เปิดจุดซ่อนเชื้อราในเครื่องซักผ้า ที่หลายคนใช้ทุกวันแต่ไม่เคยสังเกต
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
หลายคนเชื่อว่า เครื่องซักผ้าใช้น้ำและผงซักฟอกทุกวัน จึงไม่น่าจะสกปรก แต่ในความเป็นจริง เครื่องซักผ้ากลับเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มี ความชื้นสูง และมีคราบผงซักฟอก คราบไขมันจากเสื้อผ้า รวมถึงเส้นใยผ้าสะสมอยู่ตลอดเวลา
เมื่อความชื้นและสิ่งสกปรกเหล่านี้รวมกัน ก็กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของ เชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เครื่องซักผ้ามีกลิ่นอับ และส่งผลให้เสื้อผ้าที่เพิ่งซักเสร็จไม่หอมอย่างที่ควร
1. ยางขอบประตูเครื่องซักผ้าฝาหน้า จุดสะสมเชื้อราที่พบบ่อยที่สุด
หากใช้เครื่องซักผ้าฝาหน้า ลองดึงยางขอบประตูออกเบา ๆ คุณอาจพบคราบสีดำ เมือกลื่น หรือเศษผ้าติดอยู่ตามร่องยาง
สาเหตุเกิดจากน้ำที่ค้างอยู่หลังซักผ้า ประกอบกับความชื้นที่ระบายออกไม่หมด ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ง่าย
วิธีดูแล
- เช็ดร่องยางให้แห้งหลังซักทุกครั้ง
- ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่อ่อน ๆ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดตามคำแนะนำของผู้ผลิตเช็ดเดือนละ 1-2 ครั้ง
2. ช่องใส่น้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่ม
หลายคนเติมน้ำยาซักผ้าเป็นประจำ แต่ไม่เคยถอดล้างช่องใส่น้ำยา
คราบน้ำยาที่ตกค้างเมื่อโดนความชื้นเป็นเวลานาน อาจเกิดเป็นเมือกและเชื้อรา โดยเฉพาะตามมุมหรือด้านหลังลิ้นชัก
ควรถอดออกมาล้างทุก 2-4 สัปดาห์ และเช็ดให้แห้งก่อนประกอบกลับ
3. ไส้กรองเศษผ้า
เศษด้าย ขุยผ้า เส้นผม และสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ในไส้กรอง หากปล่อยทิ้งไว้นาน จะเริ่มเกิดกลิ่นอับและเป็นแหล่งสะสมของจุลินทรีย์
ควรตรวจสอบและทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือบ่อยขึ้นหากซักผ้าทุกวัน
4. ด้านหลังถังซัก จุดที่มองไม่เห็นแต่สกปรกได้
แม้ภายในถังซักจะดูสะอาด แต่ด้านหลังถังซักอาจมีคราบผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม และคราบไขมันจากเสื้อผ้าเกาะสะสมอยู่
เมื่อเวลาผ่านไป คราบเหล่านี้อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย จึงควรใช้โปรแกรมล้างถังซักหรือน้ำยาล้างถังซักทุก 1-2 เดือน ตามคำแนะนำของผู้ผลิต
5. ขอบฝาและบานพับเครื่องซักผ้า
เป็นจุดที่หลายคนมักเช็ดข้าม เพราะดูเหมือนไม่สกปรก
แต่ละอองน้ำ ผงซักฟอก และฝุ่นละอองสามารถสะสมตามรอยต่อและบานพับได้ เมื่อมีความชื้นต่อเนื่อง เชื้อราจึงเกิดขึ้นได้เช่นกัน
ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดเป็นประจำ จะช่วยลดการสะสมของคราบได้
6. ท่อน้ำทิ้งและแผ่นกรองปั๊มน้ำ
หากน้ำระบายไม่หมด หรือมีเศษผ้าติดค้างในระบบระบายน้ำ ความชื้นและสิ่งสกปรกจะสะสมจนเกิดกลิ่นอับ
การตรวจสอบและทำความสะอาดจุดนี้เป็นระยะ จะช่วยให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและลดปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์
สัญญาณที่บอกว่าเครื่องซักผ้าอาจมีเชื้อราสะสม
หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบทำความสะอาดเครื่องซักผ้า
- เปิดฝาแล้วมีกลิ่นอับทันที
- ผ้าซักเสร็จมีกลิ่นเหม็นชื้น แม้ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม
- พบคราบดำหรือเมือกตามยางขอบ
- มีคราบสกปรกติดบนผ้าหลังซัก
- เครื่องไม่ได้ล้างถังซักมานานหลายเดือน
วิธีป้องกันเชื้อราในเครื่องซักผ้า
การดูแลเครื่องซักผ้าเป็นประจำช่วยลดโอกาสเกิดเชื้อราได้มาก โดยควรทำดังนี้
- เปิดฝาหรือประตูเครื่องหลังซัก เพื่อให้ความชื้นระเหยออก
- เช็ดยางขอบประตูและช่องใส่น้ำยาให้แห้ง
- ล้างไส้กรองเศษผ้าเป็นประจำ
- ใช้โปรแกรมล้างถังซักทุก 1-2 เดือน
- ไม่ใส่น้ำยาซักผ้าหรือน้ำยาปรับผ้านุ่มมากเกินไป เพราะอาจเกิดคราบตกค้าง
- อย่าทิ้งผ้าเปียกไว้ในเครื่องเป็นเวลานาน เพราะจะเพิ่มความชื้นและกลิ่นอับ
สรุป
เครื่องซักผ้าอาจดูสะอาดจากภายนอก แต่ภายในยังมีหลายจุดที่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย โดยเฉพาะ ยางขอบประตู ช่องใส่น้ำยา ไส้กรองเศษผ้า ด้านหลังถังซัก และระบบระบายน้ำ หากละเลยการทำความสะอาดเป็นเวลานาน ไม่เพียงทำให้เครื่องมีกลิ่นอับ แต่ยังอาจทำให้เสื้อผ้าที่ซักแล้วมีกลิ่นไม่พึงประสงค์และลดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องได้
การหมั่นดูแลจุดเล็ก ๆ เหล่านี้เป็นประจำ จะช่วยให้เครื่องซักผ้าสะอาด ลดการสะสมของเชื้อรา และช่วยให้เสื้อผ้าหอมสดชื่นทุกครั้งหลังซัก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)