สูท : เลือกให้เป็น ใส่ให้ถูก จะได้ไม่เสียหน้า

สูท : เลือกให้เป็น ใส่ให้ถูก จะได้ไม่เสียหน้า
Playboy

สนับสนุนเนื้อหา

สำหรับคุณผู้ชายทั้งหลาย แม้ว่าทั้งชีวิตคุณจะปวารณาตัวเองว่าจะแต่งตัวตามสบายและไม่เน้นอะไรที่เป็นทางการ โดยเฉพาะการใส่สูทผูกไท แต่สุดท้ายแล้วในช่วงชีวิตหนึ่งของเราไม่โอกาสใดก็โอกาสหนึ่ง ไม่ว่าจะวันรับปริญญา วันแต่งงาน หรือวันแห่งการสูญเสีย เราก็ต้องวนกลับมาเกี่ยวพันกับสูทอยู่ดี มันเหมือนกับว่าชีวิตเรากับการใส่สูทเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้น จะดีไหมที่เราจะทำความคุ้นเคยกับมันกันเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว เมื่อถึงเวลาที่จะต้องสวมสูทจริงๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าไม่รู้อะไรสักอย่างในหลายๆ ด้าน และสุดท้ายก็ต้องมาตกม้าตายเพราะเรื่องการใส่สูทเหมือนกับใครบางคน

เข้าใจกันก่อนเรื่องนิยามและความแตกต่าง

สิ่งหนึ่งที่เราชื่อว่าคนส่วนใหญ่เชื่อและเข้าใจคือ สูท หรือ แจ็คเก็ต สูท (ซึ่งเราจะเรียกสั้นๆ ว่า สูท) เป็นแค่เสื้อนอกตัวเดียวที่ถูกออกแบบหรือตัดมาเพื่อการใช้งานอย่างเป็นทางการ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ถ้าเราพูดถึง สูทแล้ว คือสิ่งที่รวม 2 อย่างคือ เสื้อและกางเกงที่จะต้องไปในทิศทางเดียวกัน พูดง่ายๆ เวลาคุณซื้อหรือตัดสูทสักตัว ควรจะเป็นโทนสีเดียวกัน และเนื้อผ้าเดียวกัน

บางครั้งสิ่งที่คุณเห็นจากการแตกกายของดาราหรือนักแสดงตามสื่อออนไลน์ต่างๆ หรือในภาพยนตร์ที่พวกเขาสวมสูทกับกางเกงยีนส์ หรือสูทที่มีสีสันต่างๆ เรากำลังจะบอกว่า เสื้อตัวนอกนั้นมีหลาย แบบทั้ง Blazer และ Sport Jacket หรือ Sport Coat

ในกรณีของเสื้อ Blazer นั้น อาจจะดูแล้วมีความใกล้เคียงกับสูท แต่ก็มีบางอย่างที่แตกต่างกันออกไป เช่น เนื้อผ้า สีของกระดุมที่จะแตกต่างกับสีของเนื้อผ้า หรือมีแค่เสื้อนอกเพียงตัวเดียว ไม่ได้มีกางเกงมาเป็นชุด ซึ่งเป้าหมายของเสื้อ Blazer คือ การออกแบบมาเพื่อให้ผู้สวมใส่เลือกนำไป Mix&Match กับกางเกงในแบบต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมและลงตัวตามสไตล์ของพวกเขา

ขณะที่ Sport Coat อาจจะแตกต่างกันออกไปเลย เพราะเป็นเสื้อนอกที่ออกมาเพื่อวันสบายๆ โอกาสที่ไม่เน้นทางการ มีสีสันและลวดลายที่ฉูดฉาด โดยถ้าให้ไลเลี่ยงลำดับของความเป็นทางการของเสื้อนอกแต่ละแบบแล้ว ก็จะเรียงกันตามนี้ คือ สูท-Blazer-Sport Coat


ประเภทของสูท

ก่อนที่จะไปถึงเรื่องอื่น เรามารู้จักกับประเภทของสูทที่มีอยู่ในตลาดกันก่อนว่ามีแบบไหนบ้าง ซึ่งถ้าให้ไล่เรียง โดยเอาสิ่งที่เรียกว่าเป็นทางการเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว เราจะพบกับมาตรฐานของสูทอยู่ 3 แบบด้วยกัน

กระดุมสองเม็ดแถวเดียว (Single breasted 2 button Blazer) : คอเสื้อของสูทยาวลงมาเป็นรูปตัววี เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตด้านในมากกว่าสูทแบบอื่น เหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปร่างอวบถึงอ้วนและมีส่วนสูงกะทัดรัด เพราะทำให้รูปร่างดูสูงขึ้น

กระดุมสามเม็ดแถวเดียว (Single breasted 3 button Blazer) : ทำให้ดูมีช่วงตัวที่ยาวขึ้นเหมาะสำหรับคนที่มีรูปร่างสันทัด โดยมากแล้วมักออกแบบมาให้กลัดเฉพาะสองเม็ดบน แต่ถ้าคุณรูปร่างสมาร์ทสูงใหญ่ไหล่กว้าง เลือกสูทแบบกระดุมสองเม็ดหรือสามเม็ดก็ดูดีได้ไม่ยาก

กระดุมสองแถว (Double breasted Blazer) : นึกถึงสูทของสุภาพบุรุษชาวอังกฤษนิยมซึ่งมีกระดุมทั้งหมดหกเม็ด แต่มักติดจริงเพียงสองเม็ด ตัวสูทแหวกด้านข้าง กระเป๋าล่างซ้ายขวามีฝาปิดและมีกระเป๋าเจาะที่หน้าอกหนึ่งที่ เหมาะกับคนที่มีที่รูปร่างผอม หากคุณค่อนข้างเจ้าเนื้อ แต่ปักใจเลือกสูทแบบนี้ไปแล้ว ควรเลือกแพทเทิร์นสวยๆ และตัดเย็บประณีต จะช่วยให้รูปร่างดูสง่าขึ้นได้

เลือกสีไหนดี

เมื่อรู้จักรูปแบบของสูทที่เราจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องแล้ว คราวนี้เราควรที่จะเลือกใช้สีอะไรบ้าง ประเด็นนี้มีคนสงสัยกันเยอะ และบ่อยครั้งที่ชีวิตเราเกี่ยวข้องกับสูทเพียงแค่ไม่กี่โอกาส ดังนั้น สิ่งที่เรากำลังจะแนะนำสำหรับกรณีนี้คือ การเลือกสูทที่สีเข้มเป็นหลักก่อน เพื่อความสุภาพเรียบร้อย จะสีดำ หรือสีน้ำเงินเข้มแล้วแต่ความชอบ แต่ถ้าจะให้เราฟันธง ‘เลือกสีดำ เมียไม่ด่า’ เพราะเป็นสีมาตรฐานที่ใช้ได้ในเกือบทุกโอกาส และที่สำคัญคือ จับเข้าคู่กับเสื้อได้อย่างหลากหลาย และลงตัว

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่คุณต้องการเลือกสูทมากกว่า 1 สีเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าของตัวเอง อีกสีที่เราแนะนำคือ สีเทาขอโทนเข้มๆ หน่อย เรียกว่ามีสูทสีเข้มและสีอ่อนอย่างละชุด เพื่อสลับสับเปลี่ยนในการใช้งาน ซึ่งแค่ 2 ตัวนี้ ชีวิตคุณกับการใส่สูทก็แทบจะครอบคลุมในทุกจังหวะและโอกาสกันเลยทีเดียว และส่วนสีที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณแล้วว่าจะมีติดตู้เสื้อผ้าเอาไว้หรือไม่

ในปัจจุบัน สูทไม่ได้มีแค่สีพื้นอย่างเดียว ยังมีสีอื่นๆ โดยเฉพาะโทนสูดฉาด รวมถึงลวดลายแบบต่างๆ ซึ่งรามองแล้วว่าดูดีและมีสีสัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลือกใช้ขึ้นอยู่จังหวะและโอกาสในการสวมใส่ เพราะสีลักษณะนี้ แค่เลือกพลาดในเรื่องของโอกาสที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ชีวิตคุณพังได้ ดังนั้น เราขอแนะนำให้การเลือกใช้สูทที่มีสีสันหรือลวดลายเป็นในเรื่องของโอกาสที่เน้นความผ่อนคลาย สบายๆ และไม่มีพิธีรีตองอะไรจะดีที่สุด

