เปิดจุดซ่อนเชื้อราในเครื่องซักผ้า ที่หลายคนใช้ทุกวันแต่ไม่เคยสังเกต

เปิดจุดซ่อนเชื้อราในเครื่องซักผ้า ที่หลายคนใช้ทุกวันแต่ไม่เคยสังเกต

เปิดจุดซ่อนเชื้อราในเครื่องซักผ้า ที่หลายคนใช้ทุกวันแต่ไม่เคยสังเกต
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนเชื่อว่า เครื่องซักผ้าใช้น้ำและผงซักฟอกทุกวัน จึงไม่น่าจะสกปรก แต่ในความเป็นจริง เครื่องซักผ้ากลับเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มี ความชื้นสูง และมีคราบผงซักฟอก คราบไขมันจากเสื้อผ้า รวมถึงเส้นใยผ้าสะสมอยู่ตลอดเวลา

เมื่อความชื้นและสิ่งสกปรกเหล่านี้รวมกัน ก็กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของ เชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เครื่องซักผ้ามีกลิ่นอับ และส่งผลให้เสื้อผ้าที่เพิ่งซักเสร็จไม่หอมอย่างที่ควร

1. ยางขอบประตูเครื่องซักผ้าฝาหน้า จุดสะสมเชื้อราที่พบบ่อยที่สุด

หากใช้เครื่องซักผ้าฝาหน้า ลองดึงยางขอบประตูออกเบา ๆ คุณอาจพบคราบสีดำ เมือกลื่น หรือเศษผ้าติดอยู่ตามร่องยาง

สาเหตุเกิดจากน้ำที่ค้างอยู่หลังซักผ้า ประกอบกับความชื้นที่ระบายออกไม่หมด ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ง่าย

วิธีดูแล

  • เช็ดร่องยางให้แห้งหลังซักทุกครั้ง
  • ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่อ่อน ๆ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดตามคำแนะนำของผู้ผลิตเช็ดเดือนละ 1-2 ครั้ง

2. ช่องใส่น้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่ม

หลายคนเติมน้ำยาซักผ้าเป็นประจำ แต่ไม่เคยถอดล้างช่องใส่น้ำยา

คราบน้ำยาที่ตกค้างเมื่อโดนความชื้นเป็นเวลานาน อาจเกิดเป็นเมือกและเชื้อรา โดยเฉพาะตามมุมหรือด้านหลังลิ้นชัก

ควรถอดออกมาล้างทุก 2-4 สัปดาห์ และเช็ดให้แห้งก่อนประกอบกลับ

3. ไส้กรองเศษผ้า

เศษด้าย ขุยผ้า เส้นผม และสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ในไส้กรอง หากปล่อยทิ้งไว้นาน จะเริ่มเกิดกลิ่นอับและเป็นแหล่งสะสมของจุลินทรีย์

ควรตรวจสอบและทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือบ่อยขึ้นหากซักผ้าทุกวัน

4. ด้านหลังถังซัก จุดที่มองไม่เห็นแต่สกปรกได้

แม้ภายในถังซักจะดูสะอาด แต่ด้านหลังถังซักอาจมีคราบผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม และคราบไขมันจากเสื้อผ้าเกาะสะสมอยู่

เมื่อเวลาผ่านไป คราบเหล่านี้อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย จึงควรใช้โปรแกรมล้างถังซักหรือน้ำยาล้างถังซักทุก 1-2 เดือน ตามคำแนะนำของผู้ผลิต

5. ขอบฝาและบานพับเครื่องซักผ้า

เป็นจุดที่หลายคนมักเช็ดข้าม เพราะดูเหมือนไม่สกปรก

แต่ละอองน้ำ ผงซักฟอก และฝุ่นละอองสามารถสะสมตามรอยต่อและบานพับได้ เมื่อมีความชื้นต่อเนื่อง เชื้อราจึงเกิดขึ้นได้เช่นกัน

ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดเป็นประจำ จะช่วยลดการสะสมของคราบได้

6. ท่อน้ำทิ้งและแผ่นกรองปั๊มน้ำ

หากน้ำระบายไม่หมด หรือมีเศษผ้าติดค้างในระบบระบายน้ำ ความชื้นและสิ่งสกปรกจะสะสมจนเกิดกลิ่นอับ

การตรวจสอบและทำความสะอาดจุดนี้เป็นระยะ จะช่วยให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและลดปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์

สัญญาณที่บอกว่าเครื่องซักผ้าอาจมีเชื้อราสะสม

หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบทำความสะอาดเครื่องซักผ้า

  • เปิดฝาแล้วมีกลิ่นอับทันที
  • ผ้าซักเสร็จมีกลิ่นเหม็นชื้น แม้ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม
  • พบคราบดำหรือเมือกตามยางขอบ
  • มีคราบสกปรกติดบนผ้าหลังซัก
  • เครื่องไม่ได้ล้างถังซักมานานหลายเดือน

วิธีป้องกันเชื้อราในเครื่องซักผ้า

การดูแลเครื่องซักผ้าเป็นประจำช่วยลดโอกาสเกิดเชื้อราได้มาก โดยควรทำดังนี้

  • เปิดฝาหรือประตูเครื่องหลังซัก เพื่อให้ความชื้นระเหยออก
  • เช็ดยางขอบประตูและช่องใส่น้ำยาให้แห้ง
  • ล้างไส้กรองเศษผ้าเป็นประจำ
  • ใช้โปรแกรมล้างถังซักทุก 1-2 เดือน
  • ไม่ใส่น้ำยาซักผ้าหรือน้ำยาปรับผ้านุ่มมากเกินไป เพราะอาจเกิดคราบตกค้าง
  • อย่าทิ้งผ้าเปียกไว้ในเครื่องเป็นเวลานาน เพราะจะเพิ่มความชื้นและกลิ่นอับ

สรุป

เครื่องซักผ้าอาจดูสะอาดจากภายนอก แต่ภายในยังมีหลายจุดที่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย โดยเฉพาะ ยางขอบประตู ช่องใส่น้ำยา ไส้กรองเศษผ้า ด้านหลังถังซัก และระบบระบายน้ำ หากละเลยการทำความสะอาดเป็นเวลานาน ไม่เพียงทำให้เครื่องมีกลิ่นอับ แต่ยังอาจทำให้เสื้อผ้าที่ซักแล้วมีกลิ่นไม่พึงประสงค์และลดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องได้

การหมั่นดูแลจุดเล็ก ๆ เหล่านี้เป็นประจำ จะช่วยให้เครื่องซักผ้าสะอาด ลดการสะสมของเชื้อรา และช่วยให้เสื้อผ้าหอมสดชื่นทุกครั้งหลังซัก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล