กินจืดก็ตายได้! เบาหวานคร่าหญิงวัย 48 หมอเตือน "มื้อเช้า 3 แบบ" อดอาหารยังดีกว่า!!

กินจืดก็ตายได้! เบาหวานคร่าหญิงวัย 48 หมอเตือน "มื้อเช้า 3 แบบ" อดอาหารยังดีกว่า!!

กินจืดก็ตายได้! เบาหวานคร่าหญิงวัย 48 หมอเตือน "มื้อเช้า 3 แบบ" อดอาหารยังดีกว่า!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กิน "ข้าวต้ม" ตอนเช้า ทำร้ายร่างกายกว่าที่คิด เสี่ยงตายผ่อนส่งไม่รู้ตัว  ควรเลิกด่วน!?

อุทาหรณ์ หญิงวัย 48 ดับสลด หมอเตือนเอง 3 มื้อเช้าที่คนเป็นเบาหวาน "ห้ามกิน" ยอมอดดีกว่ากิน เสี่ยงน้ำตาลพุ่ง-ไตพัง

อุทาหรณ์คนรักสุขภาพแบบผิดๆ! หญิงวัย 48 ปี เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน ทั้งที่กินอาหารจืดและงดข้าวเย็น หมอชี้สาเหตุมาจาก "อาหารเช้า" ที่เธอกินทุกวัน แนะ 3 เมนูต้องห้าม ยอมอดดีกว่ากินเสี่ยงตาย

เมื่อ 3 ปีก่อน "คุณหลิน" (นามสมมติ) หญิงชาวจีนวัย 48 ปี ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ตั้งแต่นั้นมา ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอเชื่อมั่นอย่างฝังใจว่า ขอแค่ "กินอาหารรสจืด และออกกำลังกายสม่ำเสมอ" ก็จะสามารถควบคุมโรคได้

กิจวัตรการกินของเธอเคร่งครัดมาก มื้อเช้ากินเพียง "ข้าวต้มขาวกับผักดอง" มื้อเที่ยงกินข้าวสวยครึ่งถ้วยกับผัดผักน้ำมันน้อย ส่วนมื้อเย็นแทบจะตัดแป้งทิ้ง กินแค่มันเทศชิ้นเล็กๆ กับยำแตงกวา แต่สิ่งที่ทำให้เธอสับสนคือ ระดับน้ำตาลในเลือดของเธอกลับเหวี่ยงขึ้นลงอย่างรุนแรง เดี๋ยวพุ่งสูง เดี๋ยวร่วงกราวราวกับรถไฟเหาะ

จุดจบที่น่าเศร้า: ความตายที่มาจากการ "กินเพื่อสุขภาพ"

เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ครอบครัวพบคุณหลินหมดสติอยู่ในห้องนอน แม้จะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่แพทย์วินิจฉัยว่าเธออยู่ในภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตน (Diabetic Ketoacidosis) และอาการโคม่าจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง วิกฤตจนนำไปสู่ภาวะล้มเหลวของอวัยวะหลายระบบ และเสียชีวิตในที่สุด

ครอบครัวต่างช็อกและสงสัยว่า ทำไมคนที่เป็นระเบียบวินัยในการกินอย่างเธอถึงมีจุดจบแบบนี้? เมื่อแพทย์ได้ดูประวัติการทานอาหาร ก็พบคำตอบว่า "ปัญหาอยู่ที่ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับอาหารเช้าที่เธอกินทุกวัน"

เบาหวาน: ฆาตกรเงียบที่น่ากลัวกว่าที่คิด

หลายคนเข้าใจว่าเบาหวานเป็นโรคของคนแก่ แต่ความจริงมันเกิดขึ้นได้ทุกวัย งานวิจัยจากวารสาร Diabetes Care ระบุว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้ป่วยเบาหวาน โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยก่อนอายุ 40 ปี อายุขัยเฉลี่ยอาจลดลงกว่า 4 ปี

หมอเตือน! 3 เมนูอาหารเช้า "ตัวเร่งน้ำตาล" ยอมอดดีกว่ากิน

นายแพทย์หวัง ไคเหลียง หัวหน้าแผนกต่อมไร้ท่อ อธิบายว่า มื้อเช้าคือมื้อแรกหลังร่างกายอดอาหารมานาน 8-12 ชั่วโมง ช่วงนี้ความไวต่ออินซูลินยังไม่สูง หากกินแป้งขัดขาวเข้าไป น้ำตาลจะพุ่งสูงทันที และนี่คือ 3 เมนูที่ผู้ป่วยเบาหวานควรเลี่ยง:

1. ข้าวต้มขาว / โจ๊กเละๆ
เมนูยอดฮิตที่ดูเหมือนย่อยง่ายและดีต่อสุขภาพ แต่แท้จริงแล้ว ข้าวที่ถูกต้มจนเละจะมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) สูงมาก ร่างกายดูดซึมเป็นน้ำตาลได้เร็วพอๆ กับการดื่มน้ำหวาน ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งกระฉูดหลังกิน
2. แป้งทอด / ซาลาเปาทอด / ปาท่องโก๋
ทำจากแป้งสาลีขัดขาวแถมยังทอดในน้ำมันท่วมๆ ทั้งแป้งและไขมันจะไประเบิดระดับน้ำตาลในเลือด และทำลายหลอดเลือดในระยะยาว
3. อาหารฟาสต์ฟู้ด (แฮมเบอร์เกอร์ / เฟรนช์ฟรายส์)
แคลอรีสูงแต่สารอาหารต่ำ เต็มไปด้วยแป้งและไขมันเลว ทำให้คุมน้ำตาลได้ยากมาก

ทางออก: อาหารเช้าที่ "ถูกต้อง" คืออะไร?

งานวิจัยจาก American Journal of Clinical Nutrition ชี้ว่า มื้อเช้าที่คาร์โบไฮเดรตต่ำช่วยคุมน้ำตาลได้ดีตลอดทั้งวัน เมนูแนะนำคือการเน้น โปรตีน + ไขมันดี + แป้งไม่ขัดสี เช่น:

  • นมจืด / นมถั่วเหลืองไม่ใส่น้ำตาล
  • ไข่ต้ม / ไข่ตุ๋น
  • ผักใบเขียว
  • ข้าวโพด หรือ ฟักทองนึ่ง (ในปริมาณพอเหมาะ)

4 นิสัยร้ายที่ต้องเลิกด่วน!

นอกจากอาหารแล้ว พฤติกรรมเหล่านี้ก็เร่งให้โรคกำเริบ:

  1. ขาดการออกกำลังกาย: ทำให้ร่างกายดื้ออินซูลิน
  2. สูบบุหรี่และดื่มเหล้า: ทำลายหลอดเลือดโดยตรง
  3. เครียดสะสม: ฮอร์โมนความเครียดทำให้น้ำตาลปั่นป่วน
  4. กินยาไม่ต่อเนื่อง: การปรับยาเองคือกุญแจสู่หายนะ

การเป็นเบาหวานไม่ได้หมายความว่าชีวิตจบสิ้น แต่ต้อง "ฉลาดเลือก" บางครั้งสิ่งที่คนทั่วไปบอกว่าดี (เช่น ข้าวต้ม) อาจเป็นยาพิษสำหรับผู้ป่วยเบาหวานได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล