ทิศห้อง เลือกอย่างไรให้ถูกต้องตามหลักสถาปัตย์ และหลักฮวงจุ้ย

ทิศห้อง เลือกอย่างไรให้ถูกต้องตามหลักสถาปัตย์ และหลักฮวงจุ้ย
DDproperty

สนับสนุนเนื้อหา

นอกจากเรื่องของทำเลที่ตั้ง ลักษณะการออกแบบตัวบ้านและงบประมาณที่มีในกระเป๋าแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของทิศห้อง หลายคนตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมหรือบ้านหลังใหม่โดยไม่ให้ความสำคัญกับทิศทางของแดดและลม เมื่อได้เข้าไปอยู่อาศัยก็ต้องพึ่งดวงเอาว่าจะได้สายลม แสงแดดในช่วงเวลาที่ต้องการหรือไม่ ห้องจะร้อนหรือหนาวเกินไปไหม ทั้งที่ความจริงทั้งหมดนี้ สามารถกำหนดได้แค่ดูทิศห้องให้เป็นตั้งแต่เริ่มแรกเท่านั้นเอง

ทิศห้องสำคัญอย่างไร

องค์ความรู้หนึ่งในเชิงสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ คือการจัดวางห้องให้อยู่ในทิศที่สอดคล้องกับการใช้งาน ทิศห้องจะเป็นตัวกำหนดว่าควรจะมีช่องลมและช่องรับแสงบริเวณไหน ทำอย่างไรถึงจะรับลมได้ตลอดทั้งปี เพราะทิศทางของแดดและกระแสลมจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามแต่ฤดูกาล ซึ่งถ้าจะให้ละเอียดจะต้องอ้างอิงกับสภาพของภูมิประเทศด้วย แต่ในเบื้องต้นก็สามารถพิจารณาแบบง่าย ๆ ได้ดังนี้

1. ทิศทางของแดด

หลัก ๆ คือดูทิศตะวันออกและตะวันตก เป็นจุดที่ดวงอาทิตย์ขึ้นและตก ส่วนระหว่างวันการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์จะมีแค่อ้อมไปทางทิศใต้อย่างเดียว จะด้วยมุมสูงหรือต่ำก็แล้วแต่การหมุนของแกนโลกในขณะนั้น นั่นหมายความว่าทุกห้องที่อยู่ทางทิศเหนือจะได้รับความร้อนน้อยกว่าเสมอ

2. ทิศทางของลม

กระแสลมในแต่ละประเทศจะต่างกันไป ไม่เหมือนกับแสงแดด ในบ้านเราจะมีกระแสลมหลัก ๆ เพียงแค่ 2 ช่วงเท่านั้น คือ

- ลมฤดูร้อน (พฤษภาคม-ตุลาคม) ลมนี้จะพัดมาจากทางทิศใต้

- ลมฤดูหนาว (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) ลมนี้จะพัดมาจากทางทิศเหนือ

ลมทั้งคู่จะไม่ได้พัดมาตรง ๆ แต่เยื้องไปทางตะวันออกและตะวันตกในมุมองศาที่่ต่างกัน

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำแนะนำตามหลักฮวงจุ้ยที่ว่า ทิศห้องนอนห้ามอยู่ในทิศตะวันตก เพราะเป็นทิศที่เชื่อมโยงกับโลกวิญญาณ ซึ่งสอดคล้องกันกับองค์ความรู้เรื่องทิศทางของแดดและลมนั่นเอง โดยห้องที่อยู่ในทิศตะวันตกจะร้อนมากในช่วงบ่ายไปจนถึงพลบค่ำ เวลานอนจึงไม่สบายเท่าที่ควร และกระตุ้นให้ผู้นอนเจ็บป่วยได้ง่าย เนื่องจากอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมด้วย

ห้องที่ตั้งอยู่ในทิศที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยเกิดความรู้สึกสบาย และยังเป็นการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ทั้งเรื่องแสง และลม ถือว่าเป็นการประหยัดพลังงานไปในตัว เรียกว่า เลือกทิศห้องดีตั้งแต่แรกก็เป็นการลดค่าใช้จ่ายไปตลอดระยะเวลาที่อยู่อาศัย

เทคนิคในการเลือกทิศคอนโดมิเนียมก่อนตัดสินใจซื้อ

ถ้าหากว่าเป็นบ้านทั้งหลังจะต้องใช้วิธีการไล่ดูไปทีละห้อง แต่สำหรับคอนโดมิเนียม จะมีทั้งแบบที่เป็นห้องสตูดิโอซึ่งเป็นห้องที่รวมกิจกรรมทุกอย่างไว้ในห้องเดียว ไปจนถึงห้องขนาด 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน หลากหลายรูปแบบ

ดังนั้นหลักในการเลือกทิศที่เหมาะสมจะไม่ใช่การตัดสินใจจากว่าตรงนั้นเป็นห้องอะไร แต่ให้ดูว่าพื้นที่ตรงนั้นมีไว้สำหรับกิจกรรมแบบไหนมากกว่า

1. พื้นที่นั่งเล่นและรับแขก

ส่วนใหญ่แล้วบริเวณนี้จะเป็นพื้นที่โล่งกว้าง และมีช่องแสงค่อนข้างมากเพื่อให้มองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้ ช่วยให้รู้สึกโปร่งสบายเมื่ออยู่ในจุดนี้เป็นเวลานาน ทิศห้องที่เหมาะสมจึงควรอยู่ทางทิศเหนือเพราะรับแสงได้น้อย และสามารถเปิดหน้าต่างได้ทั้งวันโดยไม่ร้อน

2. พื้นที่ห้องนอน

การนอนที่มีประสิทธิภาพต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และทิศตะวันออกก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ในช่วงเข้านอนจะรู้สึกเย็นสบายเพราะไม่มีการสะสมความร้อนของโครงสร้างในช่วงบ่าย ส่วนตอนเช้าก็ยังได้รับแสงแดดอ่อน ๆ ที่จะช่วยให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าอีกด้วย

3. พื้นที่ห้องครัวและห้องน้ำ

มักจะเป็นพื้นที่ที่มีความอับชื้น ถึงแม้จะมีระบบระบายอากาศก็ยังไม่เพียงพอ ควรจะได้รับแสงแดดอย่างสม่ำเสมอด้วย ดังนั้นส่วนนี้จึงควรตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ซึ่งจะได้รับแสงแดดตลอดช่วงบ่าย ช่วยลดความชื้นและฆ่าเชื้อโรคได้ด้วย

4. พื้นที่ซักล้าง

ถ้าจะให้ดีที่สุดพื้นที่ซักล้างควรอยู่ในจุดที่เปิดโล่งทางทิศตะวันตก เพื่อให้ความชื้นจากกิจกรรมระหว่างวันสามารถระเหยไปได้หมด ไม่มีส่วนใดเหลือไว้ให้เป็นต้นเหตุของเชื้อราหรือคราบสกปรกต่าง ๆ เมื่อต้องการตากอะไรก็แห้งได้เร็ว

วิธีการเลือกซื้อคอนโดมิเนียม ให้ดูทิศห้องโดยอ้างอิงจากทิศทางของแสงแดดตามข้อมูลข้างต้นเป็นอันดับแรก แม้ว่าอาจจะไม่ได้ห้องที่ตรงตามคำแนะนำแบบ 100% แต่ก็ควรได้ใกล้เคียงถึงจะดี เช่น ห้องนอน ถ้าเลือกแบบที่อยู่ในทิศตะวันออกไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่ควรอยู่ในทิศตะวันตกและควรอยู่ทางฝั่งทิศเหนือมากกว่าทิศใต้ เพื่อให้รับแสงแดดได้น้อย

จากนั้นจึงค่อยมาดูทิศทางของลม ว่าแต่ละส่วนของห้องนั้นมีหน้าต่างอยู่ในจุดที่ลมจะพัดผ่านได้มากน้อยแค่ไหน ทิศเหนือและทิศใต้ที่เป็นทิศรับลมประจำปีมีหน้าต่างเพียงพอหรือไม่ นอกจากนี้ต้องดูด้วยว่ามีทางลมเข้าแล้วมีทางลมออกหรือไม่ เพราะถ้าเรามีหน้าต่างทางทิศเหนือเพียงแค่บานเดียว คือมีแค่ทางเข้า ลมก็จะพัดเข้ามาได้น้อยเช่นเดียวกัน

รู้หรือไม่ ทิศห้องมีผลต่อการขายต่อมากกว่าที่คิด

สิ่งที่คนทั่วไปมักเป็นกังวลกับการขายคอนโดมิเนียมต่อให้กับคนอื่นก็คือ กลัวว่าจะขายได้ยากเพราะคิดว่าเป็นของมือสอง ไม่ใหม่เหมือนกับห้องมือหนึ่ง แต่ข้อได้เปรียบที่หลายคนมองข้ามก็คือ การขายห้องต่อนั้นเราสามารถนำเสนอได้ว่าเมื่ออยู่อาศัยจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร ลมพัดดีไหม แสงแดดในแต่ละช่วงของวันเป็นอย่างไร ประเด็นของทิศห้องจึงเป็นจุดขายที่สามารถนำมากระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ถ้าคอนโดมิเนียมแห่งนั้นวางตัวในแนวตะวันออก-ตะวันตก และแบ่งห้องเป็น 2 ฝั่งคือ ฝั่งทิศเหนือและทิศใต้ รับรองได้เลยว่าผู้ที่เป็นเจ้าของห้องทางทิศเหนือจะขายต่อได้ง่ายกว่ามาก เพราะห้องไม่ร้อนและระหว่างวันก็ไม่มีแดดจัดส่องเข้ามาด้านใน วัสดุโครงสร้างต่าง ๆ ก็ไม่เสื่อมสภาพเร็วจากความร้อน

ภายในคอนโดมิเนียมแห่งเดียวกัน ที่มีลักษณะการออกแบบตกแต่งภายในตลอดจนแผนผังของห้องแบบเดียวกัน สิ่งที่ต่างเพียงอย่างเดียวจึงเป็นตำแหน่งที่ตั้งของแต่ละห้อง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมห้องหัวมุมที่ไม่ติดกับใครเลยจึงมีราคาแพงกว่าห้องอื่น ๆ ผู้ที่มาติดต่อขอซื้ออาจจะไม่รู้ก็ได้ว่าห้องนั้นอยู่ทางทิศไหน แต่จะรู้ได้แน่นอนว่าห้องนั้นอยู่สบายหรือไม่ ซึ่งเป็นผลของทิศห้องนั่นเอง