเข้าไป ร่างกายจึงมีความสามารถในการจัดการกับน้ำตาลในเลือดได้ทันที
  2. ชะลอการระบายอาหารออกจากกระเพาะ: เนื่องจากอัลมอนด์อุดมไปด้วยไขมัน โปรตีน และใยอาหาร ทำให้ทางเดินอาหารมีความหนืดเพิ่มขึ้น อาหารจึงค้างอยู่ในกระเพาะนานขึ้น ส่งผลให้น้ำตาลกลูโคสถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ช้าลง
  3. เพิ่มความไวต่ออินซูลิน: อัลมอนด์มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว รวมถึงแร่ธาตุอย่างแมกนีเซียมและสังกะสี โดยเฉพาะแมกนีเซียมที่มีส่วนสำคัญในการส่งสัญญาณของอินซูลิน ช่วยให้ร่างกายนำน้ำตาลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

iStockphoto

ข้อแนะนำและปริมาณที่เหมาะสมในการรับประทาน

แม้ว่าอัลมอนด์จะมีประโยชน์ในการช่วยควบคุมน้ำตาล แต่ผู้บริโภคจำเป็นต้องควบคุมปริมาณและเลือกชนิดที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อสุขภาพ

  • ปริมาณที่แนะนำ: อัลมอนด์ประมาณ 20 กรัม (หรือประมาณ 15-18 เมล็ด) ต่อมื้อ
  • รูปแบบที่ควรเลือก: ควรเลือกอัลมอนด์แบบธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่งรสชาติ ผ่านการอบแห้งหรืออบด้วยอุณหภูมิต่ำ
  • ทางเลือกอื่น: นอกจากอัลมอนด์แล้ว ผลไม้อย่างอะโวคาโดประมาณ 1 ใน 3 ลูก (50 กรัม) หรือถั่วรวมชนิดอื่นๆ ก็สามารถช่วยควบคุมน้ำตาลได้เช่นกันผ่านกลไกที่คล้ายคลึงกัน

อย่างไรก็ตาม นพ.เว่ยซือหาง ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่าไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับการเพิ่มปริมาณการทานถั่ว โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการแพ้ถั่ว ผู้ที่มีระบบทางเดินอาหารอ่อนแอ หรือผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูง สำหรับผู้ป่วยที่กำลังใช้ยาลดน้ำตาลในเลือด ฉีดอินซูลิน หรือผู้ป่วยโรคไต ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ก่อนที่จะเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานตามแนวทางนี้

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล