ไม่แตะเหล้า-บุหรี่ หญิงช็อกเจอ "มะเร็ง" ต้นเหตุคือ 3 เครื่องดื่ม ที่หลายคนเชื่อโภชนาการสูง!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1977/9885378/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpgไม่แตะเหล้า-บุหรี่ หญิงช็อกเจอ "มะเร็ง" ต้นเหตุคือ 3 เครื่องดื่ม ที่หลายคนเชื่อโภชนาการสูง!

ไม่แตะเหล้า-บุหรี่ หญิงช็อกเจอ "มะเร็ง" ต้นเหตุคือ 3 เครื่องดื่ม ที่หลายคนเชื่อโภชนาการสูง!

แชร์เรื่องนี้

อุทาหรณ์หญิงวัย 40 ไม่ดื่มไม่สูบ แต่ "มะเร็ง" ถามหา! เพราะดื่ม 3 เมนูที่คนส่วนใหญ่คิดว่า "ดีต่อสุขภาพ"

ใครจะเชื่อว่าการดูแลตัวเองอย่างดี กินของดีมีประโยชน์ อาจกลายเป็นการสะสม "ความเสี่ยงมะเร็ง" โดยไม่รู้ตัว?

นพ. เหลียว จื้อถิง (Liao Chi-ting) อายุรแพทย์ด้านโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยาจากไต้หวัน ได้แบ่งปันเรื่องราวของผู้ป่วยหญิงรายหนึ่งอายุเพียง 40 ปีเศษ เธอมีไลฟ์สไตล์ที่ดูเหมือนจะ "รักสุขภาพ" มากๆ เพราะเธอไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หนักๆ แต่กลับตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง

จากการซักประวัติพบว่า เธอมีพฤติกรรมการกินที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า "ยิ่งกินยิ่งดี" อยู่ 3 อย่าง ซึ่งนพ.เหลียว ย้ำว่ามะเร็งไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลจากการสะสมของพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในระยะยาว ดังนี้ครับ:

1. น้ำผลไม้คั้นสด (ที่แท้จริงคือ "น้ำตาลคุมไม่ได้")

หลายคนเลือกดื่มน้ำผลไม้คั้นสดทุกเช้าเพราะคิดว่าได้วิตามิน แต่หมอเหลียวอธิบายว่า:

  • ขาดใยอาหาร: เมื่อผลไม้ถูกคั้นเป็นน้ำ ใยอาหาร (Fiber) ที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลจะหายไป

  • น้ำตาลพุ่งสูง: ร่างกายจะดูดซึมน้ำตาลจากน้ำผลไม้เร็วกว่าการเคี้ยวเป็นลูกๆ มาก ทำให้เกิดสภาวะ "น้ำตาลในเลือดสูงแบบไม่ทันตั้งตัว" นำไปสู่ความอ้วนและการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เซลล์มะเร็งชอบ

  • คำแนะนำ: "ถ้าเคี้ยวได้ ให้กินเป็นลูก อย่าดื่มเป็นน้ำ" และถ้าอยากดื่มจริงๆ ไม่ควรดื่มเป็นประจำทุกวัน

2. เมนู "ร้อนจัด" (เหมือนใช้กระดาษทรายถูหลอดอาหาร)

การซดซุปร้อนๆ หรือดื่มชากาแฟที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ เป็นความชอบของหลายคน แต่สถาบันวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (IARC) ระบุว่า:

  • อันตรายเกิน 65 องศา: การดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนกว่า 65°C เพิ่มความเสี่ยง "มะเร็งหลอดอาหาร"

  • การระคายเคืองซ้ำๆ: ความร้อนจัดจะทำลายเนื้อเยื่อบุหลอดอาหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนเราเอากระดาษทรายไปถูผนังหลอดอาหารทุกวัน แม้ร่างกายจะพยายามซ่อมแซมแต่การอักเสบเรื้อรังจะกลายเป็นเนื้อร้ายได้ในที่สุด

  • คำแนะนำ: ไม่ต้องรีบดื่ม ควรตั้งทิ้งไว้ให้เย็นลงก่อนกิน

3. จิบไวน์แดงก่อนนอน (แอลกอฮอล์คือสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1)

ความเชื่อที่ว่า "จิบไวน์นิดหน่อยก่อนนอนจะช่วยให้เลือดลมดี" อาจต้องเปลี่ยนใหม่ เพราะทางการแพทย์จัดว่า:

  • สารก่อมะเร็ง: แอลกอฮอล์ (ไม่ว่าจะไวน์หรือเหล้า) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 ซึ่งสัมพันธ์กับมะเร็งช่องปาก, คอหอย, หลอดอาหาร, ตับ, เต้านม และลำไส้ใหญ่

  • ไม่มีปริมาณที่ปลอดภัย: หมอเตือนว่า "แอลกอฮอล์ไม่มีปริมาณที่ดื่มแล้วปลอดภัยจริงๆ" แม้จะดื่มเพียงเล็กน้อยก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งบางชนิดได้ โดยเฉพาะถ้าดื่มสะสมเป็นเวลานาน

สรุปจากคุณหมอ: ยิ่งเราเอาตัวเองออกห่างจาก "เครื่องดื่มน้ำตาลสูง", "ของร้อนจัด" และ "แอลกอฮอล์" ได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีต่อสุขภาพและลดความเสี่ยงมะเร็งได้มากเท่านั้น

 

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :SOHA