ลดพุง ลดหน้าท้องอย่างถูกวิธี

ลดพุง ลดหน้าท้องอย่างถูกวิธี
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

หลักๆ แล้ว “พุง” เกิดจากการรับประทานอาหารมากเกินกว่าความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดตและไขมัน ซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม ไปไว้ที่ตับและเซลล์ไขมันได้ในกรณีที่มีมากจนเกินไป ดังนั้นร่างกายจึงสะสมไว้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายในรูปของไขมัน และถึงแม้ว่าการที่มีพุงยื่นจะไม่มีอาการใดๆ ที่น่าเป็นห่วงนอกจากเรื่องของหน้าท้องใหญ่ แต่สิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งก็คือความเสี่ยงในการเป็นโรค อย่างความดันโลหิต เบาหวาน ไขมันอุดตันในเส้นเลือด หากใครที่กำลังประสบกับปัญหาพุงยื่น อยากลดพุง ลดหน้าท้องอยู่ Tonkit360 มีวิธีมาฝากกัน

1. งดแป้ง ไขมัน และน้ำตาล

ลดการบริโภคหวาน เนื่องจากปัจจุบันคนไทยบริโภคน้ำตาล ในปริมาณสูงมากสุดถึง 20 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งเกินมาตรฐานของกรมอนามัยโลกที่กำหนดไว้ ไม่ควรเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน ทั้งนี้ควรงดอาหารทอดกรอบและขนมขบเคี้ยวด้วย เพราะเปรียบเสมือนเป็นแหล่งไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นไขมันที่จะเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี และยังมีผลในการลดคอเลสเตอรอลชนิดที่ดีอีกด้วย ซึ่งส่งผลทำให้พุงยื่นและเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อที่เรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคความดัน โรคหลอดเลือดหัวใจ ฯลฯ

2. เลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย และดีต่อสุขภาพ

ควรเลือกรับประทานอาหารที่สด สะอาด ผ่านการแปรรูปและฟอกสีน้อยที่สุด โดยเน้นอาหารจำพวกผักและผลไม้ และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เนื่องจากการนอนราบทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดและคุณภาพการนอนที่ลดลง สำหรับอาหารที่อาจช่วยลดพุงได้ ได้แก่ ผลไม้จำพวกเบอร์รี่ เชอร์รี่ และองุ่น ชาเขียว พืชตระกูลถั่ว มันฝรั่ง กล้วย ข้าวโพด นมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมไขมันต่ำหรือไม่มีไขมัน เป็นต้น

3. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกาย ช่วยให้ร่างกายหมุนเวียนโลหิตและเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น ผู้ที่ต้องการลดหน้าท้องควรออกกำลังกายระดับปานกลาง ซึ่งหมายถึงการทำกิจกรรมออกแรงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ วันละประมาณ 30 นาที เช่น เล่นเวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ โดยเน้นเล่นแบบใส่น้ำหนัก และลดการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ก็จะช่วยลดพุงที่มีไขมันสะสมได้แล้ว

4. ดื่มน้ำเยอะๆ

การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว จะช่วยลดปริมาณไขมันในร่างกายให้ลดลงได้ และถ้าดื่มก่อนมื้ออาหาร 1 ชม. ก็จะช่วยลดความอยากอาหารลงได้ด้วย อีกทั้งช่วยในการย่อยอาหาร ให้ระบบย่อยอาหารทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ แถมยังช่วยป้องกันโรคกรดไหลย้อนได้อีกด้วย ทั้งนี้ควรเลี่ยงหรืองดน้ำอัดลมน้ำหวานร่วมด้วย เพราะเป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมอย่างน้ำตาลอยู่เป็นจำนวนมาก

5. เลี่ยงหรืองดแอลกอฮอล์

แม้แอลกอฮอล์จะเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล แต่ก็ช่วยทำให้พุงยื่นได้เหมือนกัน เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูง อีกทั้งร่างกายยังเลือกเปลี่ยนแอลกอฮอล์ ให้กลายเป็นพลังงานไปใช้ก่อนสลายไขมัน ทำให้กรดไขมันที่ยังไม่ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานเกิดการสะสมในร่างกาย ฉะนั้นก็ควรหลีกเลี่ยงหรืองดการบริโภคแอลกอฮอล์ และวางแผนลดไขมันส่วนเกินด้วยการเปลี่ยนแปลงนิสัยการดื่ม และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแคลอรี่ที่ได้รับจากแอลกอฮอล์

6. นอนให้เร็วขึ้น พักผ่อนให้เพียงพอ

นอนพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน เนื่องจากการนอนไม่เพียงพอและอาการอ่อนเพลีย อาจส่งผลให้รับประทานอาหารว่างหรืออาหารระหว่างมื้อมากขึ้น แต่หากได้นอนหลับสนิทในเวลาที่เพียงพอ ฮอร์โมนที่กระตุ้นการเจริญเติบโตจะยิ่งหลั่งออกมา ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะช่วยให้มีการสร้างโปรตีนมากขึ้น และเพิ่มมวลกล้ามเนื้อทำให้ไขมันที่สะสมในร่างกายลดลง รวมถึงหากได้บริหารร่างกายเบาๆ ก่อนเข้านอน จะยิ่งช่วยให้หลับได้ง่ายและลึกขึ้น

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่