อย่ารอให้ล้ม! 90% ของผู้ป่วย "เส้นเลือดสมองตีบ" มักทำ 3 สิ่งนี้ก่อนวูบ โชคร้ายถึงอัมพาต

เช็กด่วน! 90% ของผู้ป่วย "เส้นเลือดสมองตีบ" มักทำ 3 สิ่งนี้ก่อนล้มป่วย คุณอาจกำลังทำข้อ 2 อยู่ก็ได้
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า "โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน" หรือการที่เส้นเลือดในสมองตีบตัน เป็นภัยเงียบที่เกิดขึ้นอย่างปุบปับโดยไม่มีสัญญาณเตือน แต่ในความเป็นจริง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทระบุว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีการ "เตรียมตัว" ที่จะป่วยมาสักระยะหนึ่งแล้ว ผ่านความผิดปกติของร่างกายและพฤติกรรมการใช้ชีวิต
สิ่งที่น่าตกใจคือ ในช่วง 3 วันก่อนที่จะเกิดอาการรุนแรง ผู้ป่วยจำนวนมากมักมีพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกัน 3 ประการ ซึ่งไม่ใช่สัญญาณที่เจ็บปวดรุนแรง แต่เป็นความเคยชินที่เรามักมองข้าม ลองสำรวจตัวเองดูว่า คุณกำลังทำสิ่งเหล่านี้อยู่หรือไม่?
1. อดนอนติดต่อกัน: เมื่อนาฬิกาชีวิตพังทลาย
ไม่ว่าจะเพราะทำงานหนัก ติดซีรีส์ หรือไถโทรศัพท์จนดึกดื่น การนอนไม่พอติดต่อกันหลายวันส่งผลเสียร้ายแรงต่อหัวใจและหลอดเลือดสมองโดยตรง
เมื่อนาฬิกาชีวิตรวน ระบบประสาทซิมพาเทติกจะทำงานหนักเกินไป ส่งผลให้ความดันโลหิตพุ่งสูง หลอดเลือดหดเกร็ง และที่น่ากลัวคือ "เลือดจะข้นหนืดขึ้น" ในสภาวะเช่นนี้ ความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดจะเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงกลางดึกหรือเช้ามืดที่เลือดไหลเวียนช้า ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยจึงเกิดอาการเส้นเลือดสมองตีบขณะหลับหรือตอนเพิ่งตื่นนอน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นดูแข็งแรงดีทุกอย่าง
2. นั่งนาน ไม่ขยับตัว: พฤติกรรมยอดฮิตที่อันตรายกว่าที่คิด
ลองสังเกตดูว่าตอนนี้คุณกำลังนั่งอ่านบทความนี้ในท่าเดิมมานานแค่ไหนแล้ว? การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ หรือนั่งเล่นมือถือนานๆ โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ คือภาพจำของคนยุคใหม่ แต่หารู้ไม่ว่า การอยู่นิ่งๆ นานเกินไปทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก โดยเฉพาะบริเวณขา ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
นอกจากนี้ วิถีชีวิตแบบ "เนือยนิ่ง" (Sedentary Lifestyle) ยังทำลายผนังหลอดเลือด กระตุ้นให้เกิดการอักเสบและภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของเส้นเลือดสมองตีบ และอย่าชะล่าใจว่าเป็นเรื่องของคนแก่ เพราะคนอายุน้อยที่มีภาวะอ้วน ไขมันในเลือดสูง หรือความดันสูง ก็มีความเสี่ยงไม่แพ้กัน
3. อารมณ์พุ่งพล่าน เครียดจัด: ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เส้นเลือดแตก
ความเครียดสะสมหรือความโกรธเกรี้ยวที่ระเบิดออกมา อาจเป็น "ตัวกระตุ้น" ให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ทันที เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะตื่นตัวสุดขีด ฮอร์โมนความเครียดอย่างอะดรีนาลีนจะหลั่งออกมามหาศาล ทำให้ความดันโลหิตพุ่งกระฉูด หัวใจเต้นผิดจังหวะ และหลอดเลือดหดตัวอย่างรุนแรง
หากหลอดเลือดมีคราบไขมันเกาะอยู่เดิม แรงดันที่เพิ่มขึ้นฉับพลันนี้อาจทำให้คราบไขมันหลุดออกหรือแตกตัว กลายเป็นลิ่มเลือดไปอุดตันเส้นเลือดในสมอง เราจึงมักได้ยินข่าวคนล้มฟุบไปหลังจากทะเลาะวิวาทหรือเครียดจัดนั่นเอง
สัญญาณเตือนล่วงหน้าที่ห้ามมองข้าม
ก่อนที่ภัยร้ายจะมาถึง ร่างกายมักส่งสัญญาณเตือนที่เรียกว่า "ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว" (TIA) แต่อาการมักจะเป็นๆ หายๆ จนคนชะล่าใจ อาการเหล่านี้ได้แก่:
- แขนขาอ่อนแรงหรือชาซีกใดซีกหนึ่ง
- พูดไม่ชัด พูดติดขัด หรือนึกคำไม่ออก
- ตามัวมองไม่ชัดชั่วขณะ
- เวียนศีรษะ บ้านหมุนกะทันหัน
แพทย์ย้ำว่า โรคหลอดเลือดสมองไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่ป้องกันได้ด้วยการปรับพฤติกรรม เริ่มจากการนอนให้พอ ขยับร่างกายบ่อยๆ และควบคุมอารมณ์ อย่าปล่อยให้ 3 พฤติกรรมนี้กลายเป็นตัวกำหนดชีวิตคุณ
- เฉลยแล้ว "ปลาดีที่สุดในโลก" ที่แท้เรากินประจำ ตรงตาม "มาตรฐานทองคำ" มีดีกว่าแค่อร่อย!!
- 2 ผักบ้านๆ ช่วย "ปิดสวิตช์" อาการปวดหัว-นอนไม่หลับ สรรพคุณล้ำเลิศที่คนไทยมองข้าม!!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี