ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคทีบี

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

Company Update & News Comment
(-) TU:  รายงานกำไรปกติ 3Q16 น่าผิดหวังตามคาด ปรับประมาณการทั้งปีลง
(+) SYNEX: กำไรสุทธิ 3Q16 โดดเด่น ดีกว่าคาด แนวโน้ม 4Q16 คาดดีต่อเนื่อง
 
ปัจจัยและทิศทางตลาดหุ้นไทย
ตลาดทั่วโลกต่างพากันตอบรับข่าวสำคัญ ที่ FBI ระบุเมื่อคืนวันอาทิตย์(6) ว่า email ของนางฮิลลารี่ ไม่พบว่าผิดกฎหมายแต่อย่างใด ตลาดหุ้นดีดกลับหลังจากที่ปรับตัวลดลงเพราะความกังวลในเรื่องนี้ ซึ่งมีผลต่อตลาดตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี Bloomberg World Index กลับไปอยู่ในระดับเดียวกับวันศุกร์ที่ 28 ต.ค. และมีโอกาสที่จะสูงขึ้นเนื่องจาก ความกังวลดังกล่าว ได้มีมาก่อนหน้านี้แล้ว และความชัดเจนต่อผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯนั้นชัดเจนขึ้น ว่า นางฮิลลารี่มีโอกาสที่จะชนะการเลือกตั้ง ผลสำรวจ จาก Website http://www.realclearpolitics.com/  ณ 8.34 น. นางฮิลลารี่ มีคะแนนนำนายทรัมป์ 47.2 : 44.3
 
Indicator ที่สะท้อนความเสี่ยงของตลาด คือ ค่าเงินดลล่าร์ ราคาพันธบัตร และราคาทองคำ ลดลงและกำลังกลับเข้าสู่สภาวะปกติ คือ ตอบสนองต่อผลการเลือกตั้งที่นางฮิลลารี่ชนะ และ Fed ขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค.
 
ตลาดหุ้นไทย วันนี้ มีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นตามตลาดต่างประเทศ และผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่น่าจะบวกต่อตลาดหุ้น อีกทั้งตลาดหุ้นไทย มีปัจจัยบวกหรือปัจจัยหนุนที่รออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ราคาหุ้นใหญ่ หลายๆตัวลงมาก่อนหน้านี้ เลยทำให้มีโอกาสที่จะขึ้น (ถ้าอยากขึ้น)  แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐในรูปแบบต่างๆ  ผลประกอบการ 3Q และค่าดอล่าร์ที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ล้วนเป็นตัวช่วยของดัชนีฯทั้งนั้น .......... โอกาสที่ดัชนีฯ จะไปต่อ หรือสูงกว่าระดับก่อนลงมา (1509) จึงมีค่อนข้างมาก
 
ปัจจัยที่มีผลในระหว่างวัน ได้แก่ ผลการประชุม ครม.ว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือข่าวในเชิงบวกต่อตลาดหุ้นหรือม่ ,  ทิศทางค่าดอลล่าร์ (แข็งค่าขึ้น เป็นบวกต่อตลาด) ,  กำไรและคาดการณ์กำไร 3Q ของบริษัทในตลาดหุ้น และตัวเลขส่งออกจีน (คาด -6% YoY ; เดือนก่อน -10% : สกุล USD)
 
กลยุทธ์การลงทุน  ด้วยที่ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักต่อผลการเลือกตั้งประนาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะทราบวันพรุ่งนี้ (9) ว่านางฮิลลารี่จะชนะ ซึ่งนโยบายต่างๆอาจไม่เปลี่ยนมากและทำให้ปัจจัยนี้ถูกปลดล็อกออกไป การซื้อขายจะกลับเข้าสู่สภาพปกติหลังจากนี้ เพราะเราเชื่อว่า ก่อนหน้านี้ นักลงทุนบางส่วนชะลอการลงทุน จึงมีแนวโน้มที่จะกลับมาซื้อหุ้นกลับ  ......   จากผลบวกจากผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ หากออกมาตามคาด ที่เรามองเห็นคือ บวกต่อตลาดหุ้น และบวกต่อหุ้นในกลุ่มส่งออก โดยเฉพาะที่ขายไปยังสหรัฐฯ และค่าดอลล่าร์ที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น หุ้นที่ได้ประโยชน์ อาทิ KCE , DELTA , CPF แต่ถึงกระนั้น หากในระยะยาว ค่าดอลล่าร์ ปรับตัวขึ้นไปมากจริงๆ อาจไปกระทบต่อกลุ่มผู้นำเข้าสินค้าสำเร็จรูปเข้ามาขายในประเทศ และหุ้นที่มีหนี้ดอลล่าร์มาก ในอนาคตได้..... นอกจากนี้หุ้นที่เป็นบวกจากปัจจัยอื่นๆ ก็ยังมีด้วยเช่นกัน เช่น หุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ หรือหุ้นที่ผลประกอบการออกมาดีเกินคาด เป็นต้น   ....... ทั้งนี้ หุ้นที่เราคาดว่า อาจได้รับความสนใจจากนักลงทุน ตัวอื่นๆ อาทิ    PTT , BLA , BEM , TMT , INET
 
ประเด็นสำคัญ
ตลาดหุ้นไทยวานนี้ (07 พ.ย.) – SET Index ปิดที่ 1,502.27 จุด เพิ่มขึ้น 16.57 จุด หรือ +1.12% มูลค่าการซื้อขาย 52,704.11 ล้านบาท ตลาดได้แรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศ หลังแนวโน้มที่ฮิลลารี คลินตัน จะชนะการเลือกตั้งมีมากขึ้น
ตลาดหุ้นต่างประเทศ – ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,259.60 จุด พุ่งขึ้น 371.32 จุด หรือ +2.08% ดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นแรง หลัง FBI ยืนยันไม่พบหลักฐานใหม่เกี่ยวกับคดีของฮิลลารี คลินตัน เช่นเดียวกับ Stoxx Europe 600 พุ่งขึ้น +1.53% ปิดที่ 333.84 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI – สัญญาน้ำมันดิบ WTI  เพิ่มขึ้น 82 เซนต์ หรือ +1.9% ปิดที่ 44.89 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังเกิดแผ่นดินไหวที่รัฐโอกลาโฮมาที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งน้ำมัน ซึ่งจะส่งผลต่ออุปทานโดยรวม
เศรษฐกิจสหรัฐฯ – ผลการสำรวจของ NBC News/Survey Monkey Weekly Election Tracking Poll ซึ่งเป็นการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศสหรัฐ บ่งชี้ว่า นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ยังคงมีคะแนนนิยมทิ้งห่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ คู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน
เศรษฐกิจยุโรป – ยูโรสแตท เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกในยูโรโซนร่วงลง 0.2% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน โดยเยอรมนีเป็นประเทศที่มีอัตราการลดลงมากที่สุด
น้ำมัน – สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งแตะระดับ 9.42 ล้านบาร์เรล/วันในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1972
กลุ่มรับเหมาฯ – รฟม. เปิดเผยว่า วานนี้มีเอกชน 2 กลุ่มเข้ายื่นเอกสาร รถไฟฟ้าสายสีชมพู และ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ได้แก่ BEM และ การรวมกลุ่มของ BTS, STEC, และ RATCH
 
News Release
 
ช้างชนช้าง“BTS-BEM”ชิงรถไฟฟ้าเหลือง-ชมพู เปิดซองคุณสมบัติ 17 พ.ย.นี้ 3 เดือนได้ข้อยุติ
+          “BTS-BEM” ชิงก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลืองมูลค่าแสนล้านบาท โดยกลุ่ม BTS ได้ “คีรี กาญจนพาสน์” นำทัพ  ขณะที่ BEM ส่ง “สมบัติ กิจจาลักษณ์” นำทีมยื่นข้อเสนอ ฟากคณะกรรมการตามมาตรา 35ฯ ยันแค่ 2 รายก็เดินหน้าประมูลได้ ลุยเปิดซองคุณสมบัติ 17 พ.ย.นี้ อีก 3 เดือนได้ข้อยุติ (ข่าวหุ้น)
 
PTTGCคาดQ3โต400% โชว์กำไรเกิน6พันล้าน
+          “PTTGC” ลุ้นไตรมาส 3/59 โกยกำไรสุทธิ 6,266 ล้านบาท โตสนั่น 419% รับผลบวกไม่มีขาดทุนสต๊อกน้ำมัน ขณะที่ธุรกิจโรงกลั่น-โอเลฟินส์กำลังผลิตเพิ่มขึ้น บวกธุรกิจอะโรเมติกส์มาร์จิ้นสูงขึ้น คาดประกาศงบวันที่ 9 พ.ย.นี้ (ข่าวหุ้น)
 
ESSOราคาวิ่งเกินจริง'ไทยออยล์'ปฏิเสธซื้อ
-          ไทยออยล์ (TOP) ยืนยัน ไม่มีแผนซื้อหุ้น ESSO ด้านแหล่งข่าวเผยเป็นดีลที่เป็นไปไม่ได้ ส่วนผู้ประกอบการรายอื่นก็ไม่น่าซื้อ ส่วนราคาหุ้น ESSO เกินกว่าพื้นฐานแล้ว เผยเพียง 18 วัน (ทำการ) ขึ้นมา 100% พบนักลงทุนรายใหญ่เข้าเทรดกันพรึ่บ ขณะที่ บล.ธนชาตมีคำแนะนำให้เข้าลงทุน ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา(ข่าวหุ้น)
 
EAลุ้นQ3กำไรพุ่ง850ล้าน โบรกฯแนะซื้อเป้า32บาท
+           จับตา EA แจ้งงบ 11 พ.ย.นี้ ลุ้นไตรมาส 3/59 ฟาดกำไร 850 ล้านบาท โต 30% หนุนงวด 9 เดือนแรกมีกำไรพุ่ง 2,500 ล้านบาท เหตุบันทึกผลตอบแทนโซลาร์ฟาร์มเต็มมือ โบรกฯการันตี “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 32 บาท (ข่าวหุ้น)
 
ดัชนีBDIดันเดินเรือQ4เด่น ลุ้นTTA-JUTHAงบโตร้อนแรง
+          โบรกเชียร์ "กลุ่มเดินเรือ" แจ้งงบ Q4/2559 สุดแซบ ชี้ตั้งแต่ต้น Q4/2559 จนถึงปัจจุบันดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) พุ่งพรวด 35% แตะที่ระดับ 866 จุด เหตุความต้องการทะลัก ไฮซีซันหนุนโบรกชี้ TTA Q3/2559 พลิกกำไรแรง รับทรัพย์บริษัทย่อย จ้องซื้อกิจการอัพฐานแกร่ง หุ้นต่ำบุ๊กแวลู เคาะราคา 12.60 บาท ด้าน JUTHA โชว์กลยุทธ์ปั๊มรายได้ 5-10% (ทันหุ้น)
 
TLUXEหอบเงิน4พันล้าน ลุยพลังใต้พิภพญี่ปุ่น50MW
+          TLUXE กางแผนลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังการผลิต 50 เมกะวัตต์ ตั้งงบลงทุน 3-4 ปี มูลค่ากว่า 4 พันล้านบาท คาดโกยรายได้ปีละ 600-700 ล้านบาท เล็งขยายฐานลงทุนอินโดนีเซียและเวียดนามเพิ่ม ด้านธุรกิจอาหารสัตว์ปีนี้คาดมีรายได้ต่ำกว่า 1.5 พันล้านบาท ปีหน้าเล็งดันกำลังการผลิตอัพยอด(ทันหุ้น)
 
STPIส่งบริษัทย่อย ลุยพลังงานทดแทน งบก้อนแรก840ล้าน
+          STPI ประกาศส่งบริษัทย่อยพร้อมอัดฉีดงบลงทุน 840 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น 60% ในโรงไฟฟ้าขยะชุมชน จ.เพชรบุรี 7.9 เมกะวัตต์ หวังกระจายฐานรายได้ไปยังธุรกิจพลังงานทดแทนที่มีการเติบโตต่อเนื่อง(ทันหุ้น)
 
PLEยันปี60เทิร์นอะราวด์ โชว์แบ็กล็อก1.3หมื่นล้าน
+          PLE คาดล้างขาดทุนสะสมที่มีอยู่กว่า 2.5 พันล้านบาทให้หมดปีนี้ หลังมีกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ และมีเงินจากการเพิ่มทุน ยันปี 60 ผลงานเทิร์นอะราวด์ ส่วนปีนี้คาดรายได้ใกล้เคียงกับปี58 ที่ 2.6 พันล้านบาท ตุน Backlog 1.3 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้าเข้าประมูลงานมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท(ทันหุ้น)
 
มงคล พ่วงเภตรา
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
License No: 001937   Tel: 02-648-1123
และทีมวิเคราะห์
 
โดย บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 8 พ.ย. 2559