วิ่ง 30 นาที หรือ เดิน 60 นาที แบบไหนดีกว่ากัน? คำตอบอาจทำให้แปลกใจ

วิ่ง 30 นาที หรือ เดิน 60 นาที แบบไหนดีกว่ากัน? คำตอบอาจทำให้แปลกใจ

วิ่ง 30 นาที หรือ เดิน 60 นาที แบบไหนดีกว่ากัน? คำตอบอาจทำให้แปลกใจ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิ่ง 30 นาที หรือ เดิน 60 นาที แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่ากัน? คำตอบอาจเซอร์ไพรส์ใครหลายคน

หลายคนมักสงสัยว่าการออกกำลังกายแบบไหนให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากัน ระหว่าง วิ่ง 30 นาที หรือ เดิน 60 นาที เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ทั้งสองรูปแบบต่างมีข้อดีที่แตกต่างกัน ซึ่งการทำความเข้าใจความต้องการของร่างกายและเป้าหมายในการออกกำลังกายของคุณเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

แท้จริงแล้วกิจกรรมทางกายแต่ละชนิดก็มีข้อได้เปรียบเฉพาะตัว การเลือกที่ถูกต้องจึงขึ้นอยู่กับการประเมินตนเองเป็นหลัก การพิจารณาเป้าหมายการฝึกฝนจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะเน้นไปที่การวิ่งหรือการเดินมากกว่ากัน

เปรียบเทียบการเผาผลาญแคลอรี่และผลลัพธ์หลังการออกกำลังกาย

การวิ่งใช้พลังงานมากกว่าการเดิน: ตัวอย่างเช่น การวิ่ง 5 กิโลเมตรใน 30 นาที จะเผาผลาญได้ประมาณ 300 กิโลแคลอรี่ ในขณะที่การเดิน 60 นาทีจะใช้พลังงานเพียงประมาณ 200 กิโลแคลอรี่เท่านั้น เมื่อคุณวิ่ง กล้ามเนื้อต้องการพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ปริมาณแคลอรี่ที่ถูกเผาผลาญนั้นสูงกว่าอย่างชัดเจน

หลังจากการวิ่ง ร่างกายยังคงรักษาระดับการเผาผลาญไว้สูงต่อเนื่องเป็นเวลา 12–48 ชั่วโมง ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "Afterburn" ซึ่งช่วยให้ร่างกายยังคงเผาผลาญไขมันต่อไปได้แม้ในขณะที่คุณพักผ่อน ในทางกลับกัน การเดินนั้นแทบไม่มีผลกระทบด้าน Afterburn นี้เลย ทำให้การเผาผลาญแคลอรี่สิ้นสุดลงเกือบจะทันทีที่หยุดเดิน

นอกจากนี้ พลังงานที่ใช้ไปจะแปรผันตามน้ำหนักตัวของแต่ละคนด้วย ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า ตัวอย่างเช่น คนที่มีน้ำหนัก 80 กิโลกรัม เดิน 1 ชั่วโมง อาจใช้พลังงานมากกว่าคนหนัก 60 กิโลกรัม ถึง 50 กิโลแคลอรี่

Hiep Nguyen

ประโยชน์ต่อสุขภาพ: หัวใจ ข้อต่อ และจิตใจ

การวิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจและปอดได้เร็วกว่า รวมทั้งลดอัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงหรือปัญหาหลอดเลือด การเดินถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่ามาก เพราะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดโดยไม่สร้างแรงกดดันที่สูงเกินไป

แรงกดที่หัวเข่าขณะวิ่งจะมากกว่าการเดินถึง 3 เท่า ดังนั้น ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไปหรือมีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อ ควรเริ่มต้นด้วยการเดินเพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บของข้อต่อ การออกกำลังกายทั้งสองรูปแบบจะกระตุ้นการหลั่งสารเอนดอร์ฟิน (Endorphin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข

การวิ่งให้ความรู้สึกตื่นเต้นและกระปรี้กระเปร่าทันที ส่วนการเดินจะช่วยให้จิตใจผ่อนคลายและได้จัดระเบียบความคิดได้ดียิ่งขึ้น การเลือกประเภทจึงขึ้นอยู่กับความต้องการด้านสุขภาพจิตของคุณในขณะนั้น

แนวทางปฏิบัติเพื่อการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพ

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายและให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ มีแนวทางที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้:

  • สำหรับผู้เริ่มต้น: ควรเริ่มจากการเดินเร็ว 30 นาทีต่อวัน เป็นเวลา 2 สัปดาห์แรก จากนั้นค่อยสลับการออกกำลังกาย โดยการวิ่งช้า 1 นาที สลับกับการเดินเร็ว 2 นาที เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายให้ค่อยเป็นค่อยไป
  •   
  • เมื่อมีเวลาจำกัด: หากคุณมีเวลาไม่มาก การวิ่งด้วยความเข้มข้นสูงเพียง 20 นาที อาจให้ผลลัพธ์ที่เทียบเท่ากับการเดินช้า 60 นาที
  •   
  • สูตรทองคำ: การผสมผสานการวิ่ง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และการเดินระยะทางไกล 2 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยให้คุณพัฒนาสมรรถภาพทางกายได้ดีและยังช่วยถนอมข้อต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Ketut Subiyanto

ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย

ไม่ว่าคุณจะเลือก วิ่ง หรือ เดิน ก็มีข้อควรปฏิบัติเล็กน้อยที่ควรจำไว้เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์สูงสุด:

  • การวิ่ง: ไม่ควรวิ่งทันทีหลังรับประทานอาหาร ควรรอ 1.5–2 ชั่วโมงหลังมื้ออาหารเพื่อป้องกันอาการปวดท้องหรือจุกเสียด
  •   
  • การเดิน: เพื่อให้เกิดการเผาผลาญแคลอรี่อย่างมีนัยสำคัญ ควรรักษาระดับความเร็วในการเดินที่ประมาณ 100–120 ก้าวต่อนาที
  •   
  • การเลือกรองเท้า: สำหรับการวิ่งต้องใช้รองเท้าที่มีระบบรองรับแรงกระแทกที่ดีและนุ่มนวล ส่วนการเดินเน้นรองเท้าที่มีพื้นมั่นคงและช่วยซัพพอร์ตเท้า

สรุปแนวทางการเลือกออกกำลังกาย

ในความเป็นจริงแล้ว การออกกำลังกายไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่มีเพียงวิธีที่เหมาะสมกับตัวคุณมากที่สุดเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง 30 นาที หรือการเดิน 60 นาที สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาวินัยในการออกกำลังกายให้เป็นกิจวัตรอย่างสม่ำเสมอ

คืนนี้ลองสวมรองเท้ากีฬาและหาเวลา 30 นาทีเพื่อออกไปเคลื่อนไหวร่างกายดู เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นและจิตใจก็ปลอดโปร่งหลังจบบทวันอันยาวนาน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล