9 โรคที่เคลมประกันไม่ได้ รู้ก่อนซื้อ จะได้ไม่เสียเงินฟรี

9 โรคที่เคลมประกันไม่ได้ รู้ก่อนซื้อ จะได้ไม่เสียเงินฟรี

9 โรคที่เคลมประกันไม่ได้ รู้ก่อนซื้อ จะได้ไม่เสียเงินฟรี
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิด 9 โรคที่เคลมประกันไม่ได้ ถ้ามีโรคประจำตัวยังสามารถทำได้ไหม เช็กเงื่อนไขได้ที่นี่

บางคนอาจสงสัย ทำไมจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพทุกปี แต่พอป่วยบางโรคกลับเคลมไม่ได้? นี่ไม่ใช่การเอาเปรียบ แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงเพ่อให้บริษัทประกันยังอยู่ได้ และทำให้เบี้ยประกันของคนส่วนใหญ่ไม่แพงเกินไป

ถ้าคุ้มครองทุกโรคแบบไม่มีเงื่อนไข ค่าเบี้ยประกันคงพุ่งสูงจนมนุษย์เงินเดือนหรือชาวบ้านธรรมดาจ่ายไม่ไหวแน่นอน ดังนั้น จึงต้องมี "ข้อยกเว้น" สำหรับโรคบางกลุ่มที่ไม่คุ้มครอง ดังนี้

9 โรคและอาการที่ประกันไม่จ่ายเคลม

1. โรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน แล้วยังรักษาไม่หาย

  • ถ้าเป็นโรคเรื้อรังอยู่แล้ว เช่น ความดัน เบาหวาน หรือริดสีดวงทวาร แล้วมาทำประกันโดยที่ยังรักษาไม่หายขาด ประกันจะไม่คุ้มครองโรคนั้นรวมถึงโรคแทรกซ้อน เพราะถือว่าเป็นความเสี่ยงที่มีอยู่ก่อนแล้ว

2. โรคทางพันธุกรรมและความผิดปกติแต่กำเนิด

  • โรคที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด หรือถ่ายทอดทางพันธุกรรม ประกันมักไม่รับคุ้มครอง เพราะเป็นภาวะที่ติดตัวมาตั้งแต่แรก ทำให้บริษัทประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าได้ยาก

3. โรคทางจิตเวชและการทำร้ายตัวเอง

  • โรคซึมเศร้า ไบโพลาร์ หรืออาการทางประสาท รวมถึงการตั้งใจทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย จะไม่อยู่ในความคุ้มครอง เพราะโรคกลุ่มนี้มีความซับซ้อนและต้องใช้เวลารักษานาน

4. โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

  • โรคซิฟิลิส กามโรค หรือโรคเอดส์ (HIV) ประกันมักไม่คุ้มครอง เพราะมองว่าเป็นโรคที่ป้องกันได้ด้วยตัวเอง หากตรวจพบเชื้อ HIV ก่อนทำประกัน ส่วนใหญ่จะถูกปฏิเสธการรับประกันทันที

5. การตั้งครรภ์ คลอดบุตร และการคุมกำเนิด

  • ค่าใช้จ่ายเรื่องท้อง คลอดลูก แท้ง ทำหมัน หรือคุมกำเนิด ประกันสุขภาพทั่วไปไม่จ่ายให้ เว้นแต่จะซื้อ "ประกันอุบัติเหตุหรือแผนคุ้มครองแม่และเด็ก" เพิ่มเติมต่างหาก

6. การรักษาความผิดปกติทางสายตา

  • การทำเลสิก รักษาสายตาสั้น-ยาว ตัดแว่น หรือซื้ออุปกรณ์เกี่ยวกับตา ประกันไม่จ่าย ยกเว้นกรณีเดียวคือ "ตาเจ็บจากอุบัติเหตุรุนแรง" เท่านั้น

7. การรักษาด้านทันตกรรม (ทำฟัน)

  • ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน จัดฟัน หรือรักษารากฟัน ประกันไม่จ่ายให้ ยกเว้นเกิดอุบัติเหตุทางรถหรือล้มแล้วฟันหักฉุกเฉิน (และต้องรีบรักษาตามเวลาที่กำหนด) แต่ก็ไม่รวมค่าครอบฟันหรือรากฟันเทียมนะ

8. โรคที่ดันมาแสดงอาการในช่วง "ระยะเวลารอคอย"

  • พอทำประกันเสร็จ มันจะมีช่วง "รอคอย" (เช่น โรคทั่วไปรอ 30 วัน, โรคร้ายแรงรอ 90-120 วัน) ถ้าดันป่วยเป็นโรคในช่วงนี้ ประกันยังไม่จ่าย เพราะป้องกันคนรู้ตัวว่ากำลังจะป่วยแล้วรีบมาซื้อประกัน

9. การรักษาเชิงป้องกัน หรือเพื่อความสวยงาม

  • ฉีดวิตามิน ศัลยกรรมเสริมสวย รักษาสิว ตรวจสุขภาพประจำปี ฉีดวัคซีน หรือซื้อยาบำรุงกินเอง แบบนี้ประกันไม่จ่าย เพราะไม่ใช่การรักษาโรคฉุกเฉิน

มีโรคประจำตัว... จะทำประกันสุขภาพได้ไหม?

ทำได้ แต่มีเงื่อนไข โดยบริษัทประกันจะขอตรวจประวัติสุขภาพและความรุนแรงของโรค ถ้าเป็นโรคเบาหวานหรือความดันที่อาการไม่หนัก ควบคุมได้ดี ประกันอาจรับทำโดยวิธี "เพิ่มเบี้ยประกันแพงขึ้นหน่อย" หรือ "รับทำแต่ไม่คุ้มครองโรคเดิม"

ข้อควรจำสำคัญที่สุด: ตอนทำประกัน "ห้ามปกปิดโรคประจำตัวเด็ดขาด" ต้องบอกความจริงให้หมด ถ้าบริษัทจับได้ทีหลังว่าโกหก เขามีสิทธิยกเลิกกรมธรรม์และไม่จ่ายเงินเคลมแม้แต่บาทเดียว!

4 เช็กลิสต์ง่ายๆ ก่อนซื้อประกัน

  1. ดูระยะเวลารอคอยให้ดี: เช็กให้ชัวร์ว่าโรคทั่วไปและโรคร้ายแรงต้องรอกี่วันประกันถึงจะเริ่มคุ้มครองจริง

  2. เช็กวงเงินค่ารักษา: ดูว่าค่าห้องและค่ารักษาพยาบาลของแผนประกัน พอดีกับโรงพยาบาลที่เราชอบไปรักษาไหม

  3. เช็กกำลังเงินตัวเอง: เลือกแผนที่จ่ายไหวในระยะยาว ไม่เดือดร้อนเงินในกระเป๋าตัวเอง

  4. บอกโรคตามความจริง: เคลียร์ประวัติสุขภาพและโรคประจำตัวให้ชัดเจน โปร่งใสที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาเวลาเคลมเงิน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล