3 เหตุผลที่ “การวิ่งเทรล” เป็นกิจกรรมที่พลาดไม่ได้สำหรับเหล่า Action Seeker

3 เหตุผลที่ “การวิ่งเทรล” เป็นกิจกรรมที่พลาดไม่ได้สำหรับเหล่า Action Seeker

นอกจากแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำและอาหารรสเลิศที่ทำให้เหล่าผู้มาเยือนต้องน้ำลายสอ ประเทศไทยยังเป็นที่รู้จักในหมู่นักวิ่ง ในเรื่องของภูมิประเทศและทัศนียภาพอันงดงามน่าทึ่งที่ทำให้พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์การวิ่งที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก กีฬาที่กำลังเป็นที่สนใจสำหรับประเทศไทยในตอนนี้ไม่ใช่แค่การวิ่งบนถนนทั่วไป แต่เป็นการวิ่งเทรล ที่เหล่านักวิ่งจะต้องทั้งวิ่งและเดินป่าไปตามเส้นทาง เพื่อพบและผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติและวิวทิวทัศน์ การวิ่งเทรล จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้คุณไปออกไปผจญภัยในเส้นทางที่คุณอาจไม่เคยพบเห็นมาก่อน

สำหรับโครงการ KPTC เป็นเส้นทางวิ่งเทรลที่นิยมมากในหมู่นักวิ่งเทรลมือใหม่ไปจนถึงระดับมืออาชีพ ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ในการวิ่งเทรลไปพร้อมๆ กับการได้รับประโยชน์จากการออกกำลังอีกด้วย นักวิ่งมากประสบการณ์อย่าง “คุณก้อย วิชาญา ทัศนาวิวัฒน์” 1 ในนักวิ่งเทรลชาวไทยจากทีม GoPro และยังเป็นเจ้าของเพจ สองคนสี่ขา พร้อมแชร์ 3 เหตุผลว่าทำไมการวิ่งเทรลเป็นกิจกรรมที่คุณควรลองสักครั้งในชีวิต

1. การวิ่งเทรลจะทำให้เหล่านักวิ่งตกหลุมรักไปกับธรรมชาติที่สวยงาม จนคุณแทบจะหยุดหายใจ

เสน่ห์ที่ทำให้การวิ่งเทรลนั้นคือการเป็นกีฬาที่ทำให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น เพราะการวิ่งเทรลก็คือการวิ่งขึ้นเขาเข้าป่า ผ่านภูมิประเทศที่ท้าทายขีดจำกัดของนักวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งบนพื้นทรายหรือพื้นหินต่างระดับก็รอให้คุณมาก้าวผ่านทุกขีดจำกัดทั้งของร่างกายและจิตใจ  “สำหรับก้อย การวิ่งเทรลเหมือนการได้ออกไปเสาะหา Hidden Gem ที่ถูกซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ ไม่เคยถูกบันทึกไว้ในหนังสือนำเที่ยวเล่มไหนๆ” ก้อย วิชาญา ทัศนาวิวัฒน์ พูดถึงการวิ่งเทรล “เพราะสถานที่สวยๆ พวกนั้นบางทีรถยนต์หรือยานพาหนะทั่วไปก็เข้าไปไม่ถึง”

ลองเปลี่ยนจากพื้นคอนกรีต หนีความวุ่นวายของแสงสีในเมือง เข้าไปในผืนป่าเพื่อเปิดรับประสบการณ์และธรรมชาติอันน่าทึ่งที่คุณไม่สามารถหาได้ในใจกลางเมือง การวิ่งเทรลจึงเป็นวิธีที่ดีที่จะเชื่อมคุณเข้ากับธรรมชาติ ให้คุณได้สูดพลังความสดชื่นของธรรมชาติอันงดงามรอบข้างขณะวิ่ง ส่วนใหญ่แล้วเส้นทางวิ่งเทรลมักจะอยู่ในป่า ริมทะเลสาบ บนภูเขา หรือกระทั่งรอบภูเขาไฟ เส้นทางเหล่านี้จะทำให้คุณได้มีโอกาสสัมผัสธรรมชาติแม้ในมุมที่คนอื่นอาจไม่เคยพบ

2. การวิ่งเทรลจะมาท้าทายขีดจำกัดทั้งสมอง จิตใจ และร่างกายของเหล่านักวิ่ง

เนื่องจากเส้นทางวิ่งเทรลส่วนใหญ่มักเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างยากลำบากจากภูมิประเทศ ความท้าทายจึงเริ่มตั้งแต่ระยะห่างของจุดปฐมพยาบาลและจุดเชคพ้อยท์ที่ไม่สามารถตั้งอย่างสม่ำเสมอในระยะที่เหมาะสมได้เหมือนการวิ่งมาราธอน นักวิ่งเทรลจึงต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนการวิ่งและแผนโภชนาการของพวกเขา เช่น จุดเติมน้ำต่อไปไกลแค่ไหน ควรกินเมื่อไหร่ อย่างไร และปริมาณเท่าไหร่ เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอที่จะวิ่งไปถึงจุดเชคพ้อยท์ถัดไป หรือถึงเส้นชัยให้สำเร็จ นักวิ่งเทรลทุกคนจึงต้องเตรียมอุปกรณ์สำคัญต่างๆ อย่างขวดน้ำดื่ม energy gel และอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่นๆ ให้พร้อมอยู่เสมอ การวิ่งเทรลจึงไม่ได้เป็นแค่การท้าทายขีดจำกัดทางด้านร่างกายของนักวิ่งด้วยระยะทางและภูมิประเทศเท่านั้น แต่ยังท้าทาย สติสัมปชัญญะ ความคิด และจิตใจของเหล่านักวิ่งที่จะต้องคอยประเมินสถานการณ์และวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อไปถึงเส้นชัย

3. สนุกไปกับการถ่ายวิวสวยๆ รอบตัว

“ก้อยคิดว่าเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ของการวิ่งเทรล คือการที่เราได้เจอเรื่องราว ผู้คน และประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป ทุกๆ ครั้งที่วิ่งจบก็จะมีเรื่องเล่า มีภาพบรรยากาศสวยๆ ที่อยากส่งต่อ ซึ่งบางครั้งก็อธิบายไม่ได้ด้วยคำพูด ก้อยเลยชอบพกกล้อง เล็กๆ ไปวิ่งด้วย พอเรากลับมาดู มันก็เหมือนได้ดูเรื่องเล่าเก่าๆ มีชีวิตขึ้นมาใหม่” ยิ่งในระหว่างการวิ่งเทรล บางครั้งก็ต้องใช้มือปีนป่าย ปัดกิ่งไม้ที่ขวางทางออกอยู่เรื่อยๆ การที่จะต้องหยิบสมาร์ทโฟนเข้าๆ ออกๆ จากกระเป๋ามาถ่ายรูปก็ไม่สะดวกเท่าไหร่นัก ทำให้กล้องอย่าง GoPro เป็นเหมือนเพื่อนร่วมทางที่คอยบันทึกเรื่องราวให้กับคุณก้อย ยิ่งถ้าติดกล้องไว้กับอุปกรณ์เสริมอย่าง Chesty (สายรัดกล้องเข้ากับลำตัว) หรือจะเป็น Head Strap (สายรัดกล้องเข้ากับศรีษะ) ก็ทำให้วิ่งได้คล่องตัวมากขึ้น เนื่องจากขนาดที่เล็กกะทัดรัด และพกพาสะดวก หรือจะพกไม้เซลฟี่ขนาดกะทัดรัดอย่าง Shorty ไว้ในกระเป๋าสำหรับเซลฟี่สวยๆ กับนักวิ่งคนอื่นหรือวิวบนยอดเขาไว้เป็นหลักฐานว่า “ฉันเคยมาที่นี่!”

แล้วคุณล่ะพร้อมท้าทายขีดจำกัดของตัวเองหรือยัง?

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่