ไม่ว่ารวยหรือจน ก็ควรทาน 8 อาหาร "สมบัติแห่งฤดูหนาว" หัวใจสำคัญสุขภาพดีจากภายใน!

ไม่ว่ารวยหรือจน ก็ควรทาน 8 อาหาร "สมบัติแห่งฤดูหนาว" หัวใจสำคัญสุขภาพดีจากภายใน!

ไม่ว่ารวยหรือจน ก็ควรทาน 8 อาหาร "สมบัติแห่งฤดูหนาว" หัวใจสำคัญสุขภาพดีจากภายใน!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

8 อาหาร “สมบัติแห่งฤดูหนาว” กินได้ทั้งคนรวยและคนจน ช่วยดูแลสุขภาพจากภายใน

ไม่เรื่องมาก ไม่หรูหรา แต่แต่ละจานมีสารอาหารครบจนได้ฉายา "สมบัติแห่งฤดูหนาว"


ในฤดูหนาว ร่างกายมักอ่อนเพลียง่าย ภูมิคุ้มกันลดลง และโรคทางเดินหายใจก็มักกำเริบได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออากาศแห้ง การรับประทานอาหารไม่เหมาะสม เช่น กินของเย็นมากเกินไป พลังงานไม่เพียงพอ หรือขาดสารอาหารสำคัญ ล้วนทำให้ระบบภูมิคุ้มกัน “ถดถอย” อย่างรวดเร็ว การเลือกกินอาหารที่เหมาะกับฤดูกาลจึงไม่ใช่แค่เรื่องความอร่อย แต่ยังเป็นเคล็ดลับสำคัญในการรักษาความอบอุ่น บำรุงม้าม และเสริมสร้างสุขภาพจากภายใน

บรรพบุรุษของเราเข้าใจเรื่องนี้มานานแล้ว แม้ในอดีตจะไม่มีเครื่องทำความร้อน วิตามินรวม หรืออาหารเสริมราคาแพง แต่กลับมีขุมทรัพย์ของสูตรอาหารเพื่อสุขภาพที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ส่วนผสมธรรมดาในครัวอย่างหัวมัน ผลไม้ เมล็ดพืช และเนื้อสัตว์ เมื่อปรุงอย่างพิถีพิถันก็สามารถกลายเป็น “เกราะธรรมชาติ” ช่วยให้ร่างกายต้านทานความหนาวได้อย่างน่าทึ่ง

ในภูมิปัญญาพื้นบ้าน จึงเกิดแนวคิด “สมบัติแปดประการแห่งฤดูหนาว” ซึ่งหมายถึงอาหาร 8 ชนิดที่ถือเป็นหัวใจของการดูแลสุขภาพในฤดูหนาว แม้แต่ละจานจะไม่ใช่อาหารหรูหรา แต่กลับอุดมด้วยสารอาหารที่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่เริ่มอธิบายได้ชัดเจนมากขึ้น และนี่คือเหตุผลว่าทำไมไม่ว่าคุณจะรวยหรือจน ก็สามารถใช้วัตถุดิบพื้นบ้านทั้ง 8 ชนิดนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลตัวเองในหน้าหนาวได้

1. เกาลัด “ราชาแห่งถั่ว” ของฤดูหนาว

เกาลัดได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งถั่ว” เมื่อคั่วในกระทะเหล็กจนหอมหวาน ยิ่งทำให้น่ารับประทาน งานวิจัยด้านโภชนาการพบว่าเกาลัด 100 กรัม มีวิตามินบี 1 ประมาณ 0.24 มิลลิกรัม ซึ่งมากกว่าแอปเปิลหลายเท่า นอกจากนี้ยังมีเอนไซม์อะไมเลสในปริมาณมาก ช่วยส่งเสริมกระบวนการย่อยอาหาร และบำรุงม้ามและกระเพาะอาหารให้แข็งแรงขึ้น

การแพทย์สมัยใหม่ยังพบว่าการต้มน้ำจากเปลือกเกาลัดแล้วนำมากลั้วคอ สามารถช่วยบรรเทาแผลในปากที่มักเกิดบ่อยในฤดูหนาวได้ สำหรับคนทั่วไป การกินเกาลัดคั่วอุ่น ๆ เป็นของว่างในวันอากาศเย็น นับว่าเป็นทั้งอาหารอร่อยและช่วยเสริมสารอาหารไปพร้อมกัน

2. หัวไชเท้า พืชรากที่ได้สมญา “โสมแห่งฤดูหนาว”

หัวไชเท้าสีขาวที่คุ้นตา เป็นตัวแทนของพลังชีวิตที่แข็งแรงในฤดูหนาว จนมีคำกล่าวว่า “หน้าหนาวกินหัวไชเท้าเท่ากับกินโสม” หัวไชเท้ามีแบคทีเรียกรดแลคติกจำนวนมาก ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น งานวิจัยจากสถาบันการเกษตรในจีนยังพบว่า สารกลูโคซิโนเลตในหัวไชเท้าจะออกฤทธิ์ได้ดีในอุณหภูมิต่ำ ช่วยเสริมความสามารถในการต้านทานไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้อย่างมีนัยสำคัญ

