"ฉลอง เรี่ยวแรง" เปิดใจปมแค้น นายก อบจ.นนทบุรี โทรหา "เจ๊ปอง" คนแรกหลังก่อเหตุ

"ฉลอง เรี่ยวแรง" เปิดใจปมแค้น นายก อบจ.นนทบุรี อ้างเรื่องเงิน 11 ล้าน โทรหา "เจ๊ปอง" คนแรกหลังก่อเหตุ
จากเหตุยิงภายในองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ซึ่งมี พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี และคนขับรถได้รับบาดเจ็บ โดยตำรวจควบคุมตัว นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ไว้ดำเนินคดี ล่าสุดมีข้อมูลเพิ่มเติมทั้งจากนายฉลองและบุคคลที่ได้พูดคุยกับเขาหลังเกิดเหตุ
นางอัญชะลี ไพรรีรัก เปิดเผยหลังเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายฉลองโทรศัพท์หาเธอเป็นสายแรกหลังเกิดเหตุ และเล่าถึงปัญหาเรื่องเงินจำนวน 11 ล้านบาท รวมถึงระบายความรู้สึกว่าฝ่ายคู่กรณีปฏิบัติกับตนเหมือนไม่มีตัวตน
“อัญชะลี” เผย ฉลองโทรหาเป็นสายแรกหลังเกิดเหตุ
นางอัญชะลีเล่าว่า ขณะกำลังจัดรายการ นายฉลองได้โทรศัพท์เข้ามาและพูดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น โดยกล่าวถึงการทวงถามเงิน 11 ล้านบาท และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับคู่กรณี
ระหว่างการสนทนา นางอัญชะลีพยายามพูดให้นายฉลองใจเย็น พร้อมลดเสียงสายโทรศัพท์ที่ออกอากาศ เพื่อไม่ให้ผู้ชมทราบตำแหน่งของนายฉลอง ขณะเดียวกันได้ส่งสัญญาณให้ทีมงานประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าพื้นที่ทันที
นางอัญชะลียังคงถือสายพูดคุยกับนายฉลองต่อเนื่อง จนได้ยินเหตุการณ์ช่วงที่ตำรวจเข้าควบคุมตัว โดยช่วยเกลี้ยกล่อมให้นายฉลองยอมส่งมอบอาวุธปืน นำกระสุนออก และเดินทางไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยไม่มีเหตุรุนแรงเพิ่มเติม
เธอระบุด้วยว่า โดยปกติแล้วจะพูดคุยกับนายฉลองเฉพาะเรื่องการเมืองระดับประเทศ ไม่เคยสนทนาเกี่ยวกับการเมืองท้องถิ่นของจังหวัดนนทบุรี หรือปัญหาสุขภาพส่วนตัวมาก่อน
หลังถูกควบคุมตัว นายฉลองได้รับประทานข้าวผัดกะเพราไก่ไข่ดาว กาแฟเย็น และรับประทานยาประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับโรคเลือดเรียบร้อยแล้ว ส่วนนางอัญชะลีเดินทางมาพบตำรวจหลังได้รับการติดต่อให้เข้าให้ข้อมูล เนื่องจากเป็นบุคคลแรกที่นายฉลองโทรหาหลังเกิดเหตุ
นางอัญชะลียังอ้างคำพูดของนายฉลองที่บอกกับเธอว่า “ดีที่เลือกโทรหา ถ้าไม่งั้นคงสติแตก อาจมีคนเดือดร้อนเพิ่มและเรื่องราวอาจบานปลายมากกว่านี้”

ฉลองเปิดปมเหตุ อ้างเงิน 11 ล้านบาท
ด้านนายฉลอง เรี่ยวแรง ให้ข้อมูลถึงมูลเหตุของเหตุการณ์ว่า มีต้นเหตุมาจากข้อพิพาทเรื่องเงินจำนวน 11 ล้านบาท ซึ่งเขาอ้างว่าเคยช่วยเหลือ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ มานานหลายปี
นายฉลองอ้างว่า เงินจำนวนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือทางการเมืองในช่วงปี 2551 โดยระบุว่าเคยสละสิทธิ์ในการลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เพื่อเปิดทางให้บุคคลอื่น และมีเงินจำนวนหนึ่งที่ตนเป็นผู้สำรองหรือออกให้เพื่อใช้ในการหาเสียง