ควรซื้อที่ไหนดี

ไม่ใช่เดี๋ยวนี้ แต่มีมานานแล้วที่เราเห็นเสื้อสูทตัวนอกถูกวางขายตามเคาน์เตอร์ของเสื้อผ้าผู้ชายในห้างสรรพสินค้ามานานแล้ว ซึ่งถ้าเป็นเทรนด์ในการแต่งกายสมัยก่อนอาจจะไม่ใช่เรื่องซีเรียสอะไร แต่ในยุคนี้ที่การต่งกายเน้นอะไรที่พอดีตัว นั่นก็เลยทำให้เราต้องบอกว่า ควรจะเลือกตัดมากกว่าการเลือกซื้อสูทสำเร็จรูป

เพราะปัจจัยไม่กี่ข้อ นั่นคือ การตัดที่พอดีตัวกับผู้สวมใส่ เพราะถ้าเป็นสูทสำเร็จรูป มันคือการตัดตามไซส์มาตรฐานที่บางครั้งอาจจะไม่พอดีกับสรีระของคุณเอง พูดง่ายๆ คือ ไม่ได้ Tailor-made เพื่อให้เหมาะกับร่างกายของคุณ อาจจะมีหลวมหรือแน่นไป ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคือ ควรตัดถ้าต้องการซื้อสูท ยกเว้นในกรณีที่สรีระของคุณมีมาตรฐานและสามารถเลือกซื้อสูทสำเร็จรูปได้ อันนั้นก็อีกประเด็นหนึ่ง

เรากำลังจะบอกว่าไม่ใช่ในทุกเคสที่สูทสั่งตัดจะต้องดีกว่าสูทสำเร็จรูป แต่อย่างที่บอกว่า เทคนิคการใส่สูทให้ดูดี คือ การใส่พอดีตัว และการเลือกรายละเอียดในทุกส่วนของสูท เช่น กระดุม ปก หรือรูปแบบที่เหมาะสมกับตัวคุณ ดังนั้น การตัดจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะคุณสามารถเลือกสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งคุณไม่สามารถทำได้ในกรณีของสูทสำเร็จรูป

ส่วนอีกเรื่องคือ ฝีมือในการตัด แน่นอนว่าถ้าเป็นร้านสูทดีๆ ที่มีราคาแพง ฝีมือในการตัดย่อมดีตามไปด้วย ดังนั้น ถ้าคุณต้องการความเนียนหรือความประณีตนี่คือ สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

Mix&Match คือ สิ่งสำคัญ

ในกรณีของการใส่สูทเพื่อโอกาสที่เป็นทางการ งานนี้คุณคงดิ้นอะไรได้ไม่มาก เพราะทุกอย่างจะต้องถูกคุมโทนเพื่ออะไรที่เป็นทางการ สูทสีเข้ม เสื้อตัวในสีขาว เน็คไทสีสอดคล้องกับเสื้อ เข็มขัด ถุงเท้าสีเข้ม รูปแบบรองเท้าซึ่งมาตรฐานที่ดีสุดคือ Oxford Shoe แต่ถ้าในกรณีของงานที่คุณต้องเข้าร่วมมีความเป็นทางการน้อยลง อันนี้ค่อยผ่อนคลายอะไรบางอย่างในตัวคุณได้ เช่น การเลือกเสื้อตัวในที่มีสีสัน หรือการสวมถุงเท้าที่มีสีสันหรือลวดลายหน่อย

ไม่มีกฎตายตัวในการ Mix&Match สำหรับเรื่องของสูทที่เน้นความ Casual แต่สิ่งที่สำคัญคือ ทุกอย่างจะต้องถูกคุมโทนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและไม่ผสมปนเปกันอย่างเลอะเทอะ เรากำลังจะบอกว่า คุณสามารถเลือกเปลี่ยน Item บางชิ้นบนร่างกายได้ เช่น เข็มขัดไม่จำเป็นต้องสีเดียวกับรองเท้า แต่สุดท้ายแล้ว ควรจะควบคุมสีสันให้ไปในทิศทางเดียวกัน อย่าแปลกแยกกันจนเกินไป หรือไม่ก็เยอะสีมากจนเกินไป

ใช้กล่อง Button

การติดกระดุม

เป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันอยู่เสมอในเรื่องของการติดกระดุมว่าควรจะต้องติดเม็ดไหน และอย่างไร เรากำลังจะบอกอย่างนี้ว่า ถ้าเป็นสูท Single Breasted 2 กระดุม ก็คือ กลัดเฉพาะเม็ดบน นอกเสียจากว่าสูทคุณจะเป็นทรง Paddock-cut ที่ การ position กระดุมจะสูงขึ้นไปทั้งสองเม็ด (เม็ดแรกสูงกว่ารอบเอว) ถ้าถามว่าทำไม สูทสองเม็ด คนถึงไม่นิยมกลัดกระดุมเม็ดล่าง ก็อาจจะเป็นเพราะมันทำให้ดูรัดพุง ขยับตัวไม่ถนัด ดูเหมือนตัวคุณกำลังจะปริออกมา

ส่วนสูท Single Breasted 3 กระดุม ก็นิยมที่จะกลัดเฉพาะเม็ดกลาง หรือ เม็ดบนสุดและเม็ดกลาง แต่ก็มีสูท 3 กระดุมบางทรงที่ออกแบบมาให้กลัดเฉพาะเม็ดกลางเพียงอย่างเดียว เพราะ Lapel หรือ ปกของสูทจะพับลงมาพอดีถึงกระดุมเม็ดกลาง

อย่าตกม้าตายเพราะข้อผิดพลาด

แน่นอนว่ามันยังมีอีกหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการใส่สูทที่คุณควรทราบสักหน่อย เพื่อไม่ให้อยู่ในสภาพดูไม่ดี หรือมาตกม้าตายเอาง่ายๆ เหมือนกับที่มีข่าวออกมาในช่วงนี้

1.การนั่งควรปลดกระดุมสูทออก : เหตุผลง่ายๆ คือ เพื่อให้คุณนั่งสบาย และยังดูดีเวลานั่ง เพราะถ้าคุณไม่ปลด และสูทที่ใส่นั่นถูกตัดพอดีตัว สิ่งที่เกิดขึ้นคือการยึดรั้งของสูทที่จะทำให้เกิดสภาพที่ดูไม่จืดได้ หรือดีไม่ดี กระดุมอาจขาดกระจายในระหว่างที่คุณนั่งได้

2.ใส่สิ่งของที่จำเป็นให้น้อยที่สุด : กระเป๋าเงิน กุญแจรถ กุญแจบ้าน บัตรรถไฟฟ้า ไม่ต้องพกกันมาเต็มอัตรา เพราะมันจะตุงหรือเด่นขึ้นมาจนทำให้ดูไม่ดี

3.ปลายขากางเกงขอแบบพอดีๆ : แล้วคำว่าพอดีมันคือขนาดไหน เรากำลังจะบอกอย่างนี้ ปลายขากางเกงสูทควรมีความยาวปิดตาตุ่มแบบพอดีตอนที่คุณยืน ซึ่งเมื่อสวมรองเท้าจะไม่ทำให้ขากางเกงทับซ้อนกัน ความยาวของปลายขากางเกงที่พอดียังช่วยในเรื่องบุคลิกให้ดูเป็นหนุ่มทันสมัย

4.ปลายเสื้อครึ่งนิ้วก็พอ : เสื้อตัวในนอกจากเราจะต้องใส่ใจเรื่องสีสันแล้ว อีกประเด็นคือ เมื่อสวมสูททับไปแล้ว ความยาวของปลายเสื้อเชิร์ตควรโผล่ออกมาจากปลายแขนเสื้อสูทไม่เยอะจนเกินไป เอาเป็นว่าสักครึ่งนิ้วคือตัวเลขที่เหมาะสมที่สุด

5.ใส่ให้พอดี อย่าหลวมหรืออย่าแน่เกิน : อันนี้สำคัย เพราะเดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ชอบทำอะไรที่ไม่ค่อยพอดี ความหมายของเราคือ ควรใส่สูทให้พอดีตัว แต่ยุคนี้บางคนชอบใส่อะไรที่แน่นๆ สุดท้ายแล้ว เมื่อออกมาในภาพรวม อาจจะดูแย่มากกว่าดูดี เช่นเดียวกับการใส่สูทตัวหลวมๆ โคร่งๆ

6. เลือกเอาว่าจะใส่เข็มขัดหรือ Suspendor : บางคนโลภ ใส่ทีเดียวพร้อมกัน แต่เรากำลังจะบอกว่าเลือกสักอย่างว่าจะใส่เข็มขัดหรือ Suspendor เพราะ 2 อย่างนี้ทำหน้าที่เดียวกัน

7.เอาชายเสื้อออกนอกกางเกง หรือปกออกนอกเสื้อสูท : เมื่อก่อนอาจจะดูดี แต่คงไม่ใช่ตอนนี้