กินอะไร "ลดคอเลสเตอรอล" ได้ดีที่สุด หมอให้คำตอบเดียวกัน คืออาหารชนิดนี้!

ถามหมอว่าอาหารชนิดไหน "ลดคอเลสเตอรอล" ได้ดีที่สุด คำตอบเป็นเอกฉันท์คือสิ่งนี้
เรื่องของ "คอเลสเตอรอลสูง" ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในผู้สูงอายุเท่านั้น หลายคนอาจตกใจเมื่อตรวจสุขภาพแล้วพบว่าตัวเลขไขมันในเลือดสูงเกินเกณฑ์ทั้งที่อายุยังน้อย ปัญหานี้อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงอย่างโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ แต่ข่าวดีคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพียงเล็กน้อยสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ลงได้
จากประสบการณ์ตรงของ Millie Bull รองบรรณาธิการเว็บไซต์สุขภาพต่างประเทศ ที่พบว่าตัวเองมีระดับคอเลสเตอรอลสูงกว่าปกติเล็กน้อยในช่วงอายุ 20 กว่าๆ เธอจึงได้ตัดสินใจสอบถามแพทย์และผู้เชี่ยวชาญหลายท่านด้วยคำถามเดียวกันว่า "อาหารชนิดไหนดีที่สุดในการช่วยลดคอเลสเตอรอล" และสิ่งที่น่าประหลาดใจคือ แพทย์ทุกคนต่างให้คำตอบเดียวกันอย่างเป็นเอกฉันท์
คำตอบที่แพทย์เห็นตรงกัน: "ข้าวโอ๊ต" คือฮีโร่
แม้ว่าจะมีอาหารหลายชนิดที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ เช่น ถั่วต่างๆ ถั่วเลนทิล หรือไขมันดี แต่ "ข้าวโอ๊ต" (Oats) คืออาหารเพียงชนิดเดียวที่แพทย์ทุกคนระบุตรงกันว่าเป็นตัวช่วยอันดับหนึ่ง
สาเหตุที่ข้าวโอ๊ตได้รับการยกย่องให้เป็นสุดยอดอาหารลดไขมัน เพราะมีสารสำคัญที่เรียกว่า "เบต้า-กลูแคน" (Beta-glucan) ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ ทำหน้าที่เป็นกุญแจสำคัญในการลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ในกระแสเลือด
รู้จักคอเลสเตอรอล: ดี vs เลว
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ก่อนจะไปดูวิธีทาน เราต้องเข้าใจศัตรูของเราก่อน ดร. Naveed Asif แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป อธิบายว่า คอเลสเตอรอลคือสารที่มีลักษณะคล้ายไขมัน พบได้ในทุกเซลล์ของร่างกาย มีความจำเป็นในการผลิตฮอร์โมนและวิตามินดี แต่หากมีมากเกินไปจะเกิดปัญหา
- LDL (Low-Density Lipoprotein): หรือ "ไขมันเลว" ทำหน้าที่ขนส่งคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือด หากมีมากเกินไปจะไปเกาะผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งและตีบตัน นำไปสู่โรคหัวใจและสโตรก
- HDL (High-Density Lipoprotein): หรือ "ไขมันดี" ทำหน้าที่ขนส่งคอเลสเตอรอลส่วนเกินจากเนื้อเยื่อกลับไปที่ตับเพื่อขับออกจากร่างกาย
เทคนิคการทานเพื่อลดไขมันแบบเห็นผล
แพทย์แนะนำว่า การทานเบต้า-กลูแคนให้ได้ประมาณ 3 กรัมต่อวัน คือเป้าหมายที่เหมาะสม ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการทานโจ๊กข้าวโอ๊ตหรือรำข้าวโอ๊ต นอกจากนี้ ยังมีอาหารอื่นๆ ที่ควรทานควบคู่กันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนี้:
| กลุ่มอาหาร | ตัวอย่างที่แนะนำ | ประโยชน์ |
|---|---|---|
| ธัญพืชและถั่ว | ข้าวโอ๊ต, ถั่วเลนทิล, ถั่วลูกไก่, ถั่วเหลือง | มีไฟเบอร์สูง ช่วยดักจับไขมันในลำไส้ |
| ผักและผลไม้ | แอปเปิ้ล, ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่, มะเขือยาว, กระเจี๊ยบเขียว | อุดมด้วยเพกตินและเส้นใยละลายน้ำ |
| ไขมันดี | อัลมอนด์, วอลนัท, น้ำมันมะกอก | ช่วยลด LDL และเพิ่ม HDL บำรุงหัวใจ |
| เมล็ดพืช | เมล็ดแฟลกซ์, เมล็ดเจีย | เพิ่มเส้นใยละลายน้ำ ช่วยระบบขับถ่าย |
การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต: อาหารเมดิเตอร์เรเนียนคือทางออก
ดร. Adam Staten แนะนำว่า การรับประทานอาหารแบบ "เมดิเตอร์เรเนียน" ยังคงเป็นมาตรฐานทองคำในการดูแลสุขภาพหัวใจ โดยเน้นการทานพืชผัก ผลไม้ ลดเนื้อแดง ทานปลาที่มีไขมันดี และใช้น้ำมันมะกอกแทนเนยหรือไขมันสัตว์
นอกจากนี้ การทานถั่วเปลือกแข็ง (แบบไม่ปรุงรส) วันละประมาณ 1 กำมือ (30 กรัม) เป็นประจำ สามารถช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดได้ถึง 20% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ค่อยทาน
เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์?
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ผู้ใหญ่ควรเริ่มตรวจวัดระดับคอเลสเตอรอลทุกๆ 4-6 ปี ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป และควรตรวจให้บ่อยขึ้นหากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือสูบบุหรี่ หากการปรับพฤติกรรมและการคุมอาหารไม่สามารถลดระดับไขมันได้ แพทย์อาจพิจารณาการใช้ยาควบคู่กันไปเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว
หมายเหตุ: ก่อนเริ่มปรับเปลี่ยนโภชนาการหรือโปรแกรมออกกำลังกาย ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสุขภาพของคุณ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี