ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว?! แพทย์เตือนคน 8 กลุ่มระวัง "กินหม้อไฟ" หลังชายหัวใจวาย-น้ำท่วมปอด

ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว?! แพทย์เตือนคน 8 กลุ่มระวัง "กินหม้อไฟ" หลังชายหัวใจวาย-น้ำท่วมปอด

ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว?! แพทย์เตือนคน 8 กลุ่มระวัง "กินหม้อไฟ" หลังชายหัวใจวาย-น้ำท่วมปอด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อันตรายจากชาบูหม้อไฟ! ชายวัย 40 เกือบเสียชีวิตจากภาวะ หัวใจวาย หมอเตือน 8 กลุ่มเสี่ยงต้องระวัง

หนุ่มเกือบเสียชีวิต จากหัวใจล้มเหลวและปอดบวม แพทย์เตือนด่วน 8 กลุ่มคน "กินชาบูหม้อไฟ" เสี่ยงน้ำท่วมปอด-หัวใจล้มเหลว อันตรายถึงชีวิต!

ในฤดูหนาว การรับประทาน ชาบูหม้อไฟ ร้อน ๆ ที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบหลากหลายนั้นเป็นความสุขของใครหลายคน อย่างไรก็ตาม อาหารยอดนิยมชนิดนี้อาจกลายเป็นภัยเงียบที่นำมาซึ่งอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัว

กรณีของชายวัย 40 ปีชาวไต้หวันรายหนึ่งที่เกือบเสียชีวิตเพราะภาวะ หัวใจวาย ร่วมกับภาวะน้ำท่วมปอด ได้กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้หลายคนหันมาใส่ใจพฤติกรรมการรับประทานชาบูหม้อไฟให้มากขึ้น

“ชาบูหม้อไฟ” พาเข้าไอซียู อุทาหรณ์คนชอบรสเค็มจัด

นายเฉิน (นามสมมติ) เป็นคนที่ชื่นชอบการรับประทาน ชาบูหม้อไฟ อย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศหนาวเย็นลง เขามักจะทำชาบูหม้อเล็ก ๆ กินเองที่บ้านเกือบทุกคืนหลังเลิกงาน ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะที่เขากำลังเดินทางไปโรงพยาบาลเนื่องจากมีอาการเจ็บหน้าอกและหายใจลำบากอย่างรุนแรง เขาก็หมดสติไปกลางทาง

นายแพทย์เกา เหว่ยเผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ไทเป เปิดเผยว่า ผลการวินิจฉัยพบว่านายเฉินมีภาวะ หัวใจวาย เฉียบพลันและภาวะน้ำท่วมปอด ซึ่งนำไปสู่ภาวะระบบทางเดินหายใจล้มเหลว โชคดีที่ทีมแพทย์ให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที จึงสามารถรอดพ้นจากภาวะวิกฤตมาได้

คุณหมอเกาอธิบายว่า สาเหตุหลักมาจากนิสัยการกินของคนไข้เอง นายเฉินซึ่งเคยเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ยังคงรับประทานชาบูหม้อไฟเกือบทุกวัน แถมยังชอบดื่มน้ำซุป และจิ้มน้ำจิ้มซีอิ๊วหรือเกลือพริกไทยที่มีรสชาติเค็มจัด การบริโภคเกลือและน้ำมากเกินไปทำให้หัวใจต้องทำงานหนักเกินพิกัด จนเกิดการคั่งของน้ำ นำไปสู่ภาวะน้ำท่วมปอดและ หัวใจวาย เฉียบพลันในที่สุด

 8 กลุ่มเสี่ยงที่ควรจำกัดการกิน ชาบูหม้อไฟ หรือควรเลี่ยง!

นายแพทย์เกาเสริมว่า ในช่วงฤดูหนาว จำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินจากโรคหลอดเลือดหัวใจในโรงพยาบาลของเขามีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 20–30% เนื่องจากอากาศเย็นทำให้หลอดเลือดหดตัว ความดันโลหิตสูงขึ้น และหัวใจต้องทำงานหนักขึ้น โรคที่พบมากที่สุดคือ หัวใจวาย, กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง

คุณหมอเกาจึงออกมาเตือนว่า ชาบูหม้อไฟ จะเป็นอันตรายหากรับประทานบ่อยเกินไป มีรสจัดจ้าน เค็มเกินไป หรือปล่อยให้น้ำซุปเดือดเป็นเวลานาน การต้มน้ำซุปซ้ำ ๆ จะทำให้ปริมาณเกลือ, พิวรีน และไนไตรท์สะสมเพิ่มขึ้น เมื่อไนไตรท์ทำปฏิกิริยากับกรดอะมิโนในเนื้อสัตว์ที่อุณหภูมิสูง จะเกิดสารไนโตรซามีน ซึ่งอาจทำลาย DNA และเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งกระเพาะอาหารและหลอดอาหาร

นอกจากนี้ ลูกชิ้น, ไส้กรอก และเนื้อสัตว์แปรรูปอื่น ๆ ก็มีปริมาณเกลือและสารกันเสียสูง ทำให้ตับ, ไต, และหัวใจต้องทำงานหนักขึ้นมาก ดังนั้น ควรกินชาบูหม้อไฟอย่างพอเหมาะ เลือกส่วนผสมที่สดใหม่ ไม่กินรสจัด และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำซุปที่เคี่ยวมานาน

กลุ่มบุคคลที่ควรระวังเป็นพิเศษเมื่อกิน ชาบูหม้อไฟ:

  1. ผู้ป่วยโรคเกาต์ 
  2. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน 
  3. ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง 
  4. ผู้ป่วยโรคตับ
  5. ผู้ป่วยโรคคออักเสบเรื้อรัง
  6. ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบ 
  7. สตรีมีครรภ์ 
  8. ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด

สรุปคำเตือนสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ

ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ หากต้องการรับประทาน ชาบูหม้อไฟ ควรเลือกน้ำซุปจืด รสไม่เผ็ด เน้นผักสด และจำกัดอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ที่มีโปรตีนสูงหรือเครื่องในสัตว์ ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกดีและรอให้อุณหภูมิเย็นลงก่อนรับประทาน นอกจากนี้ ผู้ที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือดต้องให้ความสำคัญกับการรักษาความอบอุ่นของร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดและตอนเย็นหลังเลิกงาน เพราะเป็นช่วงเวลาที่หลอดเลือดหดตัวง่าย ความดันโลหิตสูงขึ้น และหัวใจต้องแบกรับภาระหนักที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล