ราชินีแคลเซียม! ดีกว่าเนื้อวัว 6 เท่า จนได้ฉายา "เนื้อไร้กระดูก" จ่ายหลักสิบกินได้ทั้งบ้าน

เจอแล้ว! "เนื้อไร้กระดูก" แคลเซียมดุ 6 เท่า ชนะเนื้อวัวขาดลอย ของดีหลักสิบที่คนมองข้าม
ชี้เป้า อาหารฉายา "เนื้อไร้กระดูก" แคลเซียมสูงกว่าเนื้อวัว 6 เท่า! ราคาแค่หลักสิบ ช่วยกระดูกแข็งแรง คนวัยเก๋าต้องกิน
เมื่อพูดถึงการเสริมแคลเซียม หลายคนมักนึกถึงนม ปลาตัวเล็ก หรือซุปกระดูกหมู แต่รู้หรือไม่ว่ามีวัตถุดิบบ้านๆ ราคาเพียงไม่กี่บาท ที่ซ่อนขุมทรัพย์ทางโภชนาการเอาไว้มหาศาล จนได้รับฉายาว่าเป็น "เนื้อสัตว์ไร้กระดูก" ที่คนรักสุขภาพไม่ควรมองข้าม
สหรัฐฯ ยกเป็น "ราชินีแคลเซียม"
ตามข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) นมวัวไขมันต่ำ 1 ถ้วย (236 มิลลิลิตร) ให้แคลเซียม 314 มิลลิกรัม คิดเป็น 24% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน (DV) การดื่มนมวัวหนึ่งแก้วมักถูกมองว่าเป็นวิธีที่คุ้นเคยและมีประสิทธิภาพในการเสริมแคลเซียม อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้ว มีอาหารอื่นๆ อีกมากมายที่มีแคลเซียมในปริมาณสูงเท่ากัน หรือสูงกว่า ซึ่งช่วยป้องกันการขาดแร่ธาตุสำคัญนี้ได้
เต้าหู้เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยม เต้าหู้หนึ่งก้อนอาจมีแคลเซียมประมาณ 500 มิลลิกรัม เนื่องจากกระบวนการทำให้แข็งตัวด้วยแคลเซียมซัลเฟต อาหารชนิดนี้มีไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล และอุดมไปด้วยโปรตีนจากพืช จึงเหมาะสำหรับผู้ทานมังสวิรัติหรือผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ
เรื่องเล่าจากแผงเต้าหู้: เคล็ดลับเข่าดีของคุณลุง
เช้าวันหยุดที่ตลาดสด บรรยากาศหน้าแผงขายเต้าหู้คึกคักเป็นพิเศษ คุณป้าหลิว อดีตครูเกษียณ ทักทายคุณลุงลีเพื่อนบ้านอย่างประหลาดใจว่า "ช่วงนี้ดูคุณพี่เดินเหินคล่องแคล่วขึ้นเยอะเลยนะ คราวก่อนเห็นเดินขึ้นบันไดยังดูตึงๆ ขาอยู่เลย"
คุณลุงลียิ้มกว้างพร้อมตบเบาๆ ที่หัวเข่า "ต้องขอบคุณหมอที่แนะนำวิธีบ้านๆ ให้ผมครับ แกบอกให้กินเจ้าก้อนขาวๆ นี่แหละ วันเว้นวัน ติดต่อกัน 3 เดือน ตอนนี้ขาดีขึ้นเยอะ" บทสนทนานี้ทำเอาหลายคนสงสัยว่า แค่ "เต้าหู้" ธรรมดาๆ จะช่วยเรื่องกระดูกได้จริงหรือ?
ความจริงที่ถูกมองข้าม: แคลเซียมสูงปรี๊ด
ข้อมูลทางโภชนาการเผยความจริงที่น่าตกใจ เมื่อเปรียบเทียบในปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน เต้าหู้แข็งแบบดั้งเดิม มีแคลเซียมสูงถึง 138 มิลลิกรัม ในขณะที่เนื้อวัวมีเพียง 23 มิลลิกรัมเท่านั้น เท่ากับว่าเต้าหู้มีแคลเซียมสูงกว่าเนื้อวัวถึง 6 เท่า!
นอกจากนี้ เต้าหู้ยังอุดมไปด้วยโปรตีนจากพืชที่ย่อยง่าย มีไอโซฟลาโวน (Isoflavone) จากถั่วเหลืองที่ช่วยลดการสลายตัวของกระดูก และมีแมกนีเซียมที่ช่วยนำพาแคลเซียมเข้าสู่กระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเหมาะมากสำหรับผู้สูงอายุที่มักเจอปัญหาดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง
จับคู่กินอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด?
แม้เต้าหู้จะมีประโยชน์มาก แต่การกินเดี่ยวๆ ร่างกายอาจดูดซึมได้เพียง 60% ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำ "สูตรจับคู่" เพื่อบูสต์ประสิทธิภาพ ดังนี้:
- เต้าหู้ + เห็ด: เพิ่มวิตามินดี ช่วยดูดซึมแคลเซียม
- เต้าหู้ + ผักใบเขียว: เพิ่มวิตามินเค ช่วยล็อกแคลเซียมไว้ในกระดูก
- เต้าหู้ + สาหร่าย: มีเส้นใยละลายน้ำ ช่วยลดการสูญเสียแคลเซียม
ข้อควรระวัง: สิ่งที่ไม่ควรทานคู่กัน
มีอาหารบางอย่างที่ไม่ควรทานพร้อมเต้าหู้ เช่น ผักโขม (ปวยเล้ง) เพราะมีกรดออกซาลิกสูง อาจขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม (ควรลวกผักก่อนเพื่อลดกรด) และ ชาเข้มข้น เพราะสารแทนนินจะยับยั้งการดูดซึม ควรเว้นระยะห่างการดื่มชาหลังมื้ออาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
ผลลัพธ์เมื่อทานต่อเนื่อง 3 เดือน
สำหรับผู้ที่มีปัญหาปวดเมื่อยหรือเป็นตะคริวบ่อย หากปรับพฤติกรรมทานเต้าหู้เป็นประจำ (วันเว้นวัน) ควบคู่กับการตากแดดอ่อนๆ และออกกำลังกายเบาๆ อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงดังนี้:
- เดือนที่ 1: การนอนหลับดีขึ้น อาการตะคริวตอนกลางคืนลดลง
- เดือนที่ 2: อาการตึงหลังและขาตอนเช้าเริ่มดีขึ้น เดินขึ้นบันไดสะดวกขึ้น
- เดือนที่ 3: รู้สึกกระฉับกระเฉง อาการมือเท้าเย็นลดน้อยลง
อย่างไรก็ตาม แม้เต้าหู้จะดีแค่ไหน แต่ก็มีฤทธิ์เย็น หากทานมากเกินไปอาจทำให้ท้องอืดได้ การทานในปริมาณที่พอเหมาะ "วันเว้นวัน" จึงเป็นทางสายกลางที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพ
- แพทย์อเมริกัน แนะนำเครื่องดื่ม 3 ชนิด ที่ตับและระบบย่อยอาหาร "ชอบ" ทุกอย่างมีขายในไทย!
- ข่าวดีสายดื่ม! นักวิทย์ฯ ยกย่อง 3 น้ำเมา ดีต่อสุขภาพ แถมมี 2 ชนิดที่ "ไม่อ้วน" คุมน้ำหนักได้
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
อัลบั้มภาพ 5 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


