มีความสุขขึ้นจริงไหม? ลองดู 6 กิจกรรมทำหลัง 6 โมงเย็น

มีความสุขขึ้นจริงไหม? ลองดู 6 กิจกรรมทำหลัง 6 โมงเย็น
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

ช่วงเวลาหลัง 6 โมงเย็น เป็นช่วงเวลารอยต่อระหว่างเลิกงานกับการเข้านอน ซึ่งก็เป็นเวลาอย่างน้อยที่สุด 2-3 ชั่วโมง สำหรับหลาย ๆ คน ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่คุณมักจะใช้ในการทำกิจกรรมส่วนตัว ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่จะดีกว่าไหมถ้ากิจกรรมที่คุณทำนั้นมันช่วยให้คุณมีความสุขขึ้น แล้วก็ได้ประโยชน์มากกว่าการได้ทำกับการหายใจ

Tonkit360 มี 6 กิจกรรมมาแนะนำทุกคนให้ลองทำกันดูหลังเวลา 6 โมงเย็น แล้วสังเกตว่าตนเองมีความสุขเพิ่มขึ้นบ้างไหม ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทำทุกอย่างในคืนเดียว ทำให้ได้ทุกอย่างแบบนั้น เอาที่คุณคิดว่าคุณทำได้และอยากจะทำ แต่ถ้าทำได้ 6 กิจกรรมก็จะดีมาก ทำวันละ 1 กิจกรรม 1 สัปดาห์คุณก็ทำได้ครบแล้ว และถ้าทำต่อไปอย่างสม่ำเสมอ จะดีแค่ไหนกัน

ปีใหม่อาจไม่ใหม่แล้ว แต่การสร้างนิสัยดี ๆ ชีวิตดี ๆ เพื่อตนเองไม่มีคำว่าสายไป การลองดูก่อนไม่เห็นมีอะไรเสียหาย มันอาจจะไม่ช่วยให้คุณมีความสุขเพิ่มขึ้น แต่รับรองว่าคุณได้ประโยชน์จากการทำกิจกรรมเหล่านี้แน่นอน

1. อ่านหนังสือ
การอ่านหนังสือนั้นช่วยคลายเครียดได้ อีกทั้งการอ่านหนังสือยังช่วยให้เราได้พบเจอหลักการดี ๆ ที่เหมาะสมกับชีวิตเราที่เราไม่เคยรู้มาก่อน การอ่านหนังสือ คุณสามารถเจอกฎของชีวิตได้ไม่ว่าจะในบรรทัดหรือระหว่างบรรทัด เปลี่ยนทัศนคติบางอย่างในการมองโลก เพราะสิ่งที่คุณได้รู้นี้มันใหม่มาก จนทำให้มองโลกได้ในหลายแง่มุม รวมถึงความรู้ใหม่ ๆ ที่จะได้จากหนังสือก็สามารถนำมาปรับตัว ปรับชีวิตให้ดำรงอยู่ในสังคมได้ดีขึ้น

2. ทำงานอดิเรก
ความหมายของงานอดิเรกคืองานที่ทำในเวลาว่าง ซึ่งมันคือกิจกรรมที่คุณชอบและไม่ได้สร้างความเครียดด้วยการนำเรื่องรายได้เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมว่าคุณจะเลือกทำอะไร จะดูหนัง จะฟังเพลง หรือจะใช้เวลาอยู่ในโซเชียลมีเดียเพื่อเสเรื่องราวต่าง ๆ ก็ได้ ไม่ใช่เรื่องผิด เพียงแต่ขอให้เป็นงานอดิเรกที่ช่วยยกระดับจิตใจของคุณ สร้างความเพลิดเพลิน และถอยห่างจากสิ่งที่เรียกว่างานก็พอแล้ว คุณทำงานมาทั้งวัน หยุดบ้างไม่เป็นไรหรอกนะ

3. สร้างความสัมพันธ์
ความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ในบางเวลาที่คุณรู้สึกเสียศูนย์ คุณคงไม่ได้อยากอยู่อย่างอ้างว้างคนเดียวโดยไม่มีใครอยู่ข้าว ๆ แต่ความสัมพันธ์ไม่ได้หมายถึงการมีคนในแบบแฟน แต่เป็นรักของเพื่อน รักจากครอบครัว หรือรักจากใครก็ได้บนโลกในฐานะเพื่อนร่วมโลก ได้พูดคุย เปิดเผย เรียนรู้ แลกเปลี่ยนทัศนคติซึ่งกันและกันนั้นได้ประโยชน์มากกว่าที่คิด ได้ความรู้ ได้มุมมองใหม่ ได้มิตรภาพ และได้ยกระดับความเข้าใจในตนเองและผู้อื่น

4. หาอะไร (ที่อยากจะ) ทำ (จริง ๆ)
บ่อยครั้ง คุณทำอะไรลงไปโดยที่ไม่ได้ถามตัวเองก่อนว่าคุณทำเพราะอยากทำ ทำเพราะจำเป็นนต้องทำ หรือทำเพื่อฆ่าเวลาไปงั้น ๆ ในเมื่อเวลาเป็นสิ่งมีค่า ก็เลือกอะไรที่ตัวเองอยากหรือสนใจจะทำจริง ๆ ดีกว่า มันจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ มากกว่านั้นมันอาจเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีในการเติมเชื้อไฟให้ชีวิตคุณ ไฟที่เหมือนว่ามันโหมน้อยลง หรือหมดไฟไปแล้ว ขอแค่เป็นอะไรก็ได้ที่คุณรู้สึกอยากจะทำมาก ๆ แล้วก็ลงมือทำเสียเลย

5. เรียนตามความรู้อยากเห็น
ชีวิตอย่าหยุดเรียนรู้ ในวันพรุ่งนี้จะมีทั้งอุปสรรคที่คุณเคยผ่านมาแล้ว หรืออุปสรรคใหม่ ๆ ที่คุณไม่เคยเจอ การแสวงหาเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลาจะนำพาซึ่งชีวิตที่ก้าวไปอีกขั้น คุณไม่จำเป็นต้องก้าวหลายก้าวหรือก้าวครั้งละยาว ๆ ไปเท่าที่ตัวเองไหว แค่ไม่หยุดอยู่กับที่ก็พอ วันหนึ่ง ๆ มีเรื่องที่คุณรู้สึก เอ๊ะ! ขึ้นมาหลายเรื่อง เรื่องที่สนใจมาก ๆ ก็ลองศึกษาอย่างจริงจัง คุณไม่รู้หรอก วันหนึ่งมันอาจมีคุณค่ากับอนาคตมากก็ได้

6. ลงเรียนวิชาใหม่ ๆ แบบที่ไม่เรียนมาก่อน
คล้ายกับการเรียนรู้ตามความอยากรู้อยากเห็น แต่การเรียนในข้อนี้จะเน้นไปที่การเรียนทักษะที่เป็นวิชาการขึ้นมาสักหน่อย ซึ่งมีความสัมพันธ์กับอาชีพของคุณได้ ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไรก็ตาม คุณไม่จำเป็นต้องรู้อยู่กับแค่โลกของอาชีพคุณ สาขาวิชาอื่น ๆ ในโลกที่น่าเรียนรู้มีอยู่อีกมาก ยิ่งสมัยนี้การเรียนรู้วิชาการแบบนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมาก ๆ คุณมีคอร์สออนไลน์ที่เรียนที่ไหนเวลาไหนก็ได้ ที่สำคัญยังฟรีอีก ลองเลือกกระโจนเข้าใส่สักวิชาสิ