เช็กรายชื่อ 9 มูลนิธิรับบริจาค e-Donation ลดหย่อนภาษี 2 เท่า บุคคล-นิติบุคคล

ที่ประชุม ครม. เคาะเพิ่ม 9 มูลนิธิดัง บริจาคแล้วลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ทั้งบุคคลธรรมดา-นิติบุคคล ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธ.ค. 70 ยิงยาวถึงปี 70
ที่ประชุม ครม. อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกายกเว้นรัษฎากร เพิ่มเติมหน่วยรับบริจาครายใหม่จำนวน 9 แห่ง ความพิเศษคือ ผู้ที่บริจาคเงินหรือทรัพย์สินผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร ให้กับ 9 มูลนิธินี้ จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี นำไปหักลดหย่อนหรือหักเป็นรายจ่ายได้สูงถึง 2 เท่า! โดยมีผลตั้งแต่วันที่ ครม. มีมติอนุมัติ ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
เปิดรายชื่อ 9 มูลนิธิใหม่ บริจาคแล้วลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า
สำหรับหน่วยรับบริจาคที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในครั้งนี้ จะครอบคลุมทั้งด้านการแพทย์ การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ ผู้ป่วยฉุกเฉิน และการศึกษา ประกอบด้วย:
-
มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
-
มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
-
มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
-
มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช
-
มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา
-
มูลนิธิการแพทย์สยามบรมราชกุมารี
-
มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์
-
มูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
-
มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา (สอวน.)
(หมายเหตุ: มาตรการนี้เป็นการต่อยอดจากมาตรการภาษีเดิมที่เคยรองรับองค์กรและมูลนิธิด้านการแพทย์อยู่แล้ว 27 แห่ง ทำให้ปัจจุบันมีตัวเลือกในการทำบุญพร้อมลดหย่อนภาษีได้กว้างขวางยิ่งขึ้น)
เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ต้องรู้
การหักลดหย่อนภาษี 2 เท่าจากมาตรการนี้ มีเกณฑ์และเพดานที่แตกต่างกันระหว่างบุคคลธรรมดาและบริษัทเอกชน ดังนี้ครับ:
-
บุคคลธรรมดา: * สามารถนำยอดบริจาคไปหักลดหย่อนได้ 2 เท่า ของจำนวนเงินที่บริจาคจริง
-
เงื่อนไข: เมื่อรวมกับรายการลดหย่อนในลักษณะเดียวกัน (เช่น บริจาคเพื่อการศึกษา/กีฬา/โรงพยาบาล) แล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ
-
-
บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล: * สามารถนำไปหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า ของยอดบริจาคจริง
-
เงื่อนไข: ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศล สาธารณประโยชน์ การศึกษา หรือการกีฬา
-
รัฐบาลมุ่งลดความเหลื่อมล้ำ ย้ำต้องโปร่งใสผ่าน e-Donation
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า มาตรการนี้เป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่ต้องการใช้กลไกทางภาษีเป็นแรงจูงใจให้ภาคเอกชนและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการพัฒนาสังคม
การบังคับใช้ผ่านระบบ e-Donation จะช่วยให้กระบวนการบริจาคมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ง่าย และข้อมูลจะส่งตรงถึงกรมสรรพากรทันที ซึ่งเงินบริจาคเหล่านี้จะถูกนำไปส่งต่อเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้มีรายได้น้อย ผู้ป่วย ผู้พิการ และทุพพลภาพ ให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ อุปกรณ์เวชภัณฑ์ รวมถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมและเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี