แนวโน้มของไลฟ์สไตล์

แนวโน้มของไลฟ์สไตล์

Kitichai Taechangamlert

ผมสูญเสียพ่อ และ แม่ ในอุบัติเหตุไฟไหม้ตอนอายุ 12 ขวบ ผมต้องใช้ความเพียร อุตสาหะในการทำการค้าและส่งเสียตัวเองเรียนเพื่อสอบเทียบม.ต้นและม.ปลายและสอบเอ็นทรานซ์ ติดอันดับ 1 ของคณะวิทยาศาสตร์จุฬา (ซึ่งคะแนนที่สอบได้สามารถเข้าศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์ถ้าผมเลือก) แต่ด้วยการค้าที่ทำ ทำให้ไม่สามารถเรียนเต็มเวลาได้ จึงลาออกจากคณะวิทยาศาสตร์ เพื่อไปเรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาการเงินและธนาคาร มหาวิทยาลัยรามคำแหง สามารถจบภายใน 3 ปีครึ่ง พร้อมเกียรตินิยมอันดับ 2 และเรียนฟรี 2 เทอม แล้วสอบ MBA ติดทั้ง จุฬา ธรรมศาสตร์ นิด้า โดยเลือกเรียนจุฬา ช่วงที่เรียนโทเป็นจุดเริ่มต้นการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และลงทุนต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน 20 ปี จนเป็นที่มาของตำแหน่งผู้ถือหุ้นใหญ่ในองค์กรเอกชนมากมาย เส้นทางการเป็นนักลงทุนนอกจากหุ้น ยังต่อยอดการลงทุนด้วย อสังหาริมทรัพย์ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 14 ปี

                                                                                         แนวโน้มของไลฟ์สไตล์

Photo from www.prachachart.net
Photo from www.prachachart.net

 

จะเห็นได้ว่า URBANIZATION (ความเป็นเมือง) เป็นแนวโน้มใหม่ของคนทั่วโลก จากการที่ไลฟ์สไตล์ของการอยู่ในเมือง ทำให้ชีวิตมีสีสันมากขึ้น ไม่ว่าคนชาติไหนๆ ก็ตาม เราจะเห็นคนอเมริกัน หลายคนอยากมาหางานทำในนิวยอร์ค คนจีนอยากจะเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ คนไทยต่างจังหวัดก็อยากเข้ามาทำงานในกรุงเทพและจังหวัดหัวเมืองใหญ่ๆซึ่งมีรายได้สูงกว่าทำงานในท้องถิ่นของตนเอง เราจะเห็นคนอีสานไปทำงานที่พัทยา ภูเก็ต ฯลฯ นอกจากนั้น เราก็ยังเห็นแรงงานต่างชาติเข้ามาหางานทำในประเทศไทยมากมาย บางโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานอาหารทะเลมีติดป้ายข้อปฎิบัติตนในโรงงาน เป็นภาษาพม่าควบคู่กับภาษาไทยอยู่หลายโรงงานทีเดียวที่ผมไปเยี่ยมชม อัตราการว่างงานของไทยถือว่าต่ำมาก คือ น้อยกว่า 1% เป็นอัตราต่ำที่สุดใน ASEAN และจัดเป็นประเทศที่มีอัตราการว่างงานต่ำมากเมื่อเทียบกับทั่วโลก ชาวฟิลิปปินส์มาทำงานโรงแรมบ้าง นักดนตรี นักร้อง ฯลฯ ยิ่ง AEC เริ่มขึ้นแล้ว เราคงจะเห็นประชาชน ASEAN ใน 8 กลุ่มวิชาชีพ ซิ่งประกอบไปด้วย แพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี ช่างสำรวจ ทันตแพทย์ งานท่องเที่ยวสามารถย้ายเข้ามาทำงานในกลุ่ม ASEAN ด้วยกันอย่างเสรี แต่คาดว่า ในแต่ละประเทศในกลุ่ม ASEAN คงมีมาตรการสกัดกั้นเองทางอ้อม อย่างเช่น ต้องสอบข้อเขียน เพื่อขอใบอนุญาตทำงานวิชาชีพดังกล่าว ยิ่งถ้าใช้ข้อสอบเป็นภาษาของชาติตนเอง ก็จะทำให้คน ASEAN ชาติอื่นๆ จะเข้ามาทำงานได้ยากขึ้น

 

เราลองมาดูประเทศไทยของเรา ความเจริญได้แผ่กระจายไปตามหัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ อุดร ขอนแก่น โคราช ชลบุรี ระยอง ภูเก็ต หาดใหญ่ หัวหิน เป็นต้น ยิ่งถ้าโครงการรถไฟความเร็วสูงจากจีนและญี่ปุ่นสร้างจริง เมื่อแล้วเสร็จความเจริญจะยิ่งแผ่กระจาย ไม่กระจุกตัวแค่กรุงเทพ ช่วงที่ผ่านมามีการซื้อขายเก็งกำไรในที่ดินในจังหวัดดังกล่าวมากมายราคาเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว อนาคตเราจะเห็นรถไฟฟ้าเปิดบริการในภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่และหัวเมืองใหญ่อื่นๆ เราจะเห็นร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทางหลายๆประเภทขยายสาขาทั่วไทย คนมีรายได้มากขึ้นก็ต้องการความสะดวกสบาย ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น ยอดผู้ใช้ SMART PHONE มากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตคงจะมีผู้ใช้มากกว่า FEATURE PHONE คนจะใช้บริการต่างๆ ผ่านทาง SMART PHONE เช่นใช้บริการทางการเงินกับสถาบันการเงิน การสั่งซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ผ่าน APPLICATION ต่างๆ บน SMART PHONE และหรือ TABLET เรามี 4G และ DIGITAL TV อีก 48 ช่อง รายได้ NON VOICE จะโตมากกว่า VOICE ในธุรกิจสื่อสารไร้สาย การใช้ SMS และ MMS ก็จะน้อยลง เพราะว่าปัจจุบันมี WHATSAPP, LINE มาทดแทนการส่งข้อความ หรือรูปภาพในวิธีเดิมๆ กรุงเทพก็ติดอันดับผู้ใช้ FACEBOOK หนึ่งในสิบของโลก แต่น่าเสียดาย ที่คนไทยติดอันดับชาติที่อ่านหนังสือน้อยที่สุดในโลก ทั้งๆ ที่คนไทยส่วนใหญ่อ่านออกเขียนได้ และปีนี้กรุงเทพก็ได้รับเกียรติเป็นเมืองหนังสือโลก หวังว่าคนไทยเราจะรักการอ่านมากขึ้น จากปีละๆ บรรทัดต่อคน กลายเป็น 1 หน้ากระดาษต่อคน ก็น่าชื่นใจแล้ว ท่านผู้อ่านทราบไหมครับว่า คนเวียดนามอ่านหนังสือมากกว่าคนไทยเราเสียอีก จำนวนคนใช้อินเตอร์เน็ตต่อจำนวนประชากรของเวียดนาม ก็มีมากกว่าเราเสียอีก

 

ในฐานะนักลงทุน คงต้องวิเคราะห์ดูว่ามีธุรกิจไหนบ้างที่จะสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบัน เช่น ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ธุรกิจเจ้าของ CONTENT ทั้งข่าวและบันเทิง ธุรกิจ TV ธุรกิจรถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดิน ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เป็นต้น เลือกดูหุ้นที่มีผลประกอบการดี ราคาไม่แพง พวกหุ้นเก็งกำไรตัวเล็กๆ ที่ปั่นราคาขึ้นมา โดยไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ พอเขาเลิกเล่นกัน ท่านอาจจะติดดอยก็ได้ อย่าลืมนะครับว่า ลำปาง หนาวมาก นะครับ

กิติชัย เตชะงามเลิศ

1.หนังสือ "จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร" เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ
2.หนังสือ "ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน" แนะวิธีออมเงินเพียงเดือนละหลักพัน ก็เป็นเศรษฐี 100 ล้าน ก่อนอายุ 50 ปี!

 

ติดตามสาระดีๆทั้งไลฟ์สไตล์และการลงทุนได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/VI.Kitichai

Twitter     : http://twitter.com/value_talk

Instagram : Gid_Kitichai

Blog         : http://kitichai1.blogspot.com และ http://money.sanook.com/kitichai/

You Tube : http://www.youtube.com/user/wittayu9

Google+  : https://www.google.com/+KitichaiTaechangamlert

Linkedin   : https://www.linkedin.com/in/homeproperty

Pinterest   : http://www.pinterest.com/kitichai/

หรือ       1.หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันพุธหน้า A10 ในคอลัมน์ "เขียนอย่างที่คิด"
2.หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจหน้า 15 เดือนละครั้ง ในคอลัมน์ “จับช่องลงทุน”
3.นิตยสาร Condo Guide ทุกเดือน
4.นิตยสาร คนรวยหุัน  Me(Market Evolution) และ วารสารเภตรา ทุกไตรมาส

5. http://www.amthai.co.uk เดือนละครั้ง

หาอสังหาทั้งถูกและดีเพื่ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน ได้ที่  http://www.pantipmarket.com/mall/homeproperty

 

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!