เขาระบุว่า ในช่วงเวลานั้นไม่เคยติดใจทวงถาม เพราะมองว่าเป็นการช่วยเหลือกันในฐานะเพื่อนและคนรู้จัก แต่ภายหลังตัวเองประสบปัญหาสุขภาพ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจำนวนมาก ประกอบกับไม่มีรายได้เหมือนในอดีต จึงติดต่อคู่กรณีเพื่อขอพูดคุยและขอให้รับผิดชอบเงินส่วนดังกล่าว
อ้างเกิดปากเสียง ก่อนเหตุบานปลาย
นายฉลองเล่าต่อว่า ในวันที่เกิดเหตุ ตนเดินทางไปพบ พ.ต.อ.ธงชัย โดยมีความตั้งใจจะพูดคุยและหาทางตกลงกันเรื่องเงิน แต่ระหว่างการสนทนาเกิดการโต้เถียงกัน และคู่กรณีไม่ยอมเจรจาต่อ ก่อนเดินออกจากห้อง
นายฉลองอ้างว่า จากนั้นได้เดินตามออกไปบริเวณรถและพยายามเรียกให้กลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย
สำหรับช่วงเวลาที่เกิดการใช้อาวุธปืน นายฉลองกล่าวอ้างว่า คนขับรถของนายก อบจ.นนทบุรี มีการนำอาวุธปืนออกมาก่อน ทำให้ตนตัดสินใจป้องกันตัว พร้อมยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะยิงให้ถึงแก่ชีวิต
เขาอ้างว่า หลังเกิดเหตุเห็นคู่กรณียังสามารถวิ่งออกไปได้ จึงคิดว่าได้รับบาดเจ็บไม่รุนแรง ก่อนจะออกจากพื้นที่และเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นายฉลองยังกล่าวขอโทษประชาชนชาวนนทบุรี รวมถึง พ.ต.อ.ธงชัย และครอบครัว พร้อมกล่าวอ้างถึงเรื่องการช่วยเหลือในอดีตทั้งในด้านการเข้ารับตำแหน่งข้าราชการระดับผู้กำกับการ รวมถึงความช่วยเหลือทางการเมือง และมีการพาดพิงถึงนักการเมืองบุคคลที่สามอีกด้วย
ตำรวจย้ำ ยังไม่สรุปแรงจูงใจที่แท้จริง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับปมเงิน 11 ล้านบาท รวมถึงรายละเอียดช่วงก่อนเกิดเหตุ เป็น คำกล่าวอ้างของนายฉลอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง พยานบุคคล และพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อประกอบสำนวนคดี
พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ระบุว่า รายละเอียดเชิงลึกของคดียังต้องรอการสอบปากคำผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด และขณะนี้ยังไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแรงจูงใจ
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ย้ำว่า คำให้การของผู้ต้องหาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการสอบสวน ผู้ต้องหาสามารถให้การได้ตามสิทธิ ส่วนสาเหตุและแรงจูงใจที่แท้จริงจำเป็นต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมด รวมถึงการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนสรุปข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ใส่กุญแจมือนำตัวเข้าห้องขัง
หลังมีภาพนายฉลองนั่งโต๊ะแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ขณะถูกควบคุมตัวอยู่ภายในสถานีตำรวจ รวมถึงมีภาพขณะสูบบุหรี่และนั่งอยู่กับรองผู้การตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงความเหมาะสม เรื่องการให้สิทธิ์พิเศษแก่ผู้ต้องหาซึ่งเป็นอดีตนักการเมือง
ล่าสุดเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. รัตนาธิเบศร์ ควบคุมตัว นายฉลอง เรี่ยวแรง เข้าห้องควบคุมผู้ต้องขัง โดยเจ้าหน้าที่ได้ใส่กุญแจมือและนำตัวเข้าไปควบคุมภายในห้องขังตามขั้นตอน
พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และจะดำเนินคดีโดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี