ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้น160.16จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นเหนือแนวต้านทางจิตวิทยาที่ระดับ 23,000.00 จุดเป็นครั้งแรกเมื่อคืนนี้ (18 ต.ค.) ที่ 23,157.60 จุด เพิ่มขึ้น 160.16 จุด หรือ +0.70% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,561.26 จุด เพิ่มขึ้น 1.90 จุด หรือ +0.07% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,624.22 จุด เพิ่มขึ้น 0.56 จุด หรือ +0.01%    พร้อมเดินหน้าทำนิวไฮต่อเนื่อง ขานรับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ที่ออกมาดีกว่าการคาดการณ์ของตลาด โดยเฉพาะบริษัทไอบีเอ็ม ที่ส่งสัญญาณเป็นบวกต่อนักลงทุน หลังจากบริษัทเผยกำไรและยอดขายในไตรมาส 3 สูงเกินคาด แถมมองว่ารายได้จะพลิกกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงได้รับปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน และปิดบวกมากที่สุดในรอบ 5 สัปดาห์ เช่นเดียวกับ S&P ที่ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ขณะที่ทั้ง 3 ดัชนีหลักต่างปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 23 ในปีนี้
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเดือนก.ย. ปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 5 ในรอบ 6 เดือน สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี เนื่องจากการก่อสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวในภาคใต้ของสหรัฐปรับตัวลดลง เพราะได้รับผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์และเออร์มา
ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเดือนก.ย. ลดลง 4.7% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 1.127 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2559 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงมาอยู่ที่ราว 1.17 ล้านยูนิต จากระดับ 1.183 ล้านยูนิตในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับทบทวนขึ้นจากรายงานเบื้องต้นที่ระดับ 1.180 ล้านยูนิต           อย่างไรก็ดี หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 6.1% ในเดือนก.ย.
ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงรายงานว่า การอนุญาตก่อสร้างบ้านเดือนก.ย. ลดลง 4.5% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 1.215 ล้านยูนิต และลดลง 4.3% เมื่อเทียบรายปี
ด้านธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจทั้ง 12 เขต หรือ Beige Book ซึ่งแสดงให้เห็นว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐขยายตัวในอัตราเล็กน้อยถึงปานกลาง
ทั้งนี้ นักลงทุนยังจับตาการแต่งตั้งผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ โดยขณะนี้มีตัวเก็ง 5 คนที่อาจได้รับการพิจารณา ซึ่งได้แก่ นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดคนปัจจุบัน ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนก.พ.ปีหน้า, นายแกรี โคห์น หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์, นายเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด, นายเจอโรม พาวเวล หนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟดสมัยปัจจุบัน และนายจอห์น เทย์เลอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยทางทำเนียบขาวเปิดเผยเมื่อวันพุธว่า ปธน.ทรัมป์จะประกาศการตัดสินใจเรื่องนี้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

 

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!