4 ทริคกำจัดกลิ่นปัสสาวะแมว เปลี่ยนความเหม็นหึ่ง เป็นกลิ่นหอม

4 ทริคกำจัดกลิ่นปัสสาวะแมว เปลี่ยนความเหม็นหึ่ง เป็นกลิ่นหอม

หากใครเข้ามาในบ้านของคุณและพูดว่า “คุณมีแมว” ในทันทีแบบไม่ต้องมีหลักฐาน นั่นนอกจากจะแสดงว่าประสาทสัมผัสดีแล้ว ยังบอกได้อีกว่ากลิ่นปัสสาวะแมวในบ้านคุณนั้นส่งกลิ่นแรงเกินห้ามใจ ว่าแต่เราจะกำจัดกลิ่นปัสสาวะแมวได้อย่างไร

1.วิธีกำจัดกลิ่นปัสสาวะแมว

การกำจัดกลิ่นปัสสาวะแมว ไม่ว่าแมวของคุณจะปัสสาวะที่ไหนขั้นตอนแรกในกำจัดกลิ่นคือทำความสะอาดให้เร็วที่สุด ยิ่งแมวปัสสาวะไว้นานเท่าไรกลิ่นก็ยิ่งแรงขึ้น วิธีการคือให้ใช้น้ำเย็นและกระดาษเช็ดมือซับของเหลว แต่วิธีที่ดีที่สุดให้ใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบและกลิ่นของสัตว์เลี้ยงที่มีส่วนผสมของเอนไซม์ในจุดที่เปื้อน

เอนไซม์เหล่านี้จะทำงานโดยกำจัดกรดในปัสสาวะและทำให้แบคทีเรียเป็นกลาง จากนั้นให้วางผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน

2.วิธีกำจัดกลิ่นปัสสาวะแมวออกจากพรม

ลำดับแรกให้กำจัดกลิ่นปัสสาวะแมวตามวิธีการในข้อ 1 หลังจากนั้นนำผ้าขนหนูออกแล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดบริเวณพรม จากนั้นให้โรยเบกกิ้งโซดาลงบนบริเวณนั้นเพื่อให้เบกกิ้งโซดาดูดกลิ่นอีกรอบหนึ่ง โดยทิ้งไว้ประมาณ 1 ชม. ก่อนจะดูดออกอีกครั้งหนึ่ง

3.วิธีกำจัดกลิ่นปัสสาวะแมวออกจากไม้

หากพื้นไม้ของคุณเคลือบไว้ ควรใช้ผ้าขนหนูซับปัสสาวะแมว และใช้น้ำยาทำความสะอาดพื้นไม้โดยเลือกให้เหมาะกับประเภทของพื้นไม้ แต่ถ้าพื้นไม้ที่บ้านคุณไม่ได้เคลือบหลังจากทำความสะอาดปัสสาวะแมวแล้วให้ราดน้ำส้มสายชูลงบริเวณนั้นก่อนจะใช้ฟองน้ำค่อยๆ ขัด แล้วล้างด้วยน้ำ ก่อนจะใช้กระดาษหรือผ้าซับให้แห้ง ขั้นตอนสุดท้ายคือใช้น้ำยาทำความสะอาดเอนไซม์

4.วิธีกำจัดกลิ่นปัสสาวะแมวออกจากเสื้อผ้า

เสื้อผ้าที่กองทิ้งไว้ หรืออยู่ในตะกร้าก็สามารถกลายเป็นที่ที่เจ้าเหมียวจะไปปัสสาวะทิ้งไว้ได้ หลายๆ คนอาจคิดว่าจะโยนเสื้อผ้าที่เปื้อนปัสสาวะแมวลงไปในเครื่องซักผ้าในทันที แต่นั่นเป็นวิธีที่ผิด ไม่เพียงวิธีซักผ้าที่เปื้อนปัสสาวะแมวจะทำกลิ่นแรงขึ้นเท่านั้นแต่เสื้อผ้าชิ้นอื่นๆ ก็จะมีกลิ่นปัสสาวะแมวติดไปด้วย

ดังนั้นขั้นตอนแรกให้ล้างส่วนที่เปื้อนด้วยน้ำเย็น จากนั้นกระดาษเช็ดมือซับ หลักเลี่ยงการขัดถูเพราะอาจทำให้ปัสสาวะยิ่งฝังลึกลงไปในเนื้อผ้า จากนั้นแช่ผ้าลงในน้ำส้มสายชูละลายน้ำ โดยใช้น้ำส้มสายชู 1 ส่วนต่อน้ำเปล่า 3 ถ้วย โรยเบกกิ้งโซดาลงบนคราบเปื้อนและปล่อยผ้าทิ้งไว้ในส่วนผสมดังกล่าวประมาณ 10-15 นาที จากนั้นค่อยนำไปซักในเครื่องซักผ้าโดยใช้น้ำเย็น แต่ห้ามใช้ผงซักฟอก เมื่อซักเสร็จแล้วให้นำผ้าไปตากให้แห้ง อย่านำไปอบเพราะอากาศร้อนจะยิ่งทำให้เกิดกลิ่น