ทำความรู้จัก "ไม้หมอน วชิรวิทย์" แชมป์ The Voice คนใหม่ กับชีวิตหลังคว้าชัยที่น่าจับตา

ทำความรู้จัก "ไม้หมอน วชิรวิทย์" แชมป์ The Voice คนใหม่ กับชีวิตหลังคว้าชัยที่น่าจับตา
S! Music (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

ถึงแม้จะเป็นศิลปินที่ประสบการณ์ค่อนข้างน้อย แต่ล่าสุด ไม้หมอน - วชิรวิทย์ จีนเกิด หนุ่มภูไทจากจังหวัดมุกดาหาร ลูกทีมโค้ช สิงโต นำโชค (นำโชค ทะนัดรัมย์) ก็ได้กลายเป็นแชมป์ The Voice Thailand ซีซั่น 6 เป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่ได้โชว์ความสามารถมัดใจแฟนเพลงจนได้คะแนนโหวตจากแฟนรายการทั่วประเทศ 

 

คลิกชมการสัมภาษณ์ในรายการเรียงคิวบันเทิงของ ไม้หมอน และ เบน The Voice ได้ที่นี่

 

ซึ่งหลังจากที่ได้กลายเป็นผู้ชนะ ไม้หมอน เองก็ได้เดินทางมาพูดคุยกับทีมงาน Sanook Music พร้อมเล่าเรื่องราวความผูกพันที่มีต่อเพลงเพื่อชีวิต รวมถึงเรื่องราวเบื้องหลังการแข่งขัน และความรู้สึกหลังได้กลายเป็นแชมป์รายการ The Voice Thailand ซีซั่น 6 ซึ่งเหนือความคาดหมายของเขา 

 

 

บทเรียนที่ทำให้ตกหลุมรักเพลงเพื่อชีวิต

“ผมรู้จักดนตรีเพื่อชีวิตตั้งแต่เด็กครับ เพราะแม่ผมจะเปิดเพลงแนวนี้ให้ฟังตั้งแต่เด็กครับ แล้วแม่ผมก็เอาเนื้อหามาสอน อย่างเพลง “ลุงขี้เมา” ของวง คาราบาว ที่ผมร้องในรอบสุดท้าย พอฟังเพลงนี้แม่ผมก็บอกว่า  “คุณลุงในเพลงเป็นคนดีแต่เขาเลือกใช้ชีวิตผิดพลาด เลยจบลงด้วยความตายแบบในเพลง” คือแม่ผมจะเอาเนื้อหาในเพลงมาสอนผมเสมอ ผมมองว่าดนตรีเพื่อชีวิตมันสามารถสอนคนได้ สามารถฟังแล้วคิดได้หลายแง่มุม

ศิลปินที่เป็นไอดอลผมคือพี่ ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ครับ เขาสามารถร้องเพลงเพื่อชีวิตและถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีมาก ซึ่งเพลงแรกที่ผมฝึกเล่นก็คือเพลง “มือปืน” ของเขา แต่พอผมมาเล่นดนตรีกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนหอวัง ก็ต้องเปลี่ยนมาเล่นเพลงสนุกๆ และเพลงร็อคแทน ผมจะเน้นเล่นเพลงที่รู้จักเพราะเพื่อนๆ เขาไม่อินแนวเดียวกับผมเท่าไหร่ แต่มันไม่ยากเท่าไหร่เพราะผมเองก็เปิดกว้างและฟังเพลงแนวอื่นเหมือนกัน 

พอมาอยู่มหาวิทยาลัยก็จะมีวงลิ้นจี่ อันนี้เป็นวงดนตรีเฉพาะกิจที่ผมทำขึ้นมาครับ ผมจะเป็นมือกีต้าร์และผู้ก่อตั้ง ก็จะเน้นหาสมาชิกหน้าตาดีไว้ในวง (หัวเราะ) ผมทำวงนี้ไว้เล่นและแสดงงานมหาวิทยาลัย ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำเป็นวงจริงจังเพื่อออกผลงานครับ” 

 

 

จากแฟนรายการ สู่ผู้เข้าแข่งขัน

“ตอนที่ผมเรียนจบมัธยม รายการ The Voice Thailand ซีซั่น 6 ก็เปิดรับสมัครพอดี ผมเองได้ดูรายการนี้ตั้งแต่ซีซั่นแรก ก็อยากมาแข่งนานแล้ว อยากไปร้องเพลงแนวเพื่อชีวิตให้คนอื่นได้ฟัง ตอนที่อัดคลิปออดิชั่น ก็ดีดกีต้าร์ร้องเพลงและให้แฟนอัดคลิปให้ ตอนนั้นผมร้องเพลง “ฟ้าสูงหญ้าต่ำ” ของ ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ เพลงเดียวกับตอนรอบ Blind Auditions ซึ่งตอนที่ทำคลิปก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้เข้ารอบและมาไกลแบบนี้”

 

เมื่อความตลกของโค้ชสิงโต นำโชค มัดใจให้เขาเป็นลูกทีม

“ส่วนตัวผมติดตามผลงาน โค้ชสิงโต นำโชค มานานแล้ว และผมชอบที่เขาเป็นคนตลกมาก เลยคิดว่าถ้าเขาหันมาผมจะอยู่ทีมเขา พอมีโค้ช ก้อง สหรัถ สังคปรีชา หันมาด้วย มันก็เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายและทำให้ผมดีใจมากครับ

ตอนแรกที่ได้เข้าทีมพี่สิงโต เขาจะบอกว่าเสียงผมไม่ค่อยมีพลัง ก็จะให้ไปออกกำลังเพิ่มเติม ตอนที่ได้โจทย์เพลงมาพี่เขาก็มาสอนเรื่องการตีความเนื้อเพลงว่าแต่ละท่อนต้องใส่อารมณ์อย่างไร ซึ่งเวลาแกะเพลงเขาก็จะเปิดกว้างฟังความเห็นผมด้วย เพราะเขามองว่าเพลงท่อนหนึ่งมันสามารถตีความได้หลายแบบ

วิธีการสอนของพี่สิงโต พี่เขาจะสอนให้ผมเป็นตัวเอง เขาจะบอกเสมอว่าการเป็นตัวเองนั้นดีที่สุด เขาจะบอกตลอดว่าผมเป็นคนที่มีลายเซ็นและมีความเป็นตัวเองอยู่แล้ว และพี่เขาจะคอยสนับสนุนให้ลายเซ็นนั้นมันชัดขึ้นครับ”

 

 

ความกดดันบนเวทีระดับประเทศ

“ตอนที่แข่งผมรู้สึกกดดันมาก แต่มันก็เป็นความฝันที่ผมอยากร้องเพลงให้คนดูและมีความสุข ก็เลยต้องพยายามครับ สำหรับผมการแข่งขันมันยากทุกรอบ มันมีความกดดันและตื่นเต้น เพราะเป็นเวทีใหญ่ครั้งแรก โจทย์แต่ละเพลงก็จะมีความแตกต่าง ผมก็ต้องพัฒนาตัวเอง และทำตามคำแนะนำของ โค้ช ทีมงาน และครอบครัวเพื่อทำให้คนดูมีความสุขครับ

ตอนที่แข่งขันก็จะมีคำวิจารณ์จากผู้ชมเยอะมาก ผมเองก็ขอบคุณทั้งคำวิจารณ์และคำชม ถ้าคำวิจารณ์ไหนมันมีประโยชน์ผมจะเอามันมาใช้กับชีวิตประจำวันครับ  คุณแม่ผมจะสอนเสมอว่ามันเป็นคำสอนมันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และช่วยเราเสมอครับ  

ถ้าผมมีโอกาสได้ร้องเพลงอีก 1 เพลงในรายการ ผมจะเลือกร้องเพลง “อยู่ตรงนี้” ของพี่ ปู - พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ เป็นเพลงที่พูดถึงคนที่รักและจากไป เพลงนี้ทำให้ผมนึกถึงรุ่นพี่ที่สนิทและคอยช่วยอะไรหลายอย่าง แต่วันหนึ่งเขาก็เสียชีวิตไปทั้งๆ ที่อายุแค่ 18 ปี ตอนนั้นก็ตกใจมาก ถ้ามีโอกาสก็อยากร้องเพลงนี้ในรายการครับ”

 

ก้าวต่อไปของชีวิตหลังการคว้าแชมป์ 

“ตอนที่ทราบว่าชนะก็ตกใจและดีใจมากครับ คือรู้สึกเลยว่าใจเต้นแรงกว่าเสียงรอบข้าง เพราะคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นความจริง ต้องใช้เวลาสักพักถึงจะชินกับความรู้สึกของสิ่งที่เกิดขึ้น พอมาวันนี้ที่เดินสายก็ยังมีความรู้สึกตื่นเต้นบ้างที่ต้องสัมภาษณ์เพราะไม่ค่อยได้ทำ  

หลังจากที่ได้รับรางวัล ผมจะให้เงินกับแม่หมดครับ เพราะครอบครัวผมมีภาระเยอะ มีสมาชิกหลายคน และมีหนี้ด้วย ก็อยากช่วยแบ่งเบาภาระครับ ผมต้องขอบคุณทุกคนและทุกกำลังใจจริงๆ ที่ทำให้ผมได้ประสบความสำเร็จในรายการ และทำให้ผมได้ต่อยอดสู่สิ่งดีๆ มากมายในอนาคต ส่วนเรื่องผลงานตอนนี้ยังไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ก็มีผลงานเพลงแนวเพื่อชีวิตที่แต่งไว้ ก็อยากเอามาทำให้สมบูรณ์ครับ”

 

 

แม้ว่าจะเป็นศิลปินใหม่ แต่การแข่งขัน The Voice Thailand ซีซั่น 6 ก็ได้ทำให้ไม้หมอนได้รับประสบการณ์มากมาย ที่จะช่วยเขาพัฒนาในเส้นทางดนตรี ซึ่งอีกไม่นานแฟนๆ จะได้ฟังผลงานเพลงแรกในชีวิตของเขาแน่นอน 

ขอบคุณภาพจาก Instagram mmaimhon The Voice Thailand

Story : Sidhipong W.

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

เปิดประวัติ "ไม้หมอน วชิรวิทย์" จากสมาชิกวงลิ้นจี่ สู่แชมป์ The Voice ซีซั่น 6

เบน The Voice 10 ปีที่หายไปจากวงการ และจุดเปลี่ยนชีวิตที่ทำให้เขาร้องเพลงโอเปร่า

ชีวิต การเรียนรู้ ควบคู่กับดนตรี รู้จัก "ไม้หมอน" แชมป์ The Voice 6 ให้มากขึ้น

พลอย สุภัคชญา ผู้เข้าแข่งขัน The Voice กับความสามารถที่ไม่จำกัดแค่เพลงลูกทุ่ง

เพียว The Voice ศิลปินเสียงทรงพลัง กับเส้นทางคว้าแชมป์ที่น่าจับตา

ฝ้าย ยุคลฉัตร จากแชมป์เวทีประกวดดัง สู่ผู้เข้ารอบสุดท้าย The Voice

เปรี้ยว + แชมป์ สองศิลปินต่างที่มา สู่ดูโอ้ผู้เป็นตำนาน The Voice Thailand

ซิลวี่ ภาวิดา ศิลปินหญิงสุดเท่ กับการเริ่มใหม่บนเวทีเดอะวอยซ์

เปิดประวัติ "ปราง สิรินทรา" นักร้องเสียงนุ่มผู้เข้ารอบชิง The Voice 6

เบน The Voice ผู้เข้ารอบชิงดีกรีอาจารย์ กับผลงานที่เหนือความคาดหมาย

คืนเดียว 3 แสนวิว ไม้หมอน - รถบัส ร้องเพลง "ใจสั่งมา" สะกดใจแฟนรายการ The Voice