3 เทคนิค 1 คำเตือน ปลดหนี้บ้านอย่างไรให้หมดเร็วที่สุด

3 เทคนิค 1 คำเตือน ปลดหนี้บ้านอย่างไรให้หมดเร็วที่สุด
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

เชื่อว่าคนที่เป็นหนี้สินเชื่อบ้านรู้ดีว่าการซื้อบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะหนี้ที่เกิดจากการซื้อบ้านเป็นหนี้ก้อนใหญ่ เป็นหนี้ที่ยาวนาน และเป็นหนี้ที่ดอกเบี้ยเยอะมากเสียด้วย แต่สำหรับบางคนก็มองว่าการลงทุนกับที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น ไม่เป็นไร เพราะ Tonkit360 มีเทคนิคปลดหนี้บ้านให้หมดเร็ว ๆ มาฝาก รับรองได้ว่าหากคุณทำตามนี้อย่างมีวินัยแล้วล่ะก็ จะช่วยร่นระยะเวลาในการเป็นหนี้ไปได้มาก แถมคุณก็จะมีบ้านที่เป็นของตัวเองจริง ๆ เร็วขึ้นด้วย

1. ผ่อนจ่ายให้มากกว่าค่างวดที่ธนาคารกำหนดในแต่ละเดือน

ถ้าอยากจะได้บ้านเป็นของตัวเองจริง ๆ ไว ๆ การผ่อนจ่ายในแต่ละงวดควรจ่ายให้มากกว่าค่างวดที่ธนาคารกำหนด อาจโปะเข้าไปทีละน้อย ๆ ตามกำลังที่ตัวเองไหว เพื่อตัดเงินต้นให้น้อยลงเรื่อย ๆ แต่หากแน่ใจว่าตัวเองไม่เดือดร้อนทางการเงิน ให้โปะไปเลยอีกเท่าตัว เทคนิคนี้จะช่วยให้คุณผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น แถมดอกเบี้ยก็ลดได้มหาศาล เพราะส่วนใหญ่แล้วการผ่อนสินเชื่อบ้าน เงินที่คุณผ่อนจ่ายในแต่ละเดือนถูกคิดเป็นดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น เพราะฉะนั้น ยิ่งโปะมากก็ยิ่งลดต้นได้มาก ในขณะเดียวกันดอกเบี้ยก็น้อยลง

2. พยายามโปะให้ได้มากที่สุดในช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำ

การกู้เงินซื้อบ้านนั้น ส่วนใหญ่แล้วในช่วง 3 ปีแรก ดอกเบี้ยจะต่ำและเป็นอัตราคงที่ ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงที่ต้องพยายามโปะเงินเข้าไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ (แต่จัดสรรเงินสำหรับใช้จ่ายดี ๆ) โดยผ่อนจ่ายให้มากกว่าค่างวดที่ธนาคารกำหนดในแต่ละเดือน จะช่วยลดเงินต้นที่จะนำมาคิดดอกเบี้ยลงได้มาก อาจงานหนักหน่อยในช่วงแรก แต่ให้คิดเอาไว้ว่าอนาคตจะสบายขึ้นได้เร็วกว่าเดิม เพราะภาระหนี้บ้านก้อนใหญ่ก้อนนี้จะหมดเร็วขึ้น แถมยังเสียดอกเบี้ยน้อยกว่าที่คิดไว้ด้วย

3. ปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ทุก ๆ 3 ปี

คุณสามารถปรับโครงสร้างหนี้บ้านใหม่เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยลงได้ 2 วิธี

  • รีไฟแนนซ์ (Refinance)

อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ การย้ายหนี้เดิมจากธนาคารเดิมไปธนาคารใหม่ หรือการไปกู้เงินจากธนาคารใหม่ที่ดอกเบี้ยถูกกว่ามาจ่ายคืนให้กับธนาคารเดิมที่เคยกู้ เพราะเมื่อหมดช่วงโปรโมชันดอกเบี้ยต่ำ 3 ปีแรกไปแล้ว ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นให้ทำการรีไฟแนนซ์ซะ ทั้งนี้อย่าลืมกลับไปอ่านเงื่อนไขในสัญญาก่อนด้วยว่าในช่วงไหนสามารถทำการรีไฟแนนซ์ได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือหลัง 3 ปี พอได้ธนาคารที่เหมาะสมกับการกู้แล้ว ก็ย้ายไปกู้กับธนาคารใหม่ แล้วเอาเงินที่ได้มาจ่ายหนี้ธนาคารเดิม ส่วนคุณก็ย้ายไปผ่อนต่อกับธนาคารใหม่

  • รีเทนชัน (Retention)

การปรับโครงสร้างหนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องหนีไปหาธนาคารอื่นที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าเสมอไป เนื่องจากธนาคารหลายที่มีโปรโมชั่นในการปรับอัตราดอกเบี้ยกับที่ธนาคารเดิม ซึ่งจะยุ่งยากน้อยกว่าการรีไฟแนนซ์ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นลูกหนี้ชั้นดีที่มีประวัติในการผ่อนจ่ายดีมาโดยตลอดแล้วล่ะก็ คุณสามารถเดินเข้าไปขอปรับอัตราดอกเบี้ยให้ถูกลงกับธนาคารเดิมได้เลย เพราะฉะนั้น จงรักษาเครดิตการผ่อนจ่ายให้ดี ยิ่งเครดิตดีเท่าไร คุณก็เจรจาต่อรองได้ง่ายขึ้น

คำเตือนก่อนกู้เงินซื้อบ้าน

ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งแรกที่คุณควรจะทำก่อนเดินเข้าธนาคารไปกู้เงินซื้อบ้าน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับภาระค่าใช้จ่ายในทุก ๆ เดือน คุณต้องวางแผนให้ดีตั้งแต่ก่อนซื้อ เพราะการจะเป็นหนี้ก้อนใหญ่ขนาดนี้แต่ไม่วางแผนให้รอบคอบ ก็ส่อแววล้มละลายตั้งแต่เริ่มผ่อนแล้ว การวางแผนการเงินที่ดีจะทำให้ชีวิตคุณยุ่งยากน้อยลง หายใจทั่วท้องมากขึ้น โดยให้วางแผนตั้งแต่…

  • เลือกบ้านที่คุณมีกำลังผ่อนไหวในระยะยาว
  • ควรมีเงินดาวน์ที่ 20 เปอร์เซ็นต์จากราคาบ้าน
  • ควรมีเงินสำรองเก็บเอาไว้สำหรับการผ่อนบ้านให้ได้อย่างน้อย 6 เดือน
  • คำนวณค่าใช้จ่ายต่อเดือน โดยจำนวนเงินผ่อนบ้านไม่ควรเกิน 25-30 เปอร์เซ็นต์จากรายได้

หากคุณรักษาวินัยในการผ่อนบ้านได้แบบนี้สม่ำเสมอ หนี้สินบ้านก็จะไม่ใช่ภาระหนักอกหนักใจที่ต้องมานั่งกุมขมับกันทุกเดือนอีกต่อไป ที่สำคัญ อย่าหาทำ! ถ้าคุณไม่ได้เป็นมหาเศรษฐี คือ อย่าสร้างหนี้สินเพิ่ม แค่หนี้บ้านก็หนักมากพออยู่แล้ว ถ้ายังหาซื้อนั่นผ่อนนี่ก็เพิ่มภาระให้ตัวเองเช่นกัน หนี้สินก็จะยิ่งพอกพูน ทับซ้อนกันไม่รู้จบสิ้น ยิ่งถ้าคุณไปสะดุดเข้ากับหนี้ใดหนี้หนึ่งแล้วล่ะก็ คุณอาจจะล้มจนลุกยืนแทบไม่ไหวเลยก็ได้

และจะเป็นการดีมาก หากคุณรู้จักศึกษาหาข้อมูลเรื่องการเป็นหนี้บ้าน หรือหาความรู้ทางการเงินเพิ่มเติม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการบริหารทั้งเงินที่มี หนี้สิน และเงินออม ไม่ใช่ว่ามีบ้านอยู่แต่ค่าใช้จ่ายรายเดือนไม่พอ หรือไม่มีเงินไว้กินไว้ใช้ยามแก่ชรา