หยุดหาทำ! เตือน 6 ผักที่ "ห้ามแช่ตู้เย็น" ยิ่งแช่-ยิ่งเน่า แถมเสี่ยงเกิดสารพิษโดยไม่รู้ตัว
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1973/9869442/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpgหยุดหาทำ! เตือน 6 ผักที่ "ห้ามแช่ตู้เย็น" ยิ่งแช่-ยิ่งเน่า แถมเสี่ยงเกิดสารพิษโดยไม่รู้ตัว

หยุดหาทำ! เตือน 6 ผักที่ "ห้ามแช่ตู้เย็น" ยิ่งแช่-ยิ่งเน่า แถมเสี่ยงเกิดสารพิษโดยไม่รู้ตัว

แชร์เรื่องนี้

หยุดก่อน! เตือน 6 ผัก "ห้ามแช่ตู้เย็น" ยิ่งแช่ยิ่งพัง เสี่ยงราขึ้น-เกิดสารพิษ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอปัญหาเปิดตู้เย็นมาแล้วต้องปวดใจ เมื่อเห็นผักสดที่เพิ่งซื้อมาเหี่ยวเฉา ขึ้นรา หรือเน่าเสียเร็วกว่าที่คิด ทั้งที่อุตส่าห์แช่เย็นไว้อย่างดี บางครั้งเราอาจคิดว่าตู้เย็นคือที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการถนอมอาหาร แต่ความจริงแล้ว มีผักบางประเภทที่เป็น "ไม้เบื่อไม้เมา" กับความเย็น และการนำไปแช่ตู้เย็นอาจเป็นการทำร้ายผักเหล่านั้นทางอ้อม

แพทย์และผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาให้คำแนะนำว่า มีผักอย่างน้อย 6 ชนิด ที่ทางที่ดีที่สุดคือการวางไว้ที่ "อุณหภูมิห้อง" เพราะการแช่เย็นนอกจากจะทำให้เสียรสชาติแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้อีกด้วย

1. มันฝรั่ง (เสี่ยงสารก่อมะเร็ง)

การนำมันฝรั่งเข้าตู้เย็นคือสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุด เพราะอุณหภูมิต่ำจะเร่งปฏิกิริยาเปลี่ยน "แป้ง" ในมันฝรั่งให้กลายเป็น "น้ำตาล" อย่างรวดเร็ว ทำให้รสชาติเพี้ยนไป

ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ เมื่อนำมันฝรั่งที่ผ่านการแช่เย็นไปทอดหรือปรุงด้วยความร้อนสูง น้ำตาลเหล่านี้จะทำปฏิกิริยาและเกิดสาร "อะคริลาไมด์" (Acrylamide) ซึ่งเป็นสารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ความชื้นในตู้เย็นยังกระตุ้นให้มันฝรั่งงอกราก ซึ่งจะสร้างสารพิษ "โซลานีน" (Solanine) เพิ่มขึ้น การปรุงสุกก็ไม่สามารถทำลายพิษนี้ได้หมด

วิธีเก็บที่ถูกต้อง: ใส่ถุงกระดาษ วางไว้ในที่แห้ง มืด และระบายอากาศได้ดี

2. มะเขือเทศ (เนื้อเละ รสจืดชืด)

ใครชอบกินมะเขือเทศฉ่ำๆ ต้องระวัง เพราะอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส จะเข้าไปทำลายโครงสร้างเซลล์ของมะเขือเทศ ทำให้เนื้อสัมผัสเละ ยุ่ย และไม่ฉ่ำน้ำเหมือนเดิม

นอกจากนี้ ความเย็นยังไปยับยั้งเอนไซม์ที่สร้างกลิ่นหอมตามธรรมชาติ ทำให้มะเขือเทศมีรสจืดชืดและสูญเสียวิตามินซีไปอย่างน่าเสียดาย

วิธีเก็บที่ถูกต้อง: วางไว้ที่อุณหภูมิห้อง จะช่วยคงความสดและรสชาติได้ดีที่สุด

3. แตงกวา (ช้ำง่าย เน่าเร็ว)

แตงกวาเป็นผักที่ไวต่อความเย็นมาก การแช่ตู้เย็นจะทำให้เกิดอาการ "สะท้านหนาว" (Chilling Injury) ส่งผลให้ผิวแตงกวาเกิดรอยบุ๋มช้ำน้ำ สีดำคล้ำ และเน่าเสียจากภายในอย่างรวดเร็ว แถมยังทำให้แตงกวาสูญเสียน้ำจนเหี่ยวแห้งภายในไม่กี่วัน

วิธีเก็บที่ถูกต้อง: ห่อด้วยกระดาษอเนกประสงค์ และวางไว้ในที่ร่ม อากาศถ่ายเท

4. พริกหยวก/พริกชี้ฟ้า (ขึ้นราช้างใน)

ปกติผิวของพริกจะมีไขเคลือบตามธรรมชาติเพื่อป้องกันเชื้อโรค แต่ความชื้นในตู้เย็นจะไปทำลายเกราะป้องกันนี้ ทำให้พริกเกิดเชื้อราได้ง่าย โดยมักจะเริ่มเน่าจากแกนกลางออกมาสู่เปลือกนอก นอกจากนี้อุณหภูมิที่เย็นเกินไปจะทำให้เนื้อพริกนิ่มยวบยาบและเสียรสสัมผัสกรุบกรอบ

5. กระเทียม (งอกราก เนื้อฝ่อ)

ความชื้นในตู้เย็นคือตัวเร่งชั้นดีที่ทำให้กระเทียมงอกรากเร็วขึ้น ส่งผลให้เนื้อกระเทียมฝ่อ แห้ง และหมดความหอม นอกจากนี้กระเทียมยังมีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่น ทำให้กลิ่นอาหารอื่นในตู้เย็นติดมากับกระเทียม หรือกลิ่นกระเทียมไปติดอาหารอื่นจนเหม็นไปทั่วตู้

วิธีเก็บที่ถูกต้อง: ใส่ถุงตาข่าย แขวนไว้ในที่แห้งและลมโกรก

6. หอมหัวใหญ่ (ขึ้นรา สารพิษถามหา)

สภาพแวดล้อมที่เย็นและชื้นจะทำลายสารต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติของหอมหัวใหญ่ ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ง่าย ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างสารพิษที่เป็นอันตราย หัวหอมที่แช่เย็นมักจะนิ่มเละ และมีกลิ่นฉุนรุนแรงกว่าปกติเมื่อนำมาหั่น

วิธีเก็บที่ถูกต้อง: เก็บในที่แห้ง ไม่โดนแสงแดด และควรวางแยกจากมันฝรั่ง (เพราะมันฝรั่งปล่อยก๊าซที่ทำให้หัวหอมเน่าเร็วขึ้น)

การจัดเก็บอาหารถูกวิธี ไม่เพียงช่วยยืดอายุของกินให้คุ้มค่าเงิน แต่ยังช่วยรักษาสารอาหารและป้องกันปัญหาสุขภาพระยะยาว ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรม "อะไรก็ยัดเข้าตู้เย็น" ดู แล้วคุณจะพบว่าผักบางชนิดวางข้างนอกนั้นอร่อยกว่าเยอะ

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ ของ หยุดหาทำ! เตือน 6 ผักที่ "ห้ามแช่ตู้เย็น" ยิ่งแช่-ยิ่งเน่า แถมเสี่ยงเกิดสารพิษโดยไม่รู้ตัว

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :SOHA