ดัชนีดาวโจนส์ปิดขยับขึ้น0.55จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (11 ก.ค.)ที่ 21,409.07 จุด เพิ่มขึ้น 0.55 จุด หรือ +0.00% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,425.53 จุด ลดลง 1.90 จุด หรือ -0.08% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,193.30 จุด เพิ่มขึ้น 16.91 จุด หรือ +0.27% ขานรับความหวังที่ว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ จะสามารถผลักดันร่างกฎหมายต่างๆให้เริ่มมีผลบังคับใช้ ซึ่งรวมถึงร่างกฎหมายประกันสุขภาพ หลังจากมีรายงานว่า วุฒิสภาสหรัฐได้ตัดสินใจเลื่อนช่วงเวลาการหยุดพักผ่อนของวุฒิสมาชิกในเดือนส.ค.ออกไป เพื่อให้วุฒิสภามีเวลามากขึ้นในการพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ
ในช่วงแรกนั้น บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในสหรัฐ หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ซึ่งเป็นบุตรชายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เผยแพร่อีเมลที่ชี้ให้เห็นว่า ตนเองได้รับข้อเสนอเป็นข้อมูลที่อ่อนไหวของนางฮิลลารี คลินตัน จากทางรัสเซียเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ในขณะที่ทางการสหรัฐอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อกล่าวหาที่ว่า รัสเซียได้เข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปีที่แล้วหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ตลาดดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมา หลังจากนายมิช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำวุฒิสมาชิกเสียงข้างมากของสหรัฐได้ประกาศเลื่อนช่วงเวลาการหยุดพักผ่อนของวุฒิสภาออกไปจนถึงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนส.ค.  เพื่อให้วุฒิสภามีเวลามากขึ้นในการพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ ซึ่งรวมถึงร่างกฎหมายประกันสุขภาพ
ทั้งนี้ การผ่านร่างกฎหมายประกันสุขภาพถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะปูทางไปสู่การผ่านร่างกฎหมายฉบับอื่นๆที่นำเสนอโดยคณะทำงานของปธน.ทรัมป์ ซึ่งรวมถึงร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี
นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนพ.ค. โดยการปรับตัวขึ้นของสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งในเดือนพ.ค. ถือเป็นการพุ่งขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว
นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของธนาคารรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน และซิตี้กรุ๊ป ในสัปดาห์นี้ พร้อมกับจับตานางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดจะแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันพุธที่ 12 ก.ค. และจากนั้นจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการเงินแห่งวุฒิสภาสหรัฐในวันพฤหัสบดีที่ 13 ก.ค.นี้
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ด้วย ซึ่งได้แก่ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิ.ย., ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิ.ย., ยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนพ.ค. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน