สาวหมวยอวดร่างใหม่ หลังลดน้ำหนัก 19 กก. สู้อ้วนจากไทรอยด์ ใช้เคล็ดลับที่หมอแนะนำ!

สาวหมวยอวดร่างใหม่ หลังลดน้ำหนัก 19 กก. สู้อ้วนจากไทรอยด์ ใช้เคล็ดลับที่หมอแนะนำ!

สาวหมวยอวดร่างใหม่ หลังลดน้ำหนัก 19 กก. สู้อ้วนจากไทรอยด์ ใช้เคล็ดลับที่หมอแนะนำ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สาวเวียดนามวัย 25 ปี ลดน้ำหนัก 19 กก. ใน 8 เดือน หลังป่วยไทรอยด์ น้ำหนักพุ่งไม่หยุด

เรื่องราวของหญิงสาวชาวเวียดนาม วัย 25 ปี ที่เผชิญภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน จนน้ำหนักพุ่งขึ้นมากกว่า 10 กิโลกรัมต่อเดือน กลายเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคน หลังเธอสามารถลดน้ำหนักลงได้ถึง 19 กิโลกรัมภายในเวลา 8 เดือน ด้วยแนวทางการควบคุมอาหารและออกกำลังกายที่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์โดยตรง

น้ำหนักเพิ่มขึ้น 10 กก./เดือน หลังป่วยไทรอยด์

หญิงสาวเปิดเผยว่า อาการป่วยเริ่มต้นในช่วงต้นปี 2563 เมื่อเธอเริ่มหายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็ว และมีอาการผิดปกติหลายอย่าง จนกระทั่งพบว่าเป็นภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน ส่งผลให้ต้องรับการรักษาด้วยยามากถึงวันละ 20 เม็ด

เพียง 2 เดือนหลังเริ่มรักษา น้ำหนักของเธอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่า 10 กิโลกรัม ทั้งที่เคยคิดว่าเป็นผลจากการใช้ยา แต่เมื่อสังเกตว่าตนเองรู้สึกหิวตลอดเวลา และมักตื่นมากินอาหารในช่วงดึก จึงตระหนักได้ว่าน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาจากพฤติกรรมการกินไม่ใช่เพียงเพราะยา

เริ่มควบคุมอาหารแบบมีแผน หลังแพทย์วิเคราะห์ต้นเหตุ

แพทย์แนะนำว่า ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินส่งผลให้ระบบเผาผลาญของเธอทำงานผิดปกติ หากปล่อยให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเสี่ยงต่อภาวะไขมันในเลือดสูง และปัญหาสุขภาพอื่นๆ

ในระยะแรกเธอพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ได้จากอินเทอร์เน็ต แต่ไม่ได้ผล จึงกลับมาร่วมวางแผนกับแพทย์ โดยเน้นคำนวณปริมาณแคลอรี่ให้เหมาะสมกับร่างกาย วางแผนการกินคลีน และควบคู่กับการออกกำลังกาย

วางแผนมื้ออาหาร แบ่งแคลอรี่อย่างชาญฉลาด

เธอจัดสรรแคลอรี่รายวันตามเป้าหมาย โดยแบ่งออกเป็น 400–500 แคลอรี่สำหรับมื้อเช้า, 600–700 แคลอรี่สำหรับมื้อกลางวัน, 400–500 แคลอรี่สำหรับมื้อเย็น และประมาณ 200 แคลอรี่สำหรับของว่างระหว่างวัน

เมนูหลักของเธอคืออาหารที่มีโปรตีนสูงแต่แคลอรี่ต่ำ เช่น อกไก่ ปลา กุ้ง ไข่ขาว และโปรตีนจากพืชหรือถั่ว ลดการบริโภคน้ำตาล น้ำอัดลม ชานม และอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่างจริงจัง

เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ลดอาการหิวเรื้อรัง

จากเดิมที่เคยทานวันละ 3 มื้อ เธอปรับมาเป็น 5–6 มื้อต่อวัน เพื่อควบคุมความหิวและรักษาสมดุลพลังงานของร่างกาย พร้อมเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้วยอาหารที่หลากหลาย

วิธีนี้ช่วยให้เธอไม่ต้องทนกับความหิวตลอดเวลา และยังสามารถควบคุมแคลอรี่ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม แม้เผชิญข้อจำกัดจากโรค

ในช่วงแรกของการออกกำลังกาย เธอสามารถทำได้เพียง 5–10 นาทีต่อครั้ง เพราะอาการใจสั่นและเหนื่อยง่ายจากภาวะไทรอยด์ แต่ก็ไม่ยอมแพ้ ค่อยๆ ฝึกเพิ่มเวลาขึ้นทีละนิด จนสามารถออกกำลังกายได้นานถึง 1 ชั่วโมงต่อวัน

กิจวัตรประจำวันของเธอในปัจจุบันคือการเข้ายิมวันละ 1 ชั่วโมง 30 นาที และจ็อกกิ้งเพิ่มเติมอีก 30–45 นาที เพื่อรักษาสุขภาพและรูปร่างอย่างต่อเนื่อง

ลดได้ 19 กก. ภายใน 8 เดือน สุขภาพกลับมาแข็งแรง

ด้วยการควบคุมอาหารตามหลักโภชนาการและออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ ทำให้เธอลดน้ำหนักจาก 65 กิโลกรัม เหลือ 48 กิโลกรัมในเวลาเพียง 8 เดือน ขณะเดียวกันอาการของโรคไทรอยด์ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แพทย์ยังแนะนำให้เธอรักษาพฤติกรรมสุขภาพนี้ไว้ต่อไป เพราะไขมันส่วนเกินมีผลต่อโรคที่เธอเผชิญโดยตรง ปัจจุบันเธอจึงยังคงออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทานอาหารคลีน 80% และเว้นพื้นที่ 20% สำหรับอาหารที่ชอบหรือมื้อสังสรรค์กับครอบครัวและเพื่อน

กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า แม้จะมีภาวะไทรอยด์ทำงานเกินและน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็ยังสามารถลดน้ำหนักลงได้อย่างปลอดภัย หากดำเนินตามแนวทางของแพทย์อย่างมีวินัย ทั้งการวางแผนอาหาร และการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม


อัลบั้มภาพ 14 ภาพ

อัลบั้มภาพ 14 ภาพ ของ สาวหมวยอวดร่างใหม่ หลังลดน้ำหนัก 19 กก. สู้อ้วนจากไทรอยด์ ใช้เคล็ดลับที่หมอแนะนำ!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล