คำสารภาพมือฆ่าเปลือย "ครูโน๊ต" อ้างแค่ปีนเข้าบ้านขโมยของ ทำ CPR แล้ว แต่เหยื่อไม่ฟื้น

คำสารภาพมือฆ่าเปลือย "ครูโน๊ต" อ้างแค่ปีนเข้าบ้านขโมยของ ทำ CPR แล้ว แต่เหยื่อไม่ฟื้น
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

คุมตัว "แจ็ค" มือฆ่าเปลือย "ครูโน๊ต" อ้างไม่ได้ตั้งใจมาฆ่าให้ตาย แค่ปีนเข้ามาขโมยของในบ้าน แต่เหยื่อออกจากห้องน้ำพอดีแล้วเห็นจึงถูกทำร้ายร่างกายจนแน่นิ่ง ช่วยทำ CPR แล้ว แต่ไม่ฟื้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (24 ม.ค.) เวลา 10.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว นายสันต์ หรือ แจ็ค อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่า น.ส.เนติมา หรือ ครูโน๊ต อายุ 39 ปี ภายในบ้านพักของอาจารย์สาว ซึ่งมีรั้วด้านหลังบ้านติดกันกับบ้านของคนร้าย ในสภาพนอนเปลือยเปล่าบนห้องน้ำชั้น 2 ของตัวบ้าน มีเพียงผ้าขนหนูปิดทับร่างกายไว้ 1 ผืน เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา พร้อมของกลางกระเป๋าผ้าใส่ของ 1 ใบ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง พระเลี่ยมทอง 2 องค์ เงินสด 4 พันบาท มีดปลอกผลไม้ที่เตรียมมาไว้ใช้จี้ขณะก่อเหตุ มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมืองฉะเชิงเทรา 

โดย นายสันต์ ยอมรับสารภาพระหว่างการแถลงข่าวว่า เดิมมีอาชีพเป็นคนขับรถแท็กซี่ ขณะที่ครูสาวผู้ตกเป็นเหยื่อ เคยเป็นลูกค้าเรียกใช้บริการแล้ว 1 ครั้ง ขณะขับรถแท็กซี่รับส่งคนภายในหมู่บ้าน และยังเคยนำรถมาจอดที่บริเวณหน้าบ้านของเหยื่ออยู่เป็นประจำ

แต่เมื่อ 8 เดือนที่ผ่านมา ได้ถูกผู้เป็นภรรยาซึ่งมีบุตรสาวด้วยกัน 3 คน ขอให้ย้ายข้าวของออกไปอยู่ด้านนอกเพราะติดการพนัน แต่เมื่อจะขอกลับเข้ามาอยู่ด้วยกันใหม่ ทางฝ่ายภรรยาได้บอกว่าไม่ต้องการตนเองอีกแล้ว จึงได้กลับไปอยู่กับเพื่อนในกรุงเทพฯ แต่ยังวนเวียนกลับมาคอยเฝ้าดูทางฝ่ายภรรยาและบุตรอยู่เป็นประจำ

สุดท้ายเงินขาดมือจากสภาพเศรษฐกิจ และไม่ได้ขับรถแท็กซี่แล้ว จึงไม่มีเงินส่งค่างวด ในการผ่อนชำระค่างวดสินค้า จึงได้หวนกลับเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ยังที่บ้านของอาจารย์สาว ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกัน

ก่อนเกิดเหตุได้เสพยามาก่อนด้วย จนในเวลา 22.36 น. ของวันที่ 16 ม.ค. ได้ให้ น.ส.ศุภมาศ เพื่อนสาวคนใหม่ที่เพิ่งรู้จักกัน ขี่รถจักรยานยนต์ที่ได้ไปก่อเหตุโจรกรรมาจากย่านห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ใน ต.บางตีนเป็ด อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา มาส่งยังที่บริเวณใกล้ประตูรั้วหน้าบ้านของเหยื่อ จากนั้นได้เดินเข้าไปเฝ้ารอยังในบ้านหลังริมสุดด้านในซอย ซึ่งเป็นบ้านร้างไม่มีคนอยู่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุไป 2 หลัง

จนกระทั่งเริ่มดึกไม่มีผู้คนพลุกพล่าน จึงได้พยายามที่จะเดินอ้อมไปปีนเข้าจากด้านหลังบ้านของเหยื่อจากบ้านร้างหลังที่ 3 แต่ไม่สำเร็จ ก่อนที่จะถอดกางเกงยีนส์ที่สวมใส่มาทิ้งไป จากนั้นได้หันกลับมาปีนรั้วเข้าทางด้านหน้าบ้าน จากบ้านหลังที่ 3 ข้ามบ้านหลังที่ 2 จนถึงบ้านของเหยื่อ เมื่อเข้าไปถึงได้ไปแอบซ่อนตัวอยู่ที่ด้านหลังของตัวบ้านเพื่อเฝ้าดู ก่อนที่จะมาเลื่อนบานประตูกระจกหลังบ้าน ซึ่งนายแจ็คอ้างว่าอาจารย์สาวลืมล็อกกลอนด้านในไว้

ก่อนที่จะเลื่อนเปิดเข้าไปยังในตัวบ้านได้ และเริ่มรื้อค้นหาทรัพย์สินจากชั้นล่าง ขโมยโทรศัพท์ติดมือไป และขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อรื้อค้นหาทรัพย์สิน จนอาจารย์สาวที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เดินออกมาพบและส่งเสียงร้อง จึงทำให้นายแจ็ค ต่อยด้วยหมัดไปที่ท้องจำนวน 4 ครั้ง จนอาจารย์สาวจุก พร้อมกับผลักตัวจนล้มลงเข้าไปยังในห้องน้ำ ก่อนที่จะใช้มือกดคอและนำผ้าขนหนูกดอุดที่ปากไว้จนอาจารย์สาวแน่นิ่งไป

โดยที่นายแจ็ค อ้างว่า ได้พยายามที่จะช่วยเหลือชีวิตเหยื่อ ด้วยการทำ CPR เป่าปากและปั๊มหัวใจแล้ว แต่อาจารย์สาวยังไม่ฟื้น จึงได้ใช้ผ้าขนหนูช่วยปิดคลุ่มร่างของอาจารย์ไว้ และเดินลงมานั่งทำใจอยู่ที่ชั้นล่าง ก่อนที่จะโทรศัพท์ให้เพื่อนสาวหน้าใหม่คนสนิทขี่รถ จยย.กลับมารับ และได้นำเอาทรัพย์สินของกลางที่ทางเจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดคืนกลับมาได้ติดมือไปด้วย ก่อนที่จะนำไปขายยังในพื้นที่ กทม.

หลังผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายแจ็คเดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังในที่เกิดเหตุทันที ท่ามกลางกลุ่มชาวบ้านที่มายืนเข้าแถวจับกลุ่มรอคอยตลอดแนวรายทางยาวเกือบ 100 เมตร โดยในระหว่างที่ตำรวจนำตัวนายแจ็คผ่านกลุ่มชาวบ้านไป ได้มีคนจำนวนมากต่างพร้อมใจช่วยกันรุมด่าสาปแช่งหลายครั้งตลอดเส้นทาง

ทั้งนี้ นายจิราวุธ อายุ 68 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยญาติ และคณะอาจารย์เพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาร่วมรับฟังการแถลงข่าวและซักถามปากคำจากนายแจ็คด้วย ทั้งยังได้ติดตามไปดูการทำแผนในที่เกิดเหตุตลอดเวลา

โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการทำแผนประมาณ 40 นาทีเศษ จึงได้รีบนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถตู้ เดินทางออกจากที่เกิดเหตุในทันที เพราะหวั่นเกรงว่าจะมีประชาชนฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่เข้ามารุมทำร้ายผู้ต้องหาได้

>> เปิดพิรุธ "ครูโน๊ต" ตายปริศนาคาห้องน้ำ รอยคล้ายเลือดแค่น้ำลูกพรุน แต่ศพห่มผ้าได้ยังไง
>> รวบมือรัดคอฆ่าเปลือย "ครูโน๊ต" ที่แท้คนในหมู่บ้านเดียวกัน ชาวบ้านไม่เชื่อเป็นฆาตกร