หัวไชเท้าต้ม ซุปหัวไชเท้า หรือหัวไชเท้าดองสไตล์โบราณ จึงไม่ใช่แค่อาหารเคียง แต่ยังเป็น “เครื่องมือ” เสริมภูมิคุ้มกันที่เรียบง่าย เหมาะสำหรับใส่ในเมนูซุปอุ่น ๆ ช่วงฤดูหนาว

3. มันเทศ (เผือกจีน) ตัวช่วยฟื้นฟูกระเพาะและลำไส้

มันเทศหรือเผือกจีนมีสารมิวซิน ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีลักษณะหนืด ถือเป็น “สารฟื้นฟูตามธรรมชาติของกระเพาะอาหารและลำไส้” ตามเคล็ดลับของนักสมุนไพรพื้นบ้านนิยมใช้มีดไม้ไผ่ปอกเปลือก เพื่อรักษาเมือกบนผิวมันเทศไว้ให้มากที่สุด เมื่อใช้ตุ๋นกับเนื้อแพะและใส่เปลือกส้มเขียวหวานแห้งเล็กน้อย จะช่วยลดกลิ่นสาบและเพิ่มการดูดซึมสารสำคัญ

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นพบว่า สารอัลลันโทอินในมันเทศมีความเสถียรมากขึ้นเมื่อผ่านการปรุงด้วยอุณหภูมิต่ำ จึงแนะนำให้ใช้วิธีนึ่งที่อุณหภูมิต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการให้ได้มากที่สุด

4. อินทผลัมแดง ตัวช่วยบำรุงเลือดและสร้างเม็ดเลือด

อินทผลัมแดงถูกบันทึกไว้ในตำราการแพทย์โบราณว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงเลือด วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ได้ขยายความเข้าไปอีกขั้น โดยพบว่าอินทผลัมแดงจากบางแหล่งปลูกมีสาร cyclic AMP สูง ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่มีผลโดยตรงต่อเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในร่างกาย

นักโภชนาการมักแนะนำให้รับประทานอินทผลัมแดงวันละประมาณ 3–5 ผล เพราะการกินมากเกินไปอาจรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็กได้ มีสูตรผสมที่น่าสนใจคือ ต้มอินทผลัมแดงกับเห็ดหูหนูดำในอัตราส่วน 1:2 เพกตินและสารกาวในเห็ดหูหนูจะทำหน้าที่คล้าย “ตัวพา” ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีกว่าการกินเดี่ยว ๆ

5. วอลนัท ถั่วเปลือกแข็งที่เด่นเรื่องบำรุงสมอง

วอลนัทขึ้นชื่อในเรื่องสรรพคุณบำรุงสมองมานาน เพราะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ในปริมาณสูง และยังอุดมด้วยกรดเนอร์โวนิกซึ่งเป็นกรดไขมันหายาก การศึกษาจากสถาบันวิจัยด้านพืชบางแห่งพบว่า วิธีการคั่วและเตรียมวอลนัทที่เหมาะสมช่วยเพิ่มศักยภาพในการต้านอนุมูลอิสระของวอลนัทได้มากขึ้น

การกินวอลนัทเป็นของว่างเล็กน้อยในแต่ละวัน โดยไม่ใส่เกลือหรือน้ำตาลเพิ่ม จะช่วยเติมไขมันดีให้ร่างกาย เหมาะอย่างยิ่งในฤดูหนาวที่ร่างกายต้องการพลังงานและการปกป้องเซลล์จากความเครียดออกซิเดชัน

6. ลำไยอบแห้ง “ผลแห่งปัญญา” แห่งแดนใต้

ลำไยอบแห้งจากบางพื้นที่ในภาคใต้ของจีนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ผลแห่งปัญญา” อุตสาหกรรมการอบแห้งลำไยแบบดั้งเดิมในบางเมืองยังถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าลำไยที่ผ่านกระบวนการ “นึ่งสามครั้ง อบสามครั้ง” ตามภูมิปัญญาโบราณ จะมีปริมาณอะดีโนซีนสูงกว่าลำไยที่อบแบบปกติหลายเท่า

ในแพทย์แผนจีน ชาวกวางตุ้งมีสูตรคลาสสิกคือ การนึ่งลำไยอบแห้งร่วมกับโสมในอัตราส่วน 10:1 เป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อทำเป็นตำรับบำรุงที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตส่วนปลาย อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีภาวะ “หยินพร่อง” หรือมักมีอาการร้อนใน ควรใช้ร่วมกับสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นลงเพื่อปรับสมดุล

7. ขิง รากเผ็ดร้อนที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น

ขิงเป็นสมุนไพรที่หลายบ้านต้องมีในฤดูหนาว เพราะช่วยบรรเทาอาการหวัดและให้ความรู้สึกอบอุ่น งานของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทางด้านเภสัชศาสตร์ในจีนได้แยกสาร “จิงเจอเรโนน-3” จากขิง ซึ่งสามารถกระตุ้นตัวรับ TRPV1 ในร่างกาย ทำให้เกิดความรู้สึกอุ่นจากภายใน

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า การอมขิงฝานบาง ๆ ในตอนเช้าอาจให้ผลดีกว่าตอนเย็น เพราะสอดคล้องกับจังหวะการทำงานของร่างกายที่ตอบสนองต่อสารสำคัญในขิงได้มากในช่วงเริ่มต้นวัน ส่วนเคล็ดลับของชาวประมงในบางพื้นที่คือ ผสมขิงสับกับน้ำส้มสายชูสาหร่ายเพื่อกินคู่กับอาหารทะเล ช่วยลดความเย็นของอาหารและสนับสนุนการดูดซึมแร่ธาตุ

8. เนื้อแพะ ยาบำรุงร่างกายประจำฤดูหนาว

เนื้อแพะถือเป็นยาบำรุงยอดนิยมในฤดูหนาว เพราะให้พลังงานสูงและช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น เทคนิคสำคัญในการปรุงคือ นำเนื้อแพะแช่ในน้ำเย็นแล้วค่อย ๆ ต้มให้เดือด เมื่อฟองสีขาวที่ลอยบนผิวกลายเป็นลักษณะคล้าย “ไข่มุก” ให้ตักเนื้อออกในช่วงนั้น เพราะจะได้เนื้อที่นุ่มที่สุดและมีปริมาณพิวรีนน้อยลง

ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันด้านการเกษตรบางแห่งยังแนะนำว่า การตุ๋นเนื้อแพะร่วมกับฮอว์ธอร์นจะช่วยสลายไขมันให้เป็นโมเลกุลที่เล็กลง ทำให้ร่างกายย่อยและดูดซึมได้ง่ายขึ้น ซุปเนื้อแพะร้อน ๆ กับผักรากอย่างหัวไชเท้า จึงเป็นเมนูที่ทั้งอร่อย อุ่นท้อง และเหมาะกับบรรยากาศหน้าหนาวเป็นอย่างยิ่ง

เมทริกซ์สารอาหารฤดูหนาวจาก “สมบัติทั้งแปด”

เมื่อมองจากมุมโภชนาการ อาหารทั้งแปดชนิดนี้ช่วยกันสร้างเป็นเหมือน “เมทริกซ์สารอาหารของฤดูหนาว” ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เนื้อแพะให้โปรตีนคุณภาพดี วอลนัทเติมกรดไขมันจำเป็น มันเทศให้โพลีแซ็กคาไรด์ที่ออกฤทธิ์และช่วยดูแลลำไส้ อินทผลัมแดงเสริมธาตุเหล็กและสารออกฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับเม็ดเลือด รวมถึงผักและสมุนไพรต่าง ๆ ที่ให้สารพฤกษเคมีอีกหลากหลายชนิด

การผสมผสานกันของอาหารเหล่านี้ ไม่เพียงช่วยตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานด้านพลังงานและการเผาผลาญ แต่ยังช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในช่วงเวลาที่ร่างกายเปราะบางเป็นพิเศษอย่างฤดูหนาวด้วย ในยุคที่ไวรัสและโรคทางเดินหายใจกำเริบง่าย การหันกลับมาใช้ภูมิปัญญาอาหารพื้นบ้านอาจเป็นอีกหนึ่งวิธีที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง

เราจึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาหารเพื่อสุขภาพราคาแพงเสมอไป เพราะวัตถุดิบพื้นบ้านอย่างเกาลัด หัวไชเท้า มันเทศ อินทผลัม วอลนัท ลำไย ขิง และเนื้อแพะ เมื่อเลือกและปรุงอย่างถูกวิธี ก็กลายเป็น “ชุดเอาตัวรอดในฤดูหนาว” ตามธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อสายลมหนาวพัดมา ซุปเนื้อแพะร้อน ๆ กับผักรากและขิงสด อาจให้ความอบอุ่นทั้งกายและใจได้ไม่น้อยไปกว่าความสะดวกสบายจากเครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยใหม่เลยทีเดียว 

 

 

 

อัลบั้มภาพ 8 ภาพ

อัลบั้มภาพ 8 ภาพ ของ ไม่ว่ารวยหรือจน ก็ควรทาน 8 อาหาร "สมบัติแห่งฤดูหนาว" หัวใจสำคัญสุขภาพดีจากภายใน!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล