เกียรตินาคินภัทรจัดทัพปักยุทธศาสตร์ “ตลาดเงิน-ตลาดทุน”

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

นายสุพล วัธนเวคิน  ประธานกรรมการ และนายบรรยง พงษ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร นำผู้บริหารใหม่ ของธุรกิจตลาดเงินและตลาดทุนแถลงข่าวพร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ผู้นำในธุรกิจที่เชี่ยวชาญ    นายสุพล วัธนเวคิน  ประธานกรรมการ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เกิดจากการร่วมกิจการระหว่างธนาคารเกียรตินาคินและบริษัททุนภัทร โดยเล็งเห็นถึงกระแสโลกาภิวัตน์ การเชื่อมโยงเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้กระแสเงินทุน มีการเคลื่อนย้ายอย่างเสรี การที่ประเทศไทยเป็นระบบเศรษฐกิจแบบเปิด สถาบันการเงินจึงจะต้องสามารถทำธุรกิจ และให้บริการที่ครอบคลุมทั้งตลาดเงินและตลาดทุน การร่วมกิจการครั้งนี้ จึงทำให้กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร มีศักยภาพการทำธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยังมีโอกาสในการทำธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มขึ้น”   ตั้งแต่การร่วมกิจการที่สำเร็จลง เราได้มีการทบทวนอย่างจริงจังเกี่ยวกับ ทิศทาง นโยบาย กลยุทธ์ทางธุรกิจ ตลอดจนมีการปรับปรุงรูปแบบการทำธุรกิจ โครงสร้างการจัดการ และได้มีการวางตัวผู้บริหารหลักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายใต้การนำโดยนายบรรยง พงษ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งจะทำให้การดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจการเงินฯ จากนี้ไป มีการพัฒนาเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ตามนโยบายที่จะเป็นสถาบันการเงินที่ชำนาญการเฉพาะด้าน (Specialized Commercial and Investment Bank) ที่มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินและให้บริการที่มีคุณภาพสูง โดยพนักงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ลูกค้าประสบความสำเร็จที่ยั่งยืนในการทำธุรกิจและการลงทุนต่อไป”   นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “การปรับโครงสร้างการบริหารจัดการนี้เป็นการจัดโครงสร้างในลักษณะการรวมศูนย์ เพื่อให้ใช้ศักยภาพของกลุ่ม ทั้งบุคคลากร ฐานเงินทุน และใบอนุญาตการประกอบธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยในเรื่องทิศทางการดำเนินงานในภาพรวมและการจัดสรรทรัพยากรของทั้ง 2 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และธุรกิจตลาดทุน จะอยู่ภายใต้การดูแลของกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารที่จะควบคุมให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ได้รับจากคณะกรรมการของธนาคาร แต่ในส่วนของ                        การจัดการที่เป็นปกติธุรกิจ จะดำเนินการแยกโดยฝ่ายจัดการของทั้ง 2 ธุรกิจ และสืบเนื่องจากที่นายอภินันท์ เกลียวปฎินนท์ ย้ายมาดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานธุรกิจธนาคารพานิชย์ และรักษาการกรรมการผู้จัดการ บลจ. เกียรตินาคิน มาระยะหนึ่งแล้วนั้น เพื่อให้การร่วมมือกันเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ราบรื่น และมีประสิทธิภาพ จึงมีการแต่งตั้งนายกฤติยา วีรบุรุษ ดำรงตำแหน่งประธานธุรกิจตลาดทุน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนภัทร และ บล.ภัทร และแต่งตั้งนายยุทธพล ลาภละมูล ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บลจ. เกียรตินาคิน ซึ่งทั้งนายกฤติยา และนายยุทธพล เป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในตลาดทุนเป็นเวลายาวนาน และยังได้มีผลงานการบริหารที่โดดเด่นในขณะที่เป็นฝ่ายจัดการของธุรกิจตลาดทุนของกลุ่มธุรกิจการเงินฯ”   นายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์  กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานธุรกิจธนาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่า “การร่วมกิจการที่ผ่านมามีความคืบหน้าไปมาก ธุรกิจที่เป็นธุรกิจหลักของกลุ่มธุรกิจการเงินฯ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อ                  เช่าซื้อ สินเชื่อธุรกิจ และธุรกิจบริหารหนี้ มีการเติบโตและมีผลงานเป็นไปตามเป้าหมาย จากนี้ไปจะมุ่งเน้นการขยายธุรกิจใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบรรษัทหรือสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และธุรกิจซื้อขายลงทุนตราสารหนี้และอนุพันธ์ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า และเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมต่อผู้ถือหุ้น ในขณะที่ธุรกิจตลาดทุนมีผลประกอบการที่โดดเด่นมากตั้งแต่ต้นปีนี้ ซึ่งส่งผลมาจากสภาวะตลาดหุ้นที่เอื้ออำนวย  ความสามารถของทีมงาน และการขยายขนาดของการลงทุนจากการสนับสนุนด้านเงินทุนของธนาคารภายหลังการควบรวม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้การกระจายตัวของรายได้และกำไรของกลุ่มธุรกิจการเงินฯ มีความสมดุลมากขึ้น    โดยไม่พึ่งพาธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งจนเกินไป และยังเสริมศักยภาพในการเติบโตในอนาคตได้เป็นอย่างดี”   นายกฤติยา วีรบุรุษ ประธานธุรกิจตลาดทุน กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนภัทร จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน)    กล่าวว่า “ต่อจากนี้ผมจะรับผิดชอบในการสานต่อเพื่อนำความเชี่ยวชาญของทุกฝ่ายในกลุ่มธุรกิจการเงินฯ ให้เกิดการพัฒนาร่วมกัน                     ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การให้บริการ และช่องทางการขาย เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้า โดยยังคงมุ่งเน้นไปใน 3 ธุรกิจหลัก ส่วนแรกได้แก่ การให้บริการกับลูกค้าบุคคล อาทิ บริการวางแผนการเงิน                    ที่ปรึกษาการลงทุน บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ปัจจุบันในกลุ่มธุรกิจการเงินฯ ดูแลสินทรัพย์การลงทุนของลูกค้าอยู่เกือบ 300,000 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งตลาดของการซื้อขายหลักทรัพย์ของกลุ่มอยู่ที่กว่า 5% ส่วนที่สองคือ การบริหารจัดการการลงทุน หรือ Asset Management ที่ได้มีการจัดตั้งหน่วยงานด้านกองทุนส่วนบุคคล หรือ Private Fund ขึ้นเมื่อปีที่แล้ว  ปัจจุบันผ่านมา 8 เดือน บริษัท ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลทรัพย์สินที่เป็นตราสารทุนเกือบทั้งหมดกว่า 5,000 ล้านบาท และผลตอบแทนของกองทุนที่ผ่านมาก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก รวมถึงการที่มี บลจ.เกียรตินาคิน ที่มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ ธุรกิจด้าน Asset Management สามารถให้บริการได้ครอบคลุมและแข็งแกร่งมากขึ้น และส่วนสุดท้ายคือธุรกิจ Investment Banking ที่ให้บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์สถาบัน และธุรกิจวานิชธนกิจและการลงทุน ซึ่งจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับสายสินเชื่อบรรษัทของธนาคารเกียรตินาคินและสามารถใช้ประโยชน์จากฐานเงินทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากการสนับสนุนของธนาคารที่เป็นบริษัทแม่”   ด้านนายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บลจ. เกียรตินาคิน   กล่าวว่า  “บลจ.เกียรตินาคิน ตั้งเป้าที่จะนำเสนอกองทุนที่มีคุณภาพ ที่การตัดสินใจลงทุนอิงข้อมูลปัจจัยพื้นฐานทั้งด้านมหภาคและจุลภาค มีการทำการวิเคราะห์ภาคสนามอย่างใกล้ชิดโดยทีมฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนของเราเอง ภายใต้การควบคุมทั้งด้านการบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด โดยเป้าหมายที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่ส่วนแบ่งการตลาด  หรือการได้เป็นบริษัทจัดการที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ  แต่จะทุ่มเทความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการลงทุนให้บรรลุวัตถุประสงค์ความต้องการของลูกค้า และสร้างผลตอบแทนให้กับลูกค้าได้อย่างเหมาะสม และเร็วๆ นี้ บลจ. เกียรตินาคิน จะเปลี่ยนชื่อเป็น บลจ.ภัทร เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการจัดโครงสร้างธุรกิจที่จะใช้ภัทรเป็นแกนนำในการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนต่อไปในในอนาคต”