ยูโร่ คัสตาร์ด ทุ่มงบกว่า10ล้าน เจาะคนรุ่นใหม่

ยูโรเปี้ยน ฟู้ด เร่งทัพยูโร่ คัสตาร์ด ขยายฐานลูกค้าคนทำงาน/วัยรุ่น ทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท

ปรับโฉมสินค้าทันสมัยพร้อมเปิดแคมเปญ Smart Shot with Euro Custard Sky Train ขณะที่ภาพรวมของบริษัทวาดเป้าเติบโต 5%

นายสมชาติ สุรจิตติพงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูโรเปี้ยนฟู้ด จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนการรุกตลาดของผลิตภัณฑ์ยูโร่ คัสตาร์ดในปี 2552 บริษัทมีแผนการขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่และกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น จากเดิมที่ฐานลูกค้าหลักจะเป็นกลุ่มครอบครัวถึง 60% ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้มีแบรนด์ลอยัลตีที่สูงมาก โดยจะปรับภาพลักษณ์ของสินค้าให้มีความทันสมัย และเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อตอบโจทย์ความเป็นยูโร่ คัสตาร์ดที่ย้ำให้เห็นถึงคอนเซ็ปต์ที่ว่า อร่อย ทุกที่ทุกเวลา ที่มียูโร่ คัสตาร์ด ดังนั้นจึงได้เปิดตัว Euro Custard Sky Train ด้วยการใช้สติกเกอร์ของยูโร่ที่ตัวรถไฟฟ้า BTS เพื่อสร้างการรับรู้ ใช้งบ 10 ล้านบาท

เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้และเจาะตรงกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหม่มากขึ้น บริษัทได้ทุ่มงบประมาณ 10 ล้านบาท สำหรับการได้จัดแคมเปญ Smart Shot with Euro Custard Sky Train ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกเพื่อลุ้นของรางวัล โดยหากลูกค้าพบเจอรถ BTS ขบวนนี้ สามารถเตรียมแอกต์ท่าสุดโปรด ตามสไตล์ของแต่ละคน เพื่อถ่ายภาพแล้วส่งภาพถ่าย ไปที่ www.eurofood.co.th เพื่อทำการโหวต ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับการโหวตมากที่สุด จะได้รับรางวัล ที่มีทั้งกล้องดิจิตอล กล้องวิดีโอ และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยมีระยะเวลาในการร่วมสนุก 2 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม ถึง 18 พฤษภาคม 2552 และสามารถทำการร่วมโหวตได้ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม ถึง 20 พฤษภาคม 2552 พร้อม ประกาศรายชื่อผู้โชคดี วันที่ 1 มิถุนายน นี้ รวมมูลค่าของรางวัลกว่า 1 แสนบาท

สำหรับภาพรวมตลาดของผลิตภัณฑ์คัสตาร์ด เค้ก มีอัตราการเติบโตประมาณ 10% โดยแบรนด์ยูโร่คัสตาร์ด เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งประมาณ 90% จากมูลค่าตลาดรวม 1,500 ล้านบาท ซึ่งผลประกอบการในปีที่ผ่านมาของบริษัทที่รวมทุกผลิตภัณฑ์ บริษัทมีรายได้ประมาณ 2,500 ล้านบาท มีสัดส่วนของตลาดกลุ่มเค้ก 54% จากรายได้รวม ทั้งนี้ในตลาดกลุ่มเค้กนั้นแบ่งสัดส่วนเป็นของพัฟเค้กซึ่งประกอบไปด้วยยูโร่ คัสตาร์ด เค้ก , ยูโร่ สตรอเบอร์รี่ เค้ก, ยูโร่มาร์เบิ้ล เค้ก, ยูโร่ คาปูชิโน เค้ก รวมกันอยู่ 50% เอลเฟ่ เลเยอร์เค้ก 30%และอื่นๆ 20% ขณะที่รายได้ของกลุ่มเวเฟอร์คิดเป็น 21% กลุ่มเยลลี่ 19% และที่เหลืออีก 6% เป็นสินค้าอื่นๆ และในปีนี้จากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่มีความแน่นอน ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้ประมาณ 5%

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!