"คุณจะลดหรือคุณจะตาย" เจาะลึกการลดน้ำหนักจาก 125 กก. สู่ 65 กก.

"คุณจะลดหรือคุณจะตาย" เจาะลึกการลดน้ำหนักจาก 125 กก. สู่ 65 กก.
S! Men

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้ Sanook! Men มีบุคคลที่เป็นต้นแบบของคนรักสุขภาพมาฝาก จากน้ำหนัก 125 กก. สู่ 65 กก. เขาทำได้อย่างไร ? คุณเก่ง ณัฐพันธ์ เพิ่มศิลป์ จะมาบอกเล่าประสบการณ์ของตนเองให้ทุกคนได้อ่านกัน

เอาล่ะครับมาเริ่มกันที่ผมเริ่มอ้วนตอนไหน ? บอกได้เลยครับว่า " อ้วนแต่เด็ก " แต่เห็นทีมาเริ่มเป็นน้องๆช้างน้ำก็ตอนป.3 เห็นจะได้

ถัดมานะครับระหว่างที่โตมาเรื่อยๆ ก็สารพันจะเป็นนักกินเลยครับ ทั้งบะหมี่พิเศษ 7 ชาม , ก๋วยเตี๋ยวเรือ 30 ถ้วย , พิซซ่า 2 ถาดใหญ่ , เค้ก 2 ปอนด์รวดเดียว , บุฟเฟ่ต์ปริมาณที่พนักงานยังแอบมองหน้า ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ผ่านมาหมดแล้วครับ

ก็ผ่านมาได้เรื่อยๆ จนขึ้นมาอยู่ม.ปลายโดยสภาพนี้ สารร่างที่บอกได้เต็มคำว่าช่วง 120 - 125 กก. อย่างเต็มรูปแบบ

แล้วต้องบอกอีกว่าตอนไปตรวจสุขภาพนี่ตรวจพบโรคเยอะแยะเลยครับที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน ไหนจะอาการที่คนอ้วนทั่วๆ ไปมักจะพบกัน เช่น ปวดข้อ หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย บลาๆ ที่หนักสุดก็คงจะเป็นหน้ามืดวูบคาจานอาหาร

แล้วทีนี้ก็จะเริ่มเข้าสู่ช่วงสาเหตุที่ลดความอ้วนกันนะครับ
- หมอถามว่า " คุณจะลดความอ้วน หรือคุณจะตายเพราะความอ้วน "
- โดนสาวที่ชอบและพยายามจีบ 8 ปีปฏิเสธ ( ปิ๊งมาตั้งแต่ป.3 ...แก่แด๊ดแก่แดด )
- ตอนสอบสัมภาษณ์เข้ามหาลัยโดนอาจารย์ที่เป็นกรรมการพูดว่า " ไปลดความอ้วนมาซะถ้าคุณยังอยากจะเรียนที่นี่ ถ้าลดได้ผมก็จะรับพิจารณาคุณ "
- พ่อ แม่ โดนญาติๆ และเพื่อนๆต่อว่าเรื่องที่เลี้ยงลูกไม่ดี เลี้ยงตามใจ บลาๆ
- สังคมรอบข้างล้อและดูถูก ( เฮ้ย จริงนะที่แบบคนอ้วนมักเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่นๆ ผมสัมผัสมากับตัวจนซึ้งเลย )
- ทนสารร่างตัวเองไม่ไหว หาเสื้อผ้าใส่ก็ยาก เวลาอยู่ในกลุ่มเพื่อนๆนี่แบบอ๊ายอาย คนอื่นหน้าตาดีแต่เรานี่อัปปรีย์อยู่คนเดียว

...นี่ล่ะครับสาเหตุหลักๆ ที่ยังไม่ขอเอ่ยถึงสาเหตุย่อยๆ อีกในการลดความอ้วนของผม

มาทีนี้ผมก็เริ่มวางแผนและปฏิบัติจริงทันทีเกี่ยวกับการลดความอ้วน แต่ต้องบอกเลยครับว่าแรกๆ ก็มั่วหลายวิธีมากๆ
ต้องบอกง่ายๆ ไว้เลยว่าผมลองมาหลายวิธีจนชำนาญเลย -*-
หลังจากผมได้ปรับอาหารการกินใหม่ทั้งหมด หันมาออกกำลังกายเป็นประจำ และขอย้ำว่าผมคุมแบบโหดมากๆ ไม่ดีต่อสุขภาพมากๆ
( วิธีที่ใช้ตอนนั้นคือ 500 - 1000 kcal + การออกกำลังกายอย่างโหมหนักบ้าพลัง ซึ่งบอกเลยว่าเป็นวิธีที่ไม่แนะนำครับ มันทำลายสุขภาพแถมโทรมอีกต่างหาก แถมด้วยการไม่กินมื้อเย็นแต่ดื่มแค่พวกน้ำผลไม้สด น้ำธัญพืช ผลไม้ แค่นี้ครับ ...อันนี้ใครทำแบบนี้อยู่ก็เลิกซะนะครับ มันได้ผลก็จริงแต่สุขภาพของคุณนั้นมันไม่ดีเลย เชื่อผมสิผมผ่านจุดนั้นมาแล้ว ) ผลที่ได้จากการบ้าเลือด หักโหมในตอนนั้นก็คือลดลงมาเดือนละราวๆ 10 - 12 กก. ครับ ใช้เวลาทั้งสิ้นคือ 5 เดือนในการลดน้ำหนัก โดยไม่พึ่งยา ไม่พึ่งศัลยกรรมตกแต่งการผ่าตัดใดๆ ไม่เคยเข้าคอร์สของโรงพยาบาล

" จาก 125 กก. เหลือ 65 กก. ภายในเวลา 5 เดือน " และสภาพผมตอนนั้นก็ประมาณนี้ครับ

...ดูผอมแห้ง และผอมแบบกากๆยังไงก็ไม่รู้สินะครับ - -"

เอาล่ะจากนี้ไปคือส่วนที่ผมไม่เคยเล่าแบบจริงจังมาก่อน ผมขอเรียกว่า " ช่วงชดใช้กรรม " นะครับ เพราะแบบที่ผมบอกข้างต้นว่าผมใช้วิธีที่ไม่ดีต่อสุขภาพในการเร่งลดความอ้วน ทำให้ผมต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูร่างกายที่นานสุดๆเกือบๆ 3 ปีเห็นจะได้

หลังจากที่ผมลดลงมาได้แล้วนะครับ ผมก็ประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการกิน หลายๆคนอาจจะรู้จักคำว่าโยโย่เอฟเฟ็คกัน
แต่ผมจะเป็นกรณีตรงข้ามครับ นั่นคือภาวะ anorexia หรือโรคกลัวความอ้วนครับ
ผมกลายเป็นคนวิตกจริตไปทั่วเกี่ยวกับเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย แถมร่างกายดันมีอาการต่อต้านอาหารต่างๆ ไม่ดูดซึมอาหาร กินยังไงน้ำหนักก็ไม่ขึ้นมีแต่ลดลงอย่างเดียว ...พอนานๆเข้าเริ่มกลายเป็นคนที่ไม่อยากกินอาหาร เพราะกินเข้าไปก็รู้สึกคลื่นไส้ ปวดท้อง เบื่ออาหาร มีภาวะความดันต่ำ และร่างกายขาดน้ำตาล

ซึ่งการมีอาการเหล่านี้ผมไม่ได้ปรารถนาเลย ทำให้ผมหันกลับมาศึกษาเรื่องโภชณาการ รวมถึงวิทยาศาสตร์การกีฬาใหม่อีกครั้ง เพื่อที่ผมจะได้หาทางออกของอาการเหล่านี้และแก้ไขฟื้นฟูสภาพร่างกายตัวเองให้ดีขึ้น ซึ่งผมก็ได้ค้นพบแสงสว่างของการลดความอ้วนที่ถูกวิธีแล้วก็ศึกษา พร้อมการปรับใช้กับตัวเองมาเรื่อยๆตลอด 3 ปีจนร่างกายดีขึ้นตามภาพนี้

และมาในช่วงปี 2014 ผมก็เริ่มได้ถูกเชิญไปออกรายการต่างๆ เช่น
เป็นพิธีกรในช่วงทำอาหารสุขภาพของรายการ สูงวัยกำลังดี ทางช่องทรูปลูกปัญญา

ถูกเชิญไปเป็นแขกรับเชิญในรายการ เรื่องบันดาลใจ ทางช่องโมเดิร์นไนน์

แต่ทีนี้ผมก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่อยู่ในรูปร่างที่เรียกว่าดี ทำให้ผมตัดสินใจที่จะเพิ่มน้ำหนักตัวเองให้ขึ้นมาที่ 75 - 77 กก. และเสริมการออกกำลังให้เข้มข้นแต่เน้นเฉพาะจุดมากขึ้น

และระหว่างนั้นผมก็ได้ถูกเชิญไปออกรายการ วู้ดดี้เกิดมาคุย ทางช่องโมเดิร์นไนน์

ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จที่เกินความคาดหมายของผมนะครับ ที่สามารถบอกลาอดีตตัวเองได้ และผมตั้งใจว่าจะฟิตแบบนี้ต่อไปจนกว่าจะได้รูปร่างที่ดีน่าพอใจครับ ตบท้ายเรื่องราวด้วยประโยคประจำตัวผมล่ะกัน
" อย่ามีความสุข บนความทุกข์ของร่างกายตัวเอง "

งั้นถัดจากนี้ผมจะมาขอแชร์วิธีการเริ่มต้นลดน้ำหนักที่ถูกต้องนะครับ
Step 1
- สร้างแรงจูงใจที่เด่นชัดในการลดความอ้วน
- วางแพลนชีวิตและการออกกำลังกายให้ดี มีกติกาและกฏให้กับตัวเอง
- ถ้าคิดว่าลดคนเดียวไม่ไหว ก็หาแนวร่วมที่จะฟันฝ่ามรสุมทะเลไขมันไปกับเรา

Step 2
- ลดปริมาณอาหารลงให้อยู่ในขนาดที่พอดี เช่น จากข้าว 1 จานพูนๆก็เหลือสักครึ่งจาน / จากชอบกินบุฟเฟ่ต์ก็ให้เน้นกินอาหารเป็นมื้อเดี่ยวๆแทน
- ลดอาหารที่เป็นพวก หวาน มัน เค็ม ทอด ขนม จั๊งค์ฟู้ด น้ำอัดลม
- ห้ามใช้วิธีอดอาหาร
- ศึกษาเรื่องการกินเพื่อสุขภาพให้มากขึ้นแล้วปฏิบัติตาม
- ศึกษาเกี่ยวกับโภชณาการให้มากขึ้น

Step 3
- ศึกษาเรื่องการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆแล้วปฏิบัติตาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมขอแนะนำการออกกำลังกายแบบ เวทเทรนนิ่ง + คาร์ดิโอ จะเห็นผลไวสุด

** กฏบังคับ **
- ถ้าไม่รู้ก็ให้ถามผู้รู้ อย่าอายที่จะถามครับ
- มีวินัยกับตัวเอง อย่าผลัดวันไปเรื่อยๆ
- หยุดวาดภาพว่าสักวันฉันจะหุ่นเป๊ะครับ ...ลุกขึ้นมาทำเดี๋ยวนี้ครับ แล้วเอารูปตัวเองในจินตนการแปะข้างฝาบ้านไว้เป็นเป้าหมายซะ

** ข้อแนะนำ **
- การกินอาหารเพื่อสุขภาพนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าลืมศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับภาวะต่างๆขึ้นด้วยนะครับ เช่น การกินอาหารคลีนนั้นเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ไม่เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด - เด็กม.ต้น เนื่องจากจะทำให้เด็กไม่มีภูมิต้านทานต่ออาหารปกติทั่วไปและอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เป้นต้น
- การออกกำลังกายจริงจังนั้นดี แต่หากหักโหมมากเกินจะส่งผลเสียต่อร่างกายและมวลกล้ามเนื้อนะครับ

ขอเพิ่มเติมถึงตารางการออกกำลังกายของผมไว้ให้เป็นตัวอย่างนะครับ ซึ่งผมก็จะจัดตารางการเล่นตัวเองเป็นแบบทั่วร่างกายนะครับ จะมีการสลับเปลี่ยนไปมาบ้างในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายนั้นไม่คุ้นชินและทำการเผาผลาญได้เต็มที่ที่สุด

Warm up
- ยืดกล้ามเนื้อ 10 นาที

Biceps
- Dumbbell Curl 5 set ( 12 ครั้ง / set )
- Hammer Curl 5 set ( 12 ครั้ง / set )

Triceps
- Bench Dip 5 set ( 12 ครั้ง / set )

Chest
- Dumbbell Bench Press 5 set ( 12 ครั้ง / set )
- Dumbbell Fly 5 set ( 12 ครั้ง / set )

ABS
- V Crunches 5 set ( 10 ครั้ง / set )
- Side Crunches Each Side 5 set ( 10 ครั้ง / set )
- Leg Raises 5 set ( 10 ครั้ง / set )
- Knee Tuck Crunches 5 set ( 10 ครั้ง / set )
- Abdominal Crunches 5 set ( 10 ครั้ง / set )
- Bicycle Crunches 5 set ( 10 ครั้ง / set )

Legs
- Squat 50 ครั้ง
- Sumo Squat 50 ครั้ง
- Leg Lung 50 ครั้ง
- Hamstring Raise 50 ครั้ง
- Calve Raise 50 ครั้ง
- Twist Leg Lung 50 ครั้ง

Cardio
- เดินบนลู่วิ่งความเร็วระดับ 5 ความชันระดับ 11 เวลา 40 นาที

อาหารการกิน
- Clean food 80% ขึ้นไป

ท้ายสุดนี้ถ้าใครสงสัยอยากสอบถามอะไรที่เกี่ยวกับสุขภาพการออกกำลังกาย และการลดน้ำหนัก สามารถตามมาได้ที่ลิงค์ข้างล่างนะครับ
FB Group : Friends เพื่อนลดน้ำหนัก : https://www.facebook.com/groups/342256509259003/
( อันนี้ผมเป็นแอดมินร่วมกับพี่ๆอีกหลายคนอยู่ มีกูรูเจ้าของเพจดังๆอยู่ด้วย ที่นี่เน้นการตอบแบบ Real - time ไม่ไล่คนไปหาไฟล์ ไม่ไล่คนไปหา Google เองสิ แน่นอนครับ ลดน้ำหนักก็เฮฮาได้ไม่เห็นต้องเครียดเลย )

FB Page : Healthy Hunger : https://www.facebook.com/healthyhungerpage
( อันนี้เป็นเพจที่เกี่ยวกับรวมสูตรอาหารคลีนนะครับ ผมก็เป็นแอดมินเองน่ะแหล่ะ จะพยายามอัพเดทเรื่อยๆ )

หรือใครอยากมาสอบถามแบบส่วนตัวโดยตรงก็มาที่เฟสส่วนตัวผมตามลิงค์ข้างล่างนี้เลยครับ
https://www.facebook.com/GengNutthapun

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://pantip.com/topic/33084658

...ก็คงต้องขอจบการเล่าที่ยืดยาวแต่เพียงเท่านี้ ใครที่อ่านจนจบผมขอแสดงความนับถือ ปรบมือเป็นจังหวะสามช่ามา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ปิดท้ายด้วยรูปปัจจุบันล่ะกันครับ ตอนนี้ผมหนัก 77 กก.

โอ้โหเห็นแล้วก็ต้องบอกว่า กว่าจะมาถึงจุดนี้ต้องใช้ความพยายามมากทีเดียว แต่เพื่อนๆ สามารถทำอย่างคุณเก่งได้นะครับ อาจจะเริ่มต้นออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ และค่อยๆ ก้าวไปสู่เส้นชัยพร้อมๆ กัน