บลจ.ปรับกลยุทธ์บอนด์เกาหลี ลงทุนสั้นเหลือ 3 เดือน รับดอกเบี้ยขาขึ้น/ผลตอบแทนยังแจ่ม 1.7% ต่อปี

พันธบัตรเกาหลีฮอตไม่เลิก บลจ.ยังเปิดขายซีรีส์ใหม่ถึงกันยายน ทั้งทหารไทย,กสิกรไทย,กรุงไทย และธนชาต พร้อมปรับกลยุทธ์ถือสั้นลงเหลือ 3 เดือน และ 9 เดือน รับดอกเบี้ยขาขึ้น ด้านผลตอบแทนยังจูงใจ 1.70-2.35% ต่อปี

ฐานเศรษฐกิจสำรวจความเคลื่อนไหวการออกกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ(FIF) ช่วงเดือนสิงหาคมต่อเนื่องเดือนกันยายนพบว่าผลิตภัณฑ์การลงทุนยอดฮิตยังคงเป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในพันธบัตรประเทศเกาหลีใต้ ขณะที่พบว่าอายุการลงทุนสั้นลงเพื่อรับดอกเบี้ยขาขึ้น

นายไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุนบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ทหารไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากที่บริษัทเปิดขายกองทุนเปิดทหารไทยพันธบัตรเกาหลีใต้ระยะสั้น 3 เดือนตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาจำนวน 2 รุ่น มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาทนั้น ได้ผลตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีโดยสามารถขายหมดตั้งแต่การเปิดจองในวันแรก รวมทั้งยังมีความต้องการเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้นักลงทุนหลายคนเริ่มมองเห็นทิศทางของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการระดมเงินฝากในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนยังไม่กล้าลงทุนระยะยาว และลดความเสี่ยงโดยเลือกตราสารระยะสั้น บริษัทจึงปรับนโยบายการลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการดังกล่าว โดยเปิดจองซื้อกองทุนพันธบัตรเกาหลีใต้รุ่น 24 อายุประมาณ 3 เดือน มูลค่า 1,500 ล้านบาทอีก 1 กองทุน ระหว่างวันที่ 26 สิงหาคม ถึงวันที่ 1 กันยายน ศกนี้ ด้วยอัตราผลตอบแทนประมาณ 1.70% ต่อปี สามารถจองซื้อขั้นต่ำเพียง 2,000 บาท

เมื่อเทียบกับการลงทุนระยะสั้นในประเทศไทยปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าผลตอบแทนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือนของธนาคารพาณิชย์ อยู่ที่ประมาณ 1-1.5% และพันธบัตรรัฐบาลไทย 3 เดือน จะให้ผลตอบแทนประมาณ 1.1% และบุคคลธรรมดายังต้องเสียภาษีดอกเบี้ยอีก 15% ทำให้กองทุนพันธบัตรเกาหลีใต้ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากความมั่นคงสูงและไม่ต้องเสียภาษี นายไพศาลกล่าว

นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทยฯ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 26 สิงหาคมถึงวันที่ 1 กันยายนนี้ บริษัทเปิดขายกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 9เดือน 6 (KTFF9M6) อายุโครงการ 9 เดือน มูลค่า 5,000 ล้านบาท เป็นกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรภาครัฐเกาหลีใต้ ทั้งนี้ เงินลงทุนจะมีการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยคาดการณ์ผลตอบแทนที่ 2.35% ต่อปี

นายนคร ตามไท ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและสื่อสารการตลาด บลจ.กสิกรไทยฯ เปิดเผยว่า เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่คาดหวังโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากและพันธบัตรรัฐบาลในประเทศซึ่งมีอายุตราสารใกล้เคียงกัน บริษัทจึงเสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้เกาหลี 9 เดือน บี (KKF9MB) ขนาดกองทุน 1,800 ล้านบาท ซึ่งเน้นลงทุนในตราสารหนี้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของประเทศเกาหลีใต้ (KEXIM) ไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยเสนอขายพร้อมกองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลี 1 ปี เอเอ็กซ์ (KKG1YAX) ขนาดกองทุน 1,800 ล้านบาท และกองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลี 2 ปี ไอ (KKG2YI) ขนาดกองทุน 1,800 ล้านบาท ในวันที่ 25-31 สิงหาคมนี้ ลงทุนขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท

ทั้งนี้จากที่บริษัทเปิดขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้เกาหลี 9 เดือน เอ พร้อมกองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลี 1 ปี เอดับเบิลยู และกองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลี 2 ปี เอช พบว่า ทั้ง 3 กองทุนได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลมาจากจุดเด่นของกลุ่มกองทุนดังกล่าว ทั้งคุณภาพของตราสารและโอกาสรับผลตอบแทนที่จูงใจทั้งสำหรับการลงทุนระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี และการลงทุนระยะยาว ประกอบกับพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ของสถาบันการเงินที่รัฐบาลเกาหลีใต้ถือหุ้นส่วนใหญ่อย่างธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของประเทศเกาหลีใต้ล้วนได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับสูง อีกทั้งกองทุนยังคงมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 100% อีกด้วย

รายงานข่าวจากบลจ.ธนชาตฯ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 26 สิงหาคม ถึงวันที่ 2 กันยายนนี้ บริษัทจะเสนอขายกองทุนเปิดธนชาตตราสารหนี้ต่างประเทศ 18(T-FixFIF 18) อายุโครงการประมาณ 1 ปี11 เดือน มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท กองทุนดังกล่าวมีนโยบายลงทุนในพันธบัตรเกาหลีใต้

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด