รีวิว “ติดตั้งประตูดิจิทัล” สะดวก รวดเร็ว อีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาความปลอดภัยให้กับบ้าน

รีวิว “ติดตั้งประตูดิจิทัล” สะดวก รวดเร็ว อีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาความปลอดภัยให้กับบ้าน
Naibann

สนับสนุนเนื้อหา

หากพูดถึงการรักษาความปลอดภัยภายในบ้าน สิ่งที่ทุกคนนึกถึงและสามารถให้ความปลอดภัยได้เป็นอันดับแรก คือ ที่ล็อคประตู นั่นเอง

ไม่ว่าจะกลอนประตู หรือแม่กุญแจ ล้วนช่วยป้องกันการโจรกรรมในบ้านได้ และเป็นสิ่งพื้นฐานที่ทุกบ้านต้องมี แต่นอกจากที่ล็อคทั่วไปแล้ว ยังมี ที่ล็อคประตูระบบดิจิทัล ไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกอีกด้วยค่ะ

ซึ่ง “ที่ล็อคประตูระบบดิจิทัล” เป็นสิ่งที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่คุ้นเคย อีกทั้งยังไม่ได้รับความนิยมแพร่หลายในบ้านเราเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม วันนี้ ในบ้าน มีเรื่องราวจากคุณ นายปอสายบวก ที่จะมาแชร์ประสบการณ์ ติดประตูดิจิทัลครั้งแรก ไว้เป็นไอเดียให้กับเพื่อนๆ รับรองว่าอาจจะเปลี่ยนความคิดไปเลยก็ได้ค่ะ สำหรับรีวิวครั้งนี้

แชร์ประสบการณ์ตัดสินใจติดประตูดิจิตอลครั้งแรก

(โดย คุณ นายปอสายบวก)

สวัสดีครับ วันนี้ก็จะมาเขียนรีวิวประสบการณ์ตัดสินใจเลือกติดประตูดิจิทัล หรือ Digital door lock สักตัว ว่าทำไมผมถึงเลือกติดตัวนี้ บอกเลยว่าตอนเลือกตัดสินใจยากมาก อย่างที่รู้ๆ ว่า digital door lock ก็มีหลายยี่ห้อหลายราคา ซึ่งไม่ง่ายเลยที่จะตัดชอยส์ให้เหลือตัวเดียว

ก็เลยอยากจะมาเขียนบทความรีวิวเขียนจุดเริ่มต้ม ความเป็นมาทั้งหมด ทุกตัวที่ผมสนใจจะติดทีแรก ประมาณ 3-4 แบรนด์ มาเปรียบเทียบคุณสมบัติกันดู และสุดท้ายจะติดของอะไรไปดูกันครับ

Digital door lock ตอบโจทย์ในเรื่องปัญหาการลืมกุญแจ ซึ่งถ้าต้องงั้นหรือจ้างคนมาสะเดาะกลอนก็เสียเงินหลายบาท ซึ่งเรื่องนี้เคยเกิดกับผมมากกว่า 1 ครั้งจนทำให้ผมรู้สึกว่าผมเสียตังค์ค่าสะเดาะกุญแจไปก็หลายบาทแล้ว ทำไมไม่ติดประตูดิจิตอลไปเลย เสียหลายบาท ราคาแรงหน่อย แต่เจ็บครั้งเดียวจบๆ

Digital Door Lock ก็ได้รับความนิยมและใช้งานอย่างแพร่หลายในต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศเกาหลีใช้งานมากกว่า 80% ซึ่งระบบของตัวประตูดิจิทัลในสมัยนี้ก็ค่อนข้างที่จะทำออกมาได้ล้ำสมัยและน่าใช้งาน มีฟังก์ชั่น ลูกเล่นเยอะด้วย

จากที่ผมศึกษาตัว digital door lock มาในระดับนึง จากงบที่ผมมี 2 หมื่นบาท ผมก็ตัดชอยส์เหลือ 3 แบรนด์ ได้แก่

1. Samsung

2. Yale

3. Unicor

จะมาเริ่มพูดถึงตัวแรกก็คือ ประตูดิจิตอล ยี่ห้อ Samsung รุ่น SHS-H705

ที่เริ่มที่แบรนด์นี้ก่อนเพราะซัมซุงเป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว และก็ที่ทำงานเก่าผมที่นึงเคยใช้ประตูดิจิทัลของซัมซุง แต่ไม่น่าจะใช่รุ่นนี้ (ผมจำไม่ได้ว่ารุ่นอะไร)

ผมก็เลยนึกถึงแบรนด์นี้เป็นอันดับแรก รุ่น SHS-H705 เนี่ย ราคาอยู่ที่ประมาณ 22,500 บาท ซึ่งเกินงบมานิดๆ เรามาดูสเปคคร่าวๆ กันดีกว่าสำหรับตัวนี้ เป็นกลอนประตูดิจิทัลแบบ Motise lock หรือเรียกว่า แบบมีมือจับ 

คุณสมบัติและจุดเด่นของตัว Samsung SHS-H705

– ระบบสแกนลายนิ้วมือช่วยเพิ่มความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น สามารถจดจำได้สูงสุด 100 ลายนิ้วมือ

– ระบบยืนยันตัวตนแบบคู่ Double Authentication (ลายนิ้วมือ + รหัสผ่าน)

– ฟังก์ชั่นควบคุมเสียง ป้องกันการรบกวน

– ระบบแจ้งเตือนแบตเตอรี่ตํ่า

– มีด้ามจับทั้งสองด้าน เพิ่มความสะดวกในการเปิดปิดประตู

– ช่องใส่ถ่าน 9V ในกรณีฉุกเฉิน

สรุปเท่าที่มองโดยรวม จากดีไซน์ไม่ทันสมัยสักเท่าไหร่บวกกับราคาที่แพง แต่ประเด็นผมไม่ได้เป็นคนตัดสินใจซื้ออะไรง่ายๆ (เรียกว่าเรื่องมากนั่นแหละ) เลยจะเอาของตัวอื่นมาเปรียบเทียบดูก่อน เดี๋ยวเราไปต่อกันที่ตัวต่อไป นั่นก็คือ Yale 

ประตูดิจิตอล Yale รุ่น YDM4109

ต้องบอกว่าถ้าพูดถึงประตูดิจิทัล ถ้านอกจาก samsung ก็มี yale นี่แหละที่พอสู้ได้สูสี สำหรับราคาของ yale รุ่น YDM4109 อยู่ที่ประมาณ 18,900 กว่าบาท ซึ่งก็ราคาพอตัวเลย เป็นประตูดิจิทัลที่จัดอยู่ในประเภท Motise lock เช่นเดียวกัน ซึ่งตัวนี้จะมีความแตกต่างจากตัวแรกเล็กน้อย

คุณสมบัติและจุดเด่นของตัว Yale YDM4109

– เปิดประตูได้ 4 วิธี มากกว่าตัวแรก 1 วิธี ได้แก่ 1. ใช้รหัสผ่าน 2. ใช้ Key card 3. ใช้กุญแจ และที่เพิ่มเข้ามา คือ 4. ระบบสแกนลายนิ้วมือ หน้าจอสัมผัส (ชุดมือจับฝังในบาน) ปลอดภัยกว่า ด้วยปุ่มกด safe handle โดยใช้ลายนิ้วมือที่บันทึกได้สูงสุด 20 ลายนิ้วมือ

– ใช้เทคโนโลยี Easy Scan เพิ่มความสะดวกในการสแกนลายนิ้วมือในครั้งเดียวโดยไม่ต้องเปิดฝาครอบและปิดเองได้

– ระบบเสียงแจ้งเตือนสถานะต่างๆ ขณะใช้งานหรือขณะการตั้งโหมดการทำงานต่างๆ

– ดีไซน์ทันสมัย ส่วนตัวหน้าจอสัมผัสแบบฉลาดเพื่อป้องกันการคัดลอกรหัส

– เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบคลายล็อคจากภายใน ด้วยการโยกเพียงครั้งเดียว

– สัญญาณเตือนจากการงัดแงะ

– ระบบล็อคอัตโนมัติ

– ระบบเตือนเมื่อถ่านอ่อนและช่องใส่ถ่านสำรองฉุกเฉิน

– มีระบบ fake password

สำหรับประตูดิจิทัลของ yale มีลูกเล่นเด่นๆ คือสามารถสแกนลายนิ้วมือได้แต่แป้นลายนิ้วมือเป็นแป้นแก้วไม่ค่อยเสถียร ซึ่งส่วนตัวคิดว่าของ yale จะก็แอบแพงเกินความจำเป็นไปนิด ถึงจะอยู่ในงบแต่ก็อยากมีตัวเลือกที่ดีกว่านี้ เพราะฉะนั้นไปดูตัวต่อไปกันก่อน

ตัวสุดท้าย Unicor UN-9000 series

สำหรับประตูดิจิทัลของ Unicor หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก ซึ่งทีแรกผมก็ไม่รู้จักครับ แต่ตอนที่ไปค้นคว้ามาก็เจอตัวนี้ครับ Unicor UN-9000 ตัวนี้ก็จัดอยู่ในประเภท Motise lock เช่นเดียวกัน ซึ่งราคาอยู่ที่ 15,900 กว่าบาท ถูกกว่า Samsung และ Yale เยอะมาก แถมมีฟังก์ชั่นการเปิดได้สูงสุดถึง 6 วิธี 

คุณสมบัติและจุดเด่นของตัว Unicor UN-9000

– เปิดประตูได้ 6 วิธี ได้แก่ 1. ใส่รหัสผ่าน 2. ระบบสแกนลายนิ้วมือ 3. คีย์การ์ด 4. มีกุญแจสำรอง 5. Mobile app (สามารถปลดล็อคได้จากแอปในมือถือ) และ 6. รีโมท รุ่นนี้ยังรองรับตัวอุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อ Wifi bridge สามารถสั่งเปิดประตูจากที่ไหนก็ได้

– มีเสียงเตือนการงัดแงะ

– มีรหัสผ่าน 4 รหัส Master 1/ User 3

– มีการปลดล็อคเมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้น อุณหภูมิในห้องสูงเกิน 65 องศาฯ

– ปรับระดับเสียงได้ 6 ระดับ

– มีระบบ fake password และเพิ่มระบบ random 3 ตัวท้ายอีกด้วย

– มีระบบไฟบอกสถานะ เปิด/ปิด และระบบเสียงบอกสถานะ

– สามารถสั่งเปิดประตูผ่านแอปพลิเคชั่นได้

– มีสแกนลายนิ้วมือ สามารถแอดลายนิ้วมือได้สูงสุดถึง 100 ลายนิ้วมือ

– แป้นลายนิ้วมือใช้แบบเดียวกับโทรศัพท์มือถือ มีความเสถียรและแม่นยำมากกว่าแป้นแก้ว

– มีการ์ดให้ 2 แบบ 1. อะคริลิคการ์ด 2. สติกเกอร์การ์ด สามารถแอดการ์ดได้สูงสุดถึง 100 ใบ

บอกเลยว่าจริงๆ ตัดตัวเลือกไปเยอะแล้วจนเหลือ 3 ตัวที่ผมชอบที่สุด และตัว Unicor ก็เป็นหนึ่งตัวที่ผมสนใจเนื่องจากมันราคาถูกกว่ารุ่นอื่นๆ แถมลูกเล่นก็ค่อนข้างเยอะ น่าจะเยอะสุดในบรรดา 3 ตัว ถึงแม้ว่าเรื่องแบรนด์จะดังสู้ Samsung หรือ Yale ไม่ได้ก็เถอะ ผมเลยติดต่อไปทางเพจเขาเลย Unicorthailand

เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเลยทราบว่าแบรนด์ Unicor เป็นแบรนด์จากประเทศเกาหลี ซึ่งบริษัทนี้มีความชำนาญเกี่ยวกับกลอนประตู ตลับกุญแจมาตั้งแต่ปี 1970 หลังจากนั้นเลยพัฒนาจากกลอนประตูธรรมดาให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นและเพิ่มเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไปด้วยเลยกลายเป็น Unicor Digital door lock

ในเรื่องของการรับประกันทางบริษัทรับประกันสูงสุดถึง 2 ปีเต็ม อันนี้ผมว่าโอเคเลยนะ เห็นมีติดตั้งที่ห้องตัวอย่างตามคอนโดแบรนด์ชั้นนำอีกด้วย พอคุยรายละเอียดเรียบร้อยแล้วผมเลยตัดสินใจสั่งซื้อและนัดช่างให้เข้ามาติดตั้งตัวประตูดิจิทัล แต่ก่อนอื่นเดี๋ยวเราไปดู อุปกรณ์ที่ได้มาพร้อมกับตัว  Unicor UN-9000 ก็จะมี

– กุญแจ 2 ดอก

– อะคริลิคการ์ด 2 ใบ

– สติกเกอร์การ์ด 2 ใบ (สามารถนำไปแปะเคสมือถือและแปะบัตรคอนโดหรือบัตรต่างๆ ได้ด้วย)

หน้าตาของประตูดิจิทัล Unicor UN-9000 ก็ติดกับประตูห้องที่บ้านผมเรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกหลังติดตั้ง ก็ใช้งานได้เยอะดี มีระบบการเปิดประตูที่หลากหลายถึง 6 วิธีด้วยกัน ซึ่งชอบการสแกนนิ้วมือของตัวนี้มันสแกนง่ายมากๆ อ่านค่าได้แม่นยำเพราะแป้นที่ใช้เป็นแบบเดียวกับโทรศัพท์มือถือ และยังเพิ่มลายนิ้วมือได้เยอะ

ระบบปลดล็อคด้วย Application บนมือถือ ตัวนี้มีลูกเล่นเยอะสามารถส่งรหัสชั่วคราวแบบใช้ครั้งเดียวให้กับแม่บ้าน หรือใครก็ได้ที่เราต้องการให้เข้าห้อง ส่วนตัวรีโมท (อุปกรณ์เสริม) ต้องซื้อเพิ่ม

ซึ่งอันนี้ผมไม่ได้สั่งซื้อมาด้วย มันสำหรับใช้ในบ้านสำหรับผู้ที่มีพื้นที่กว้างๆ ส่วนตัวผมรู้สึกยังไม่จำเป็นเลยไม่ซื้อมา เรื่องดีไซน์ที่มีรูปทรงโค้งๆ ด้านบนหน่อย ไม่ให้รู้สึกเรียบจนเกินไป ผมรู้สึกคิดถูกที่เลือกติดตัวนี้ ยังเหลือเงินจากงบหลายพันอยู่

กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่เขียนขึ้นมาเพื่อทำการเปรียบเทียบและช่วยในการตัดสินใจซื้อของบางอย่าง เนื้อหาในกระทู้เป็นเพียงการตัดสินใจของผมเท่านั้น ท่านอื่นอาจจะชอบสินค้าแบรนด์มากกว่าตัวที่ผมติดตั้งก็ได้ อันนี้ก็ลองพิจารณากันให้ถี่ถ้วนดูครับ สุดท้ายขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านรีวิวของผมในวันนี้ มีอะไรสงสัย พูดคุยในเมนท์ได้เลยครับ

ติดตามSanook! Home

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องบ้าน ได้ที่ https://www.sanook.com/home/